วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

สมุยเข้มรับมือนักท่องเที่ยว ประสบอุบัติเหตุทางทะเล

            "ะลอนตามอำเภอใจ"-ชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และเป็นหาดทรายที่สวยงามที่สุดของเกาะสมุย เห็นจะหนีไม่พ้น "หาดเฉวง" ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันออกของเกาะสมุย และมีความยาวถึง 6 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น 4 ช่วงคือ หาดเฉวงเหนือ, หาดเฉวงกลาง, หาดเฉวงใต้, และหาดเฉวงน้อย ด้วยความที่เป็นชายหาดสวยงาม มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส จึงเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำทะเลที่ชายหาดแห่งนี้
              โดยเฉพาะที่ "หาดเฉวงน้อย" อยู่ถัดไปทางใต้ ถือเป็นหาดทรายที่สวยงามมาก เวลาน้ำลงจะเห็นเป็นลานทรายกว้างขวาง ที่สำคัญในคืนพระจันทร์เต็มดวงแสงจันทร์ที่สาดลงอาบพื้นทราย เห็นเป็นประกายแวววาวสวยงามประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนใกล้ๆ ชายหาดก็มีที่พัก ร้านอาหาร สถานบันเทิง ไว้บริการนักท่องเที่ยวมากมาย
                 สำหรับการเดินทางไปยังหาดเฉวงจะใช้เส้นทางรอบเกาะคือทางหลวงหมายเลข 4169 ไปทางใต้ระยะทางราว 8 กิโลเมตร มีทางแยกไปยังถนนเลียบชายหาดที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 28,29,30 ผ่านศูนย์ลิงสมุย ปั๊ม ปตท. เมื่อเห็นร้านเบิร์ดอายส์วิวอยู่ซ้ายมือให้ชะลอรถ จากนั้นจะเห็นลานจอดรถจุดชมวิวลาดเกาะอยู่ซ้ายมือ
               แม้ "หาดเฉวง" จะเป็นหาดทรายสวยงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน แต่ขณะเดียวกัน "หาดเฉวง" ก็แฝงด้วยความน่ากลัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำ "หาดเฉวง" แห่งนี้ครับ เพราะที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และต่างประเทศ ที่ต้องเอาชีวิตมาสังเวยความบ้าคลั่งของทะเลแห่งนี้นับไม่ถ้วน
           ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2554 และเป็นข่าวครึกโครมในสื่อเกือบทุกแขนง "โกเมธ สมนึก" พนักงานบีชบอย โรงแรมเซ็นทาร่าสมุยในขณะนั้น ได้เข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังจะจมน้ำที่หาดเฉวง สุดท้ายนักท่องเที่ยวรอดตาย แต่ "นายโกเมธ" ถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดหายไปในทะเลและเสียชีวิต
          การเสียชีวิตของ "นายโกเมธ" ในครั้งนั้น ถือเป็นความสูญเสียบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพราะ "นายโกเมศ" ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีที่สุด แสดงออกถึงความกล้าหาญ

 ดูแลความปลอดภัยในการเข้าไปช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุทางทะเลจนตัวเองเสียชีวิต ถือเป็นสิ่งที่น่าเชิดชูในการทำหน้าที่ของตนเอง ที่สำคัญนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเมืองไทย ต่างประทับใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คนไทยทุกฝ่ายที่ช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวที่ประสบภัยที่เกาะสมุย
          ผมหยิบยกเรื่องราวของ "หาดเฉวง" มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมกับคณะผู้บริหารของกรมการปกครอง นำโดย "วิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์" หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กรมการปกครอง ที่นำ


คณะสื่อมวลชนสัญจรดูงานภารกิจของกรมการปกครองตามแผนดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่หาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แห่งนี้ โดยมี "กัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์" ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอเกาะสมุย นำคณะเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสาธิตการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขณะประสบอุบัติเหตุเล่นน้ำและจมไปในทะเลอีกด้วยครับ
           "กัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์" ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอเกาะสมุย หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง บอกว่า เมื่อช่วงต้นปี 2556 ที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งในช่วงนั้นมีมรสุมคลื่นลมแรง ประกอบกับช่วงระยะความยาว 400 เมตรของ "หาดเฉวง" ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ซึ่งมีน้ำวน และเกิดอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตจำนวน 6 ราย และยังมีนักท่องเที่ยวประสบเหตุจมน้ำ แต่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสามารถช่วยเหลือชีวิตได้ทันจำนวนหนึ่ง และหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
        ทางอำเภอเกาะสมุยก็ได้ร่วมกับเทศบาลนครเกาะสมุย กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงอาสาสมัคร กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ได้ร่วมกันฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยกำหนดเหตุการณ์สมมุติว่านักท่องเที่ยวจมน้ำ และจัดเจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือตามแผนที่ได้ซักซ้อมกันมาครั้งหนึ่งแล้ว
         "นายกัมปนาท" บอกอีกว่า การพาสื่อมวลชนชมการสาธิตการช่วยเหลือนักเที่ยวจมน้ำในวันนี้ คือ ต้องการให้สื่อมวลชนได้รับทราบถึงการเตรียมความพร้อม
ของอำเภอเกาะสมุยในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขณะนักท่องเที่ยวประสบเหตุจมน้ำ ซึ่งมีการตระเตรียมอุปกรณ์ บุคลากร และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง การปฐมพยาบาล การสื่อสาร รวมถึงการส่งต่อนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุทางทะเลไปยังโรงพยาบาล เพื่อจะได้รักษาอย่างทันท่วงที
          "พูลศักดิ์ โสภณปทุมรักษ์" ปลัดอำเภอกลุ่มงานป้องกัน บอกว่า การฝึกซ้อมแผนในวันนี้มีด้วยกัน 2 กรณี ซึ่งกรณีแรกนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุจมน้ำ แต่ยังสามารถลอยอยู่บนผิวน้ำ ทางภาคเอกชนผู้ประกอบการเจ็ทสกีจะเข้าไปช่วย
เหลือนักเที่ยวที่จมน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการเจ็ทสกีก็เคยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวมาแล้วหลายราย ส่วนกรณีที่สอง คือ นักท่องเที่ยวจมน้ำ แล้วหายไปใต้น้ำ ซึ่งก็ได้จัดเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเกาะสมุย ซึ่งเป็นนักประดาน้ำประมาณ 20 คน ในการดำน้ำลงไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีที่ยังไม่เสียชีวิต หรือเสียชีวิตแล้วก็ตาม
                ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมมีโอกาสได้ไปนั่งคุยกับ "ป้าเรียน" ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่มายึดอาชีพหาบเร่ขายส้มตำ ไก่ย่าง ปลาหมึกย่าง ไข่ปิ้ง ที่ "หาดเฉวง" แห่งนี้นานหลายปี
             โดย "ป้าเรียน" บอกว่า ก่อนหน้านี้ขณะกำลังขายของอยู่นั้น เคยเห็นนักท่องเที่ยวจมน้ำอยู่หลายราย ซึ่งตนทำได้แค่เพียงวิ่งไปบอกให้ผู้ประกอบการเจ็ทสกีเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากนักท่องเที่ยวขณะจมน้ำเหมือนถูกน้ำวนดูด ก็จะส่งเสียงร้องตะโกน และส่งสัญญาณมือขอความช่วยเหลือ
              ซึ่งตนก็ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการแจ้งเหตุช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และสำหรับการซ้อมแผนในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวขณะจมน้ำของอำเภอเกาะสมุย ตนเห็นว่ามีประโยชน์กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก
อย่างน้อยๆ ก็สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเล่นน้ำทะเล ณ "หาดเฉวง" แห่งนี้...!!!
                   

                                                             นวย เมืองธน
************************************

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

โอทอปเด่นบ้านโคกไคร ลือเลื่อง "กุ้งย่าง" รสเลิศ

            "ะลอน ตามอำเภอใจ"-"ชุมชนบ้านโคกไคร" ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา ถือเป็นชุมชนที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย รวมถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ หาดตั้งเลน หรือเขาตั้งเลน, หาดทรายร้อน หรือหาดน้ำร้อน, ดอนหอยตลับ หรือหอยปากหนา, ป่าชายเลน, ป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์, ถ้ำลอด หรือถ้ำมืด เป็นเป็นอุโมงค์ที่ลอดผ่านภูเขา ที่ทอดยาวไปโผล่ที่ป่าโกงกางอีกฝั่งหนึ่งซึ่งจะพบกับผาหินปูนที่สวยงาม ซึ่งสามารถลอดผ่านได้ด้วยการนั่งเรือคายัค เท่านั้น
             นอกจากนี้ ยังมี ถ้ำผีหัวโต ซึ่งเป็นถ้ำที่ภาพเขียนสีโบราณ ลักษณะภายในถ้ำกว้างขวาง สามารถเดินชมภาพเขียนสีโบราณผนังถ้ำกว่า 50 ภาพ ที่บอกเล่าเรื่องราว พิธีกรรมความเชื่อและวิถีชีวิตในอดีตนับ 3 พันปีทีเดียว, หาดทรายร้อน หรือทรายโคลน ที่มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นให้เลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น เพียงแค่ย่ำด้วยเท้าเปล่าไปบนผืนทราย และหาดปูมดแดง ซึ่งเป็นปูตัวแดงๆ ขนาดเล็ก และพบชุกชุมที่สุดที่หาดแห่งนี้
        ด้วยเหตุนี้ "ชุมชนบ้านโคกไคร" จึงถูกคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านโอทอป เพื่อการท่องเที่ยว (OVC) ประจำปี 2556 หมู่บ้านชนะเลิศของภาคใต้   เป็นหมู่บ้านที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว แต่ที่น่าประทับใจ และน่าชมเชย เห็นจะเป็นการที่คนใน "ชุมชนบ้านโคกไคร" ต่างช่วยกันบริหารจัดการ และดำเนินการกิจกรรมการท่องเที่ยว และต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระบบ และน่าประทับใจต่อผู้มาเยือน"ชุมชนบ้านโคกไคร" แห่งนี้ครับ
             "ตะลอน ตามอำเภอใจ" เคยเขียนถึงเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในชุมชนแห่งนี้ไปแล้ว เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในโอกาสที่คณะผู้บริหารของกรมการพัฒนาชุมชน นำสื่อมวลชนสัญจร เดินทางมาศึกษาดูงานที่ "ชุมชนบ้านโคกไคร" แห่งนี้  "สมพร สาระการ" หรือ "บังโสบ" ทำหน้าที่ประสานงานการท่องเที่ยว  ในฐานะคนพื้นที่ "ชุมชนบ้านโคกไคร" ก็ได้บอกเล่าเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายได้อย่างน่าประทับใจ
          แต่ขณะเดียวกันเสน่ห์อย่างหนึ่งของ "ชุมชนบ้านโคกไคร"
ที่ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เห็นจะเป็นภูมิปัญญาของชาวชุมชน, วิถีชีวิต, วัฒนธรรม ประมงพื้นบ้าน, การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, ผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลแปรรูปต่างๆมากมายที่ผมเองได้พบเห็นในวันที่ "ขวัญชัย วงศ์นิติกร" อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานหมู่บ้านโอทอป เพื่อการท่องเที่ยว ที่บ้านโคกไคร หมู่ที่ 1 ต.มะรุ่ย  อ.ทับปุด จ.พังงา แห่งนี้ โดยมี "ธำรงค์ เจริญกุล"  ผู้ว่าฯพังงา และ "ประพันธ์ พรหมสมบูรณ์" พัฒนาการจังหวัดพังงา นำข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ
 และเข้าร่วมงานครั้งนี้ อย่างล้นหลาม
           "อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน" ย้ำชัดว่าโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ยัง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยการส่งเสริมให้ชุมชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และทรัพยากรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมในท้องถิ่น ซึ่ง "ชุมชนโคกไคร"  มีการรวมตัวของสมาชิกในหมู่บ้าน จัดตั้งเป็นคณะกรรมการดำเนินงานจัดการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยว
ในรูปขององค์กรชุมชน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลนให้มีความยั่งยืน และเป็นการสร้างงานเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วย
         "การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ดีต้องทำโดยชุมชน ไม่ใช่ทำโดยใครคนใดคนหนึ่ง อยากให้การท่องเที่ยวเกิดการกระจายรายได้ อย่างทั่วถึง จะทำให้เกิดการรักษาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน ควบคุมในขอบเขตของชุมชนส่วนรวม การท่องเที่ยวเชิงชนบท เชิงอนุรักษ์กำลังได้รับความนิยม บ้านโคกไครมีจุดแข็งของความเป็นธรรมชาติสูง เข็มแข็งด้วยตัวเองของชุมชน เป็นแชมป์เปี้ยน

ของภาคใต้ ย่อมจะได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จได้" อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว
          นอกจากนี้ "อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน" ยังได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชน ขนมพื้นบ้าน, กะปิทำมือ, กุนเชียงปลาที่ยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิม และการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ของกลุ่มสตรีเพื่อการส่งเสริมอาชีพบ้านโคกไคร เลขที่ 29 หมู่1 ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลอันดามัน ผลิตภัณฑ์กุ้งย่างที่มีชื่อเสียงของจ.พังงา อีกด้วย
         "บำรุง ผลทวี" นายกองค์การบริหารส่วนตำบล





(อบต.) มะรุ่ย บอกว่า ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการประมง และมีสินค้าประเภทอาหารทะเลเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านบางส่วนจึงได้ยึดอาชีพการแปรรูปกุ้งย่าง เพื่อจำหน่ายภายในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จด้านการตลาดเท่าที่ควร เมื่อสตรีในชุมชนมีอัตราการว่างงานโดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสตรีในตำบลจึงมีแนวคิดที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อร่วมผลิตกุ้งย่างแปรรูป โดยอบต.มะรุ่ย ได้สนับสนุนให้กลุ่มสตรีในชุมชนสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้แก่สมาชิกในกลุ่ม


"พวงเพชร คาหาปะนะ" ประธานกลุ่มสตรีเพื่อการส่งเสริมอาชีพบ้านโคกไคร บอกว่า กุ้งเสียบหรือกุ้งย่างนั้น เป็นการถนอมอาหารของชาวปักษ์ใต้วิธีหนึ่ง และเป็นของกินที่รู้จักกันดีในจ.พังงา เพราะเป็นแหล่งที่กุ้งนาง, กุ้งแตะ หรือกุ้งแต้ ซึ่งนำมาใช้ทำกุ้งเสียบหรือกุ้งย่าง ซึ่งกุ้งเสียบนี้จะเป็นอาหารกินเล่น หรือใช้แทนกุ้งแห้งในการทำอาหารก็ได้
อาทิ แกงส้มยอดมะขาม, มะขามสดผสมผักบุ้ง หรือผักอื่นๆ, แกงกะทิ, ต้มโคล้ง, ต้มยำ, ตลอดจนอาหารยำประเภทต่างๆ ก็ได้เหมือนกัน
         ส่วนการทำกุ้งเสียบ 
"คุณพวงเพชร" บอกว่า จะเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกกุ้ง โดยกุ้งที่จะนำมาย่างต้องสด และล้างให้สะอาด โดยไม่ต้องปอกเปลือกกุ้งออก แล้วนำมาย่างไฟอ่อนๆ ในขณะที่ย่างความร้อนและควันที่ลอยกรุ่นขึ้นมา จะทำให้กุ้งมีกลิ่นหอมและสีสันน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำกุ้งเสียบนั้น นอกจากจะเป็นอาหารที่ทำไว้กินเองแล้ว ชาวบ้านยังจำหน่ายเพิ่มรายได้ไม่น้อยทีเดียว   
           "สมานศักดิ์ คาหาปะนะ" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา บอกว่า "กุ้งย่าง" ของกลุ่มสตรีเพื่อการส่งเสริมอาชีพบ้านโคกไคร ถือเป็นสินค้าโอทอป ระดับห้าดาว ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงติดต่อกันหลายปี ตั้งแต่ตั้งกลุ่มฯมา และกลุ่มสตรีเพื่อการส่งเสริมอาชีพบ้านโคกไคร ก็เคยได้รับรางวัลศูนย์แปรรูปผลิตภัณฑ์ทางทะเลดีเด่นระดับประเทศ
          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอน ตามอำเภอใจ" จุดเด่นของ "ชุมชนบ้านโคกไคร" ที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง  สามารถสร้างงาน  สร้างรายได้แก่ชุมชน มีการใช้ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว  จึงถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดที่น่าประทับใจ สำหรับผู้คนและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน "ชุมชนบ้านโคกไคร" แห่งนี้...!!!
                                                           นวย  เมืองธน
*****************************************

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

"บ้านโคกไคร" ท่องเที่ยวเด่น ดู"ปูมดแดง"สัมผัสชีวิตชุมชน

         ะลอนตามอำเภอใจ-"ชุมชนโคกไคร" หมู่ 1 บ้านโคกไคร ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา ส่วนที่มาของชื่อหมู่บ้านนั้น "โคกไคร" คำว่า "โคก" นั้นหมายถึงที่สูงเหนือน้ำหรือเป็นเนินสูงๆ พื้นที่ของหมู่บ้านติดทะเล พอเวลาน้ำทะเลลดก็จะดูว่าพื้นที่นั้นสูงเหนือระดับน้ำทะเลมาก และมีการปลูกพืชสวนครัว เพื่อใช้ในครัวเรือน โดยเฉพาต้นตระไคร้ ลักษณะเป็นตระไคร้กรูดลำต้นใหญ่และสูง ไม่นิยมนำมาประกอบอาหาร เนื่องจากกลิ่นคล้ายใบมะกรูด แต่คนในอดีตจะใช้ใบไว้ใส่ในท้องแพะเพื่อดับกลิ่น ซึ่งพบเห็นเป็นจำนวนมากในหมู่บ้าน
            "ตะไคร้" นั้น ภาษาพื้นบ้านของคนใต้จะเรียกสั้นๆ ว่า "ไคร" เลยเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน "โคกไคร"หมายความว่าพื้นที่หรือ "เนินตะไคร้" ในอดีตอาชีพหลักของชาวบ้าน "โคกไคร" นั้นจะยึด อาชีพประมงพื้นบ้าน หากุ้ง,หอย, ปู, ปลา มาขาย หรือแลกกับผักผลไม้กับหมู่บ้านใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนามาเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลากะพงขาว, ปลาเก๋า, และหอยนางรมเป็นหลัก มีการแปรรูปสัตว์น้ำ ทั้งปลาเค็ม, กุ้งเสียบ, หอยดอง และกะปิ และทำสวนปาล์มแต่ไม่มากนัก
             ผมหยิบยกเรื่องราวของ "ชุมชนโคกไคร" มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสเดินทางมา "ตะลอน ตามอำเภอใจ" ร่วมกับคณะผู้บริหารของกรมการพัฒนาชุมชน ในโอกาสนำคณะสื่อมวลชนเดินทางมาศึกษาดูงานที่ "บ้านโคกไคร" แห่งนี้  และถือเป็นหมู่บ้านโอทอป เพื่อการท่องเที่ยว (OVC) ประจำปี 2556 อีกด้วยครับ
            ที่สำคัญภายใน "บ้านโคกไคร" แห่งนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆมากมาย อาทิ หาดตั้งเลน หรือเขาตั้งเลน, หาดทรายร้อน หรือหาดน้ำร้อน, ดอนหอยตลับ หรือหอยปากหนา ส่วนทรัพยากรการท่องเที่ยวภายในชุมชน ก็มีป่าโกงกาง ป่าชายเลน ที่สวยงาม รวมถึงหาดทราย สัตว์น้ำ เช่น ปลา, ปู, หอย และได้เห็นภูมิปัญญาของชาวชุมชน วิถีชีวิต วัฒนธรรม มีประมงพื้นบ้าน, การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, ผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลแปรรูปต่างๆมากมาย
         "สมพร สาระการ" หรือ "บังโสบ" ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของ "บ้านโคกไคร"  คนหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานการท่องเที่ยว บอกว่า "ปูมดแดง" บริเวณหาดตั้งเลน ที่มักออกมานับแสนๆ ตัวในช่วงที่น้ำลด ถือเป็นภาพธรรมชาติที่สวยงาม และน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่พบเห็นอย่างมาก ที่สำคัญ "ปูมดแดง" จึงถือเป็นจุดขายสำคัญของหาดตั้งเลน ขณะที่ "หาดทรายร้อน" ก็ถือเป็นสถานที่ซึ่งได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน โดยลักษณะเด่นสังเกตเห็นได้ชัดเจนจากกลุ่มควันที่ฟุ้งตลบทั่วบริเวณหาดทราย ที่สำคัญ "ทรายโคลน" ที่นี่ยังมี

สรรพคุณช่วยกระตุ้นให้เลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น เพียงแค่ย่ำด้วยเท้าเปล่าไปบนผืนทราย นักท่องเที่ยว จึงนิยมต่างพากันมาเดินย่ำทรายร้อน หรือเล่นน้ำทะเลร้อน เผื่อผ่อนคลายอาการเกี่ยวเส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ ที่หาดทรายร้อนแห่งนี้เป็นประจำ
           


        "บังโสบ"  บอกอีกว่า ส่วนการนั่งเรือคายัคที่ "บ้านโคกไคร" สัมผัสวิถีชุมชนประมงพื้นบ้าน และใกล้ชิดธรรมชาติ จะทำให้นักท่องเที่ยวตื่นเต้นตลอดการล่องเรือ และสนุกสนาน โดยเฉพาะ "ถ้ำลอดเหนือ" หรือเรียกอีกชื่อว่า "ถ้ำมืด" เป็นอุโมงค์ที่ลอดผ่านภูเขา ที่ทอดยาวไปโผล่ที่ป่าโกงกางอีกฝั่งหนึ่งซึ่งจะพบกับผาหินปูนที่สวยงาม ซึ่งสามารถลอดผ่านได้ด้วยการนั่งเรือ "คายัค"  เท่านั้น และยังมี "ลากูน" หรือที่เรียกว่า "เวิ้งหุบเขา" ซึ่งจะต้องนั่งเรือคายัค ลอดผ่านหุบเขาเข้าไปภายในเงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงธรรมชาติ
จะทำให้นักท่องเที่ยวผ่อนคลาย บางครั้งก็จะได้พบเห็นฝูงค่าง ที่คอยมาทักทายนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกด้วย ส่วน "ถ้ำลอดใต้"  ก็ถือได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สามารถพบเห็นหินงอก หินย้อนบนเพดานถ้ำและพืชพันธุ์ที่รายรอบ ถือเป็นศิลปะที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นได้อย่างอัศจรรย์จริงๆ สำหรับ "ถ้ำผีหัวโต" เป็นถ้ำภาพเขียนสีโบราณ ลักษณะภายในถ้ำกว้างขวาง สามารถเดินชมภาพเขียนสีโบราณผนังถ้ำกว่า 30 ภาพ ที่บอกเล่าเรื่องราว พิธีกรรมความเชื่อและวิถีชีวิตในอดีตนับ 3 พันปีทีเดียว
          "ขวัญชัย วงศ์นิติกร" อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน บอกว่า "บ้านโคกไคร" ถือเป็นหมู่บ้านโอทอป เพื่อการท่องเที่ยว (OVC) ประจำปี 2556 โดยโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายเกี่ยวกับโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการเสริมสร้างความเจริญแก่ชุมชน ให้สามารถยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดีขึ้น โดยการผลิตหรือการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น  ให้กลายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง  สามารถสร้างงาน  สร้างรายได้แก่ชุมชน
           นอกจากนี้โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยการส่งเสริมให้ชุมชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และทรัพยากรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมในท้องถิ่น
           อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน บอกอีกว่า "บ้านโคกไคร"  เป็นชุมชนหนึ่งในอ.ทับปุด จ.พังงา ที่มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากร มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามโดดเด่นด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ระบบนิเวศป่าชายเลน
ที่สมบูรณ์ ผู้คนในชุมชนนับถือศาสนาอิสลาม มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและโดดเด่นหลายแห่ง  อาทิ   "ปูมดแดง" ซึ่งเป็นปูขนาดเล็ก พบหลายแห่งทางภาคใต้ แต่ที่ชุกชุมที่สุดน่าจะเป็นที่ชุมชนแห่งนี้ จะพบเห็นปูตัวแดงๆ  มากมายตามชายหาด จนเรียกกันว่า "หาดปูมดแดง" วันนี้ "ชุมชนโคกไคร"  มีการรวมตัวของสมาชิกในหมู่บ้าน จัดตั้งเป็นคณะกรรมการดำเนิน งานจัดการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปขององค์กรชุมชน เป้าหมายคือ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลนให้มีความยั่งยืนตลอดไป
ขณะเดียวกัน เป็นการสร้างงานเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนอีกด้วย
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอน ตามอำเภอใจ" นอกจากผมเองจะได้เก็บความประทับใจในการได้สัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่ชุมชน "บ้านโคกไคร" แล้ว
         ชาวชุมชน "บ้านโคกไคร" ยังถือเป็นตัวอย่างชุมชนที่ดี
ในการรวมกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทำให้ชุมชน ได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ซึ่งจะเกื้อหนุนให้เกิดความร่วมมือในทำกิจกรรมการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย...!!!
                                                          นวย เมืองธน
************************************