วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บ้านเทอดไทยชนเผ่าเด่น เสน่ห์วัฒนธรรมตลาดเช้า

            "ตะลอนตามอำเภอใจ"-"อำเภอแม่ฟ้าหลวง" จ.เชียงราย ถือพื้นที่เป็นภูเขาสูง อยู่รอยตะเข็บชายไทย-พม่า และเต็มไปด้วยกองกำลังฝ่ายต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ทางการทหาร ที่ยึดพื้นที่สูงไว้ เพื่อความได้เปรียบยามมีศึกสงครามเกิดขึ้น ในอ.แม่ฟ้าหลวงนั้น มีชนเผ่าต่างๆอาศัยอยู่ในพื้นที่มากมาย อาทิ ชนเผ่าลาหู่, เมี่ยน, อาข่า, ลีซู,ไทใหญ่, ลัวะ, และจีน ฯลฯ  จึงเป็นบ่อเกิดศิลปวัฒนธรรม และประเพณีต่างๆขึ้นมาอย่างหลากหลายในอ.แม่ฟ้าหลวง
                สำหรับ "ตำบลเทอดไทย" อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นั้น ถือเป็นตำบลที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยโดยตรง อดีตต.เทอดไทย แห่งนี้ แต่เดิมชื่อ "บ้านหินแตก" ในปีพ.ศ. 2519-2525 "ขุนส่า" ราชาเฮโรอีน ในฐานะผู้นำกองทัพกู้ชาติไต เคยเข้ามาใช้พื้นที่ "บ้านหินแตก" เป็นฐานที่มั่นอย่างถาวร ซึ่งช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2519 - 2525 "ขุนส่า" ได้ใช้ "บ้านหินแตก" เป็นฐานที่มั่นอย่างถาวร กระทำการผิดกฎหมาย และถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตยาเสพติด  หรือผงขาว ส่งขายทั่วโลก
              โดยในปี พ.ศ. 2528  รัฐบาลไทยได้ทำการยึดพื้นที่ "บ้านหินแตก" จากกลุ่ม "ขุ่นส่า" คงทิ้งไว้แต่อดีตที่เหลืออยู่ เช่น บ้านพักที่ขุนส่าที่ใช้เป็นศูนย์บัญชาการขณะนั้น และต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก "บ้านหินแตก" มาเป็น "บ้านเทอดไทย" และเป็นที่มาของ "ตำบลเทอดไทย" ในปัจจุบัน
             "ตำบลเทอดไทย" มีชนเผ่ากลุ่มอ่าข่า อาศัยอยู่หลายกลุ่ม อาทิ กลุ่ม " เปี๊ยะอ่าข่า", "ลอเมี๊ญะอ่าข่า", และ "อู่โล้"  โดยกลุ่ม "เปี๊ยะอ่าข่า" ถือเป็นอ่าข่ากลุ่มแรกที่ได้มาอาศัยอยู่ในบริเวณดินแดนประเทศไทยในปัจจุบัน และมาอยู่ก่อนที่มีการแบ่งดินแดนประเทศไทยและพม่า และกลุ่ม"เปี๊ยะอ่าข่า" จะอาศัยอยู่กันที่บ้านพญาไพรลิทู่
             ส่วน "ล่อเมี๊ญะอ่าข่า" ที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านพญาไพรเล่ามา ก็เป็นกลุ่ม "ล่อเมี๊ญะอ่าข่า" ที่เข้ามาในประเทศไทย เป็นกลุ่มแรก เมื่อปี พ.ศ. 2515 อ่าข่ากลุ่มนี้ยังอยู่อีกที่บ้านม้งเก้าหลัง และบ้านหัวแม่คำ และ "อู่โล้อ่าข่า" ก็มีจำนวนไม่น้อยในต.เทอดไทยนี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านผาจี และบ้านแม่หม้อ เป็นต้น
              สำหรับ "บ้านเทอดไทย" นั้น ช่วงที่ผมมีโอกาสแวะเวียนมาทำข่าวที่อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายนั้น ก็ได้พักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ที่ "บ้านเทอดไทย" และก็ได้รับการบอกเล่าจากผู้นำนำชุมชนในพื้นที่ ถึง "ตลาดยามเช้าบ้านเทอดไทย" ค่ำคืนวันนั้น ผมจึงบอกกับตัวเองว่า... เช้าวันพรุ่งนี้ อย่างไรเสีย ผมต้องไม่พลาดโอกาสในการ"ตะลอน ตามอำเภอใจ" เยี่ยมชมตลาดเช้าแห่งนี้ให้ได้ 
             แต่ขณะเดียวกันช่วงเช้าวันนั้น แม้อากาศภายนอกห้องพัก จะอากาศปลอดโปร่งดีมากขนาดไหนก็ตาม แต่สำหรับผมแล้วช่างเป็นวันที่ทรมานสุดๆในการที่จะลุกขึ้นจากที่นอน แต่สุดท้ายผมก็ไม่พลาด เพราะถ้าพลาดก็ไม่รู้จะมีโอกาสได้เยี่ยมชมตลาดเช้าแห่งนี้อีกเมื่อไหร่ครับ
               "ตลาดยามเช้าบ้านเทอดไทย" เป็นตลาดเล็กๆ บรรยากาศเหมือนตลาดตามหมู่บ้านๆ ชนบท ที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป โดยบรรดาพ่อค้า แม่ค้า จะนำข้าวของต่างๆ  อาทิ ผักสด, อาหารสด, เนื้อ, อาหารพื้นบ้านนานาชนิด ข้าวของเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ มากมายมาวางขายสองข้างถนนเป็นแนวยาวประมาณ 200-300 เมตร และด้วยเหตุที่ "บ้านเทอดไทย" เป็นชุมชนที่อยู่ของชาวบ้าน ซึ่งพื้นเพเป็นชาวเขาหลายเผ่า เราจึงสามารถพบเห็นชาวเขาหลายเผ่า ที่มาเดินจับจ่ายซื้อสินค้า อาหารต่างๆในตลาดยามเช้าแห่งนี้ครับ
           ที่สำคัญ ตลาดหลายแห่งที่ผมเคยพบเห็นอาจเป็นเพียงที่จับจ่ายซื้ออาหาร แต่ที่ "ตลาดเช้าบ้านเทอดไทย" ถือได้ว่าเป็นสถานที่ซึ่งสะท้อนวิถีของผู้คนในชุมชนบ้านเทอดไทยก็ว่าได้ โดยเฉพาะการได้พบเห็น "หญิงชาวลาหู่อุ้มลูก" โดยใช้ผ้าขาวม้าผูกอ้อมหลังตัวเด็ก มัดบนไหล่ของแม่ มาเดินซื้อของที่ตลาดเช้าที่นี่ และเป็นการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย
           และถึงแม้ว่าจะเป็นภาพที่ชินตาสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ แต่สำหรับผู้ที่มาเยือนอย่างผม ถือเป็นการตื่นตา ตื่นใจ กับการได้เห็นวิถีชาวบ้าน ประเพณีต่างๆ มากมายด้วยตาตัวเอง ซึ่งไม่ใช่การบอกเล่า หรือเห็นในทีวี และหนังสือ
             บางคนบอกว่า "พฤติกรรมการกินอาหารเช้า" บ่งบอกนิสัย เพราะอาหารเช้าในแต่ละวันของคนเรานั้น มักนิยมกินอาหารที่แตกต่างกัน หลายคนเลือกที่จะกินอาหารเช้าแบบเบาๆ ไม่หนักท้อง เช่น น้ำชา กาแฟ น้ำเต้าหู้ คู่กับขนมอีกเล็กน้อย ส่วนบางคน ก็อาจเลือกที่จะกินอาหารให้อิ่มและหนักท้องไว้ก่อน
            ซึ่งลักษณะการกินที่แตกต่างกันนี้ สามารถบ่งบอกนิสัยของคนได้ อาทิ คนที่ชอบดื่ม กาแฟ นม หรือโอวัลติน คู่กับขนมปัง ไข่ดาว คนที่ชอบกินอาหารประเภทนี้ ว่ากันว่า มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบที่จะเป็นผู้นำ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ชอบใช้การกระทำมากกว่าคำพูด
             ส่วนคนที่ชอบกินข้าวต้ม หรือโจ๊ก เป็นคนมองโลกในแง่ดี มีเพื่อนมาก และเป็นคนมีน้ำใจต่อเพื่อนฝูง สำหรับคนชอบกินอาหารจานเดียว หรือข้าวราดแกง มักเป็นคนอารมณ์ร้อน ลักษณะโกรธง่ายหายเร็ว แต่รักใครรักจริงมีเพื่อนมาก สุดท้ายคนที่ไม่กินอาหารเช้าเลย คนประเภทนี้มีเพื่อนน้อย แต่เป็นเพื่อนที่มีความจริงใจ เป็นคนไม่แสดงออก ปากหนักแต่มักจะเก็บไปคิดคนเดียว กล้าทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อความรัก
              สำหรับผม "พฤติกรรมการกินอาหารเช้า" กับการทายนิสัยนั้น คงใช้กับผมไม่ได้  หรือใช้ได้ทั้งหมดก็ไม่ทราบได้ เพราะการกินอาหารเช้าของผม ขึ้นอยู่กับโอกาสเวลา เสียส่วนใหญ่ ถ้าเจอโจ๊กผมก็กิน หรือไปไหนหากเจอข้าวราดแกง ไข่พะโล้ ผมก็จัดหนักเช่นกัน และหากเบื่ออาหารจริงๆ น้ำเต้าหู้ร้อนๆ ปาท่องโก๋ ก็โอเคน่ะ แต่ที่แน่ๆ ไม่มีกินจริงๆก็กาแฟร้อนๆ แก้วเดียวก็โอเคจบ
              แต่การได้มาเดินทอดน่องที่ "ตลาดเช้าบ้านเทอดไทย" แห่งนี้ สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจเห็นจะเป็นอาหารเช้านานาชนิด ทั้งประเภทเส้น, นึ่ง และอื่นๆอีกมากโข เสียดายที่ผมเรียกชื่ออาหารต่างๆเหล่านั้นไม่ถูก เลยจัดหนักแค่ "ซาลาเปาไส้หมู" ไปหนึ่งลูก ของน้าผู้ชายที่มาขายที่ตลาดแห่งนี้ แถมน้องๆนักข่าวต่างสังกัด ที่มาเดินตลาดด้วยกัน ซื้อให้กินอีกต่างหากครับ 
               ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นอกจาก "ตลาดยามเช้าบ้านเทอดไทย" จะเป็นมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของ "บ้านเทอดไทย" แล้ว ที่ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ยังเป็นแหล่งปลูกชาเขียวชั้นดี คือ "ไร่ชาพญาไพร" หรือ "ไร่ชาฉุยฟง" อยู่ในเขตพื้นที่บ้านพญาไพร ของบริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดของจ.เชียงราย โดยมีประสบการณ์ยาวนานในการเพาะปลูกชามากว่า 40 ปีแล้ว
               "ไร่ชาฉุยฟง" ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 1 พันไร่ อยู่ในภูมิประเทศโอบล้อมด้วยเทือกเขาสูง และอยู่ติดชายแดนพม่าแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้น และที่นี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร บรรยากาศโดยรอบปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี ด้วยความสวยงามของไร่ชาที่กว้างใหญ่กว่าพันไร่ และปลูกโค้งงวน ตามสันเขาลดหลั่นเป็นขั้นบันได ซึ่งดูสวยงามแปลกตากว่าไร่ชาที่อื่นๆ จนทำให้

                 ปัจจุบัน "ไร่ชาฉุยฟง" กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในจ. เชียงราย ที่นักท่องเที่ยวผ่านมาแถบนี้ต้องแวะเวียนมาเยี่ยมชมไร่ชาแห่งนี้ก็ว่าได้...!!!
                                                        นวย เมืองธน
***************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น