วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

"จินดาภรณ์" ศูนย์ฟื้นฟูเด่น ชุมชนเข้มแข็งต้านยาเสพติด

          "ะลอนตามอำเภอใจ"-ตอนสายๆ ช่วงแสงแดดกำลังสาดส่องพอเหมาะ พอดี ไม่ร้อนมากนัก ผมมีโอกาสเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยมชมศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจินดาภรณ์ (วิทยาลัยลูกผู้ชาย) ที่หมู่ 6 บ้านลิวงศ์ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา กับคณะผู้บริหารของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
            ที่ได้พาคณะสื่อมวลชนมาสัญจร มาศึกษาดูงาน ณ ศูนย์แห่งนี้ เมื่อช่วงปลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปกครองอำเภอจะนะ จ.สงขลา และให้อาสาสมัคร (อส.) มีหน้าที่คอยดูแลผู้ที่มาเข้ารับการบำบัดยาเสพติดในสถานที่แห่งนี้
             "ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจินดาภรณ์" แห่งนี้ แตกต่างจากศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่ผมเคยไปเยี่ยมชมมาหลายแห่ง อาจเป็นด้วยสภาพแวดล้อมของศูนย์ฯจินดาภรณ์ แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ เหมืองแร่เก่า ที่ถูกทิ้งรกร้างไปก่อนหน้านี้ ประกอบการบริเวณรายรอบยังศูนย์ฯ ยังพอให้เห็นต้นไม้ เล็ก ใหญ่ อยู่บ้าง บรรยากาศโล่ง โปร่ง เงียบ และสงบ แถมพื้นที่บางส่วนยังถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกพืชชนิดต่างๆ โรงเพาะเห็ด บ่อเลี้ยงปลา และเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ ได้รับการฝึกอาชีพทางด้านการเกษตรอีกด้วย 
               ผมเองมีโอกาสได้เดินทอดน่อง ดูพื้นที่ทำการเกษตรต่างๆ ภายในศูนย์ฯจินดาภรณ์แล้ว ทำให้ผมเกิดการจินตาการต่างๆมากมาย ที่สำคัญ คือ การได้พักสมองอย่างดียิ่ง ทิ้งความคิดรกสมองที่สะสมมาจากกรุงเทพฯ ลงอย่างเฉียบพลัน
             แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆก็ตาม แต่บรรยากาศภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า กระท่อมมุงจาก หม้อหุงข้าวเก่าๆ ที่เสียบหูแขวนไว้กับกิ่งไม้แห้ง ร่องรอยของการก่อฟืนไฟ กองเล็กๆ ทำให้ผมจินตนาการมองเห็นภาพบบรรยากาศความสุขสงบของคนที่นั่งอยู่รอบกองไฟขณะนั้นเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญภาพร่องรอยความสุขสงบที่ว่า คงไม่สามารถได้พบเห็นง่ายๆที่กรุงเทพฯ ครับ
             จากภาพที่เห็นและสภาพแวดล้อมของศูนย์แห่งนี้ ที่ผมได้มาสัมผัส ผมจึงไม่แปลกใจ ที่เด็กๆและเยาวชน หลายคนที่เข้ามารับการบำบัดยาเสพติดในสถานที่แห่งนี้ จะบอกเล่าให้ฟังคล้ายๆกันว่า ศูนย์แห่งนี้อบอุ่น เพราะนอกจากจะได้รับการฟื้นฟูด้านจิตใจแล้ว ยังได้รับการฝึกอาชีพต่างๆ อีก ที่ผ่านมาเด็กๆและเยาวชน
            ก่อนเข้ามาอยู่ที่ศูนย์ฯแห่งนี้ เคยติดยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นยาไอซ์ หรือการเสพน้ำจากใบกระท่อม เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีพื่อนๆ ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พอหลังจากสมัครใจเข้ามารับการบำบัดฟื้นฟูที่ศูนย์แห่งนี้แล้ว พวกเค้าจึงได้รู้ว่า "ยาเสพติด"ไม่ใช่สิ่งดี เพราะนอกจากส่งผลกระทบกับครอบครัวตัวเองแล้ว ยังส่งผลเสียกับสุขภาพด้วย
        "อภิชัย สุธรรมดี" ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.จะนะ จ.สงขลา บอกว่า "นายอำเภอจะนะ" ได้มอบหมายให้รับผิดชอบดูแลศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจินดาภรณ์แห่งนี้ ซึ่งศูนย์ฯ แห่งนี้เปิดทำการมาประมาณ 5 ปี ปัจจุบันมีผู้เข้ารับบำบัด 38 คน โดยผู้เข้ามาอยู่ที่ศูนย์ฯ จะมาจากอ.จะนะ และจากอำเภอต่างๆของจ.สงขลา
 รวมถึงผู้ที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เคยมาบำบัดยาเสพติดที่แห่งนี้ด้วย ซึ่งหลักสูตรระยะเวลาในการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดจะแบ่งเป็น 2 รอบ รอบละประมาณ 45 วัน เมื่อครบกำหนดแล้วหากผู้ปกครองยังไม่มั่นใจว่าบุตร หลานจะสามารถเลิกยาเสพติดได้ขาด ก็สามารถฝากทางศูนย์ฯ ดูแลต่อได้ ส่วนใหญ่ที่มาอยู่จะเป็นเยาวชนอายุเฉลี่ยระหว่างอายุ 15 ปีขึ้นไปและไม่เกิน 25 ปี หลังจากผู้ปกครองนำมาฝากไว้ ก็จะทำกิจกรรมร่วมกันภายในศูนย์ฯแห่งนี้
              "ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง" บอกอีกว่า ที่ศูนย์ฯแห่งนี้ จะใช้หลักสูตรคล้ายๆทหารใหม่ ในการฟื้นฟูบำบัดผู้ที่เข้ามาอยู่ที่นี่ อาทิ ช่วงเวลาตีห้าครึ่ง ทุกคนต้องตื่นมาออกกำลังกาย แต่สิ่งที่ "ศูนย์จินดาภรณ์" จะแตกต่างจากที่อื่นๆก็ คือ ศูนย์ฯแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของชาวบ้านในพื้นที่ เพราะเมื่อก่อนมีการจับผู้เสพยาได้มาก พอจับได้ก็ไม่รู้จะเอาไปไหน  พอจับดำเนินคดี เสียค่าปรับเรียบร้อยแล้ว พอตอนเช้าเด็กๆก็ออกมาเดินกันแล้ว จึงเกิดปัญหาตามมาอีก หลังจากนั้นทางอำเภอจะนะจึงได้ร่วมกันกับทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และอาสารักษาดินแดน ในพื้นที่ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ฯแห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นพื้นที่เหมืองเก่า ที่อดีตเคยรุ่งเรืองเมื่อ 50 ปีก่อนหน้านี้ เพื่อแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่
           "ณรงค์พร ณ พัทลุง" นายอำเภอจะนะ บอกว่า "ศูนย์จินดาภรณ์" แห่งนี้ เคยมีเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเข้ารับบำบัดยาเสพติด ผู้ปกครองส่งเข้ามาให้ทางศูนย์ฯดูแล และกำนัน ผู้ใหญ่ ถือเป็นกำลังสำคัญ ในการเข้ามาช่วยกิจกรรมของศูนย์ฯแห่งนี้ โดยผู้ที่เข้ามารับการบำบัด เราจะปล่อยกลับบ้านก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าเมื่อเยาวชนกลับไปแล้วจะไม่หันเข้าหายาเสพติดอีก ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ผู้ปกครอง ต่างให้ความไว้วางใจนำบุตร หลาน มาฝากที่ศูนย์ฯแห่งนี้
          "สุนีย์ ชั่งหมาน" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านลิวงศ์ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา บอกว่า เข้ามาช่วยงานที่ศูนย์จินดาภรณ์ ตั้งแต่ปลายปี 2552 พอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านก็มาช่วยเลย คอยเป็นพี่เลี้ยงเด็กๆและเยาวชน ทั้งในเรื่องการเจ็บป่วยของเด็ก ด้านอาหาร และความเรียบร้อยต่างๆภายในศูนย์ สมัยตอนเปิดศูนย์ระยะแรก ลำบากมากเพราะไม่มีงบประมาณอุดหนุน ชาวบ้านในพื้นที่จึงต้องลงขันกันในเรื่องอาหารที่มาดูแลในศูนย์ฯ ใครมีปลาดุก ก็เอามา ร้านค้าไหนพอมีเงินหน่อยก็นำข้าวสารมามอบให้ ปัจจุบันแม้สถานการณ์ยาเสพติดจะมีอยู่บ้าง

 แต่ก็ลดน้อยลงกว่าเดิม ส่วนหนึ่งมาจากการที่ชุมชนมีความเข้มแข็ง และให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
              "กอรี เจ๊ะอุมา" กำนันตำบลท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา บอกว่า ปัญหายาเสพติดในต.ท่าหมอไทร ขณะนี้ลดลงมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ จากเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้ตั้งศูนย์ฯแห่งนี้ขึ้นมา เยาวชนถูกจับยาเสพติด ยังไม่ทันถึงโรงพัก ก็มีการเดินเรื่องขอประกันตัวกัน พอมีการเปิดศูนย์แห่งนี้ขึ้นมา หากมีหลักฐานชัดว่าติดยาเสพติด ก็จะจะต้องถูกนำมาบำบัดทันที ซึ่งทำให้เด็กๆเกิดความหวาดกลัว ทำให้มีการเสพยาลดลง เมื่อก่อนคิดว่าการก่อตั้งศูนย์ฯนี้จะทำเฉพาะแค่ตำบล คือ เอาแค่ลูกหลานมาบำบัดรักษา แต่พอทำได้ระยะหนึ่งก็มีผู้ปกครองนอกพื้นที่มาฝากให้เด็กอยู่ในศูนย์ฯที่นี่ ซึ่งตอนนี้เด็กและเยาวชน ในต.ท่าหมอไทร ที่มาอยู่ที่ศูนย์ฯแห่งนี้น้อยมาก ส่วนใหญ่เยาวชนจะมาจากอำเภอข้างเคียง 
         "ยาเสพติดที่ระบาดอยู่ขณะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำกระท่อม ยาบ้า และยาไอซ์  ซึ่งหลังจากที่เด็ก และเยาวชน ออกจาก "ศูนย์จินดาภรณ์ " แล้ว ผู้ใหญ่บ้าน ของแต่ละหมู่บ้าน ก็จะมีการติดตามผลว่าเด็กๆและเยาวชนที่ผ่านการบำบัดแล้ว หันกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกหรือไม่ ถือเป็นมาตรการหนึ่งในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในหมู่บ้าน ชุมชนที่ได้ผล"  กำนันตำบลท่าหมอไทร กล่าว
               ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจินดาภรณ์ ถือเป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดระดับอำเภอแห่งแรกของจ.สงขลา จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ภายใต้แนวความคิด "ผู้เสพคือผู้ป่วย"
              โดยใช้สายใยแห่งความรักและกระบวนมีส่วนร่วมของชุมชนมาเป็นยารักษา ทั้งด้านศาสนาและการประกอบอาชีพ โดยมีแนวทางในการบำบัดผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพยาเสพติด แบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ กายภาพบำบัด ในการออกกำลังกายในแบบของการฝึกทหารควบคู่กันไป
            เพื่อกำจัดสารพิษที่ตก ค้างอยู่ในร่างกายของผู้เสพ, การใช้จิตบำบัด ใช้ศาสนาขัดเกลาจิตใจของเยาวชน และการอาชีวบำบัด มีการฝึกอบรมอาชีพแก่ผู้เข้ารับการบำบัด เพื่อให้มีวิชาชีพติดตัว หลังจากได้รับการบำบัดเสร็จสิ้นไปแล้ว....!!!
                                                           นวย เมืองธน
***************************************

1 ความคิดเห็น:

  1. ขอให้กำลังเจ้าหน้าที่ทุกๆคน มีความเสียสระให้เยาวชนได้ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง เปิดโอกาศให้พิสูจตัวเอง

    ตอบลบ