วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ตามดูภารกิจปกครอง เมืองริมโขงมุกดาหาร

            "ะลอนตามอำเภอใจ"- ในอดีต "มุกดาหาร" ถือเป็นเมืองชายแดนปลายพระราชอาณาเขต ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่จนจรดแดนญวน ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อปราบกบฏเจ้าอนุวงษ์ฯ กองทัพกรุงเทพฯ และกองทัพหัวเมืองแถบลุ่มแม่น้ำโขง
ได้ยกทัพข้ามโขงไปกวาดต้อนผู้คนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงในดินแดนลาวให้อพยพข้ามโขงมาตั้งบ้าน ตั้งเมืองอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง หรือภาคอีสานของไทยให้มากที่สุด เพื่อมิให้เป็นกำลังแก่ข้าศึก จังหวัดชายแดน เช่น จ.กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ฯลฯ
ดังนั้น ในปัจจุบัน จ.มุกดาหาร จึงมีผู้คนหลายเผ่าพันธุ์ และมีอยู่ถึง 8 กลุ่มชาติพันธุ์
          แน่นอนครับว่าเมื่อผมเอ่ยถึง "มุกดาหาร" ผมต้องมาที่จังหวัดแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ภารกิจการเยือนมา จ.มุกดาหาร ครั้งนี้ไม่ได้มาเที่ยวหรือมาพักผ่อนหย่อนใจน่ะขอบอก เนื่องจาก "กรมการปกครอง" นำโดย "อวยชัย อินทร์นาค" หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ได้นำคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่ติดตามบทบาทภารกิจของกำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมประจำปี 2556 และบทบาทฝ่ายปกครอง
 ในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ณ พื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมกับคณะดังกล่าวในครั้งนี้ด้วย
          โครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ตามโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน 1 ท้องถิ่น 1 ค่าย ในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด อ.เมืองมุกดาหาร หรือศพอ.เมืองมุกดาหาร ที่สำคัญโครงการนี้ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและฝ่ายปกครอง ในฐานะผู้นำชุมชน ซึ่งใกล้ชิดกับประชาชน จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด และถือเป็นภารกิจหลัก ไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถือเป็นจุดแรกที่คณะของกรมการปกครอง และสื่อมวลชนได้มาเยี่ยมชมการทำงานในโครงการดังกล่าว
              "อวยชัย อินทร์นาค" หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง บอกว่า การที่เด็กๆ และเยาวชนเสพยาเสพติดชนิดต่างๆ อยากจะบอกว่ายาเสพติดเหล่านี้ถือเป็นเพื่อนชั่วคราว ไม่ได้เป็นเพื่อนแท้ของเรา และเป็นมิตรเทียม ไม่ใช่มิตรแท้ เมื่อคบหากันไปนานๆ เพื่อนคนนี้ (ยาเสพติด) ก็จะฆ่าเรา
               เมื่อยาเสพติดไม่ใช่เพื่อนแท้ของเรา เด็กๆ และเยาวชนก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคบหาเพื่อนเหล่านี้ (ยาเสพติด) และอยากฝากไปถึงพ่อ แม่ ผู้ปกครองว่า แม้จะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจภายในครอบครัว คือ ต้องทำมาหากิน หาเลี้ยงครอบครัว หาเงิน หาทอง มาให้ลูกๆ หลานๆ เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ นั้น ซึ่งเราอย่าไปมุ่งหาเงิน หาทอง อย่างเดียว ต้องใส่ใจกับชีวิตของลูกๆ หลานๆ ด้วย ซึ่งอยากจะฝากว่าเราต้องคุยกับลูกๆ หลานๆ บ้าง และนำไปสู่การเชื่อมโยงให้ครอบครัวมีความสุข  

            ขณะที่ "น้องเอ" เด็กชายคนหนึ่ง เรียนอยู่ชั้น ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งได้เข้าโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน 1 ท้องถิ่น 1 ค่าย เล่าให้ผมฟังว่า การที่ได้มาเข้าค่ายแห่งนี้ ทำให้ได้รับความรู้ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะความรัก ความสามัคคีกับเพื่อนๆ และอีกหลายอย่าง โดยก่อนหน้าที่จะมาอยู่ที่ค่ายแห่งนี้ ตนเคยเสพยาบ้า เนื่องจากเพื่อนๆ ชวน และคิดว่าหลังจากที่ออกจากค่ายแห่งนี้แล้ว หากเพื่อนๆ มาชวนให้เสพยาเสติดอีก ก็คงเลิกคบหากับเพื่อนๆ เหล่านี้อย่างแน่นอน
          "น้องเอ" บอกอีกว่า ตนอยากฝากถึงเยาวชนคนอื่นๆ ว่า อย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลย เพราะยาเสพติดไม่ใช่ของเล่น เพราะเมื่อติดยาเสพติดแล้ว จะทำให้เราตกนรกทั้งเป็น เวลาไม่มีเงินซื้อยาเสพ เมื่อไปขอเงินแม่
 แม่ไม่ให้ก็ถึงขั้นตีพ่อแม่ ทำร้ายแม่ ซึ่งผิดมาก เพราะตนเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาก่อน และรู้สึกเสียใจกับพฤติกรรมในอดีตที่ผ่านมา
         "จิรพงษ์ แก้วมณี" นายอำเภอเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร บอกว่า ในปี 2556 ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหารได้รับรางวัลองค์กร หน่วยงานที่มีผลงานด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดดีเด่นระดับประเทศ ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่
เนื่องจากมีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้มีช่องทางการลักลอบขนยาเสพติด แต่เพราะชุมชนมีความเข้มแข็ง และทุกฝ่ายบูรณาการการทำงานร่วมกัน จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้ติดและผู้เสพนั้น ได้นำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน 1 ท้องถิ่น 1 ค่าย พัฒนาศักยภาพพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ศพ อ.เมืองมุกดาหาร การบำบัดในระบบเมทริกส์โปรแกรม และโครงการค่ายวิวัฒน์พลเมือง
           "นายอำเภอเมืองมุกดาหาร" บอกอีกว่า จุดเด่น
 โครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน 1 ท้องถิ่น 1 ค่าย คือ การนำเยาวชนผู้หลงผิดเสพยาเสติดเข้ามาบำบัด ฟื้นฟู ให้ความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะโทษภัยของยาเสพติด ยาเสพติดมีประโยชน์หรือไม่อย่างไร มีโทษหรือไม่อย่างไร ให้เอาไปคิด ไปศึกษา สรุปได้ก็คือ เด็กและเยาวชนที่มาเข้าค่ายก็เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของพิษภัยยาเสพติด เมื่อเสพเข้าไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ไม่เกิดประโยชน์ต่อครอบครัว และไม่เกิดประโยชน์แก่ชุมชน เราก็มีส่วนร่วมในขบวนการบำบัดฟื้นฟู ส่วนผู้ที่มาเข้าค่ายก็ให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนๆ ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อได้ข้อมูลทางอำเภอก็จะไปทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง รวมถึงเด็กๆ และเยาวชน เพื่อนำเข้าบำบัดรักษา ฟื้นฟูในรุ่นต่อไป ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร
         "ตอนนี้มีผู้ปกครองติดต่อเพื่อจะเอาลูกหลานมาเข้าบำบัดฟื้นฟูกับทางอำเภอเป็นจำนวนมาก แต่บางรายเขาไม่สามารถทำความเข้าใจกับลูกหลานเขาได้ ก็ขอให้ทางอำเภอเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ เราก็เหมือนเป็นที่พึ่งให้กับทางผู้ปกครอง" นายอำเภอเมืองมุกดาหาร กล่าวทิ้งท้าย
            อีกจุดหนึ่ง ที่ทางคณะกรมการปกครอง และสื่อมวลชน ได้เยี่ยมชมภารกิจฝ่ายปกครองในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน คือ ที่ด่านตรวจความเรียบร้อยของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือชรบ.
 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดย "ใส โทนแก้ว" กำนัน ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ในฐานะกำนันยอดเยี่ยมประจำปี 2556 บอกว่า ต.บางทรายใหญ่ ได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยนำชุด ชรบ.ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่จำนวน 4 จุด โดยที่ผ่านมาสามารถป้องกันการลักลอบการขนยาเสพติด การขนไม้พะยูง การขนสุนัขข้ามชาติ ได้สัมฤทธิ์ผล ตามนโยบายของรัฐบาล
   
             ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" จากการที่ได้ติดตามดูภารกิจฝ่ายปกครองในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ในการสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยการตั้งด่านตรวจสกัดสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ หรือแม้แต่โครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน 1 ท้องถิ่น 1 ค่าย ในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหารนั้น ที่สำคัญกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นด่านแรก และเป็นกำลังสำคัญที่ใกล้ชิดกับประชาชน และถ่ายทอดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ข้อมูล ข่าวสาร มาสู่อำเภอ เพื่อนำมาสู่การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างที่เห็น และที่สำคัญกว่านั้น ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากทุกภาคส่วนไม่ร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างจริงจัง...!!!               ......"กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นด่านแรก และเป็นกำลังสำคัญที่ใกล้ชิดกับประชาชน และถ่ายทอดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ข้อมูล ข่าวสาร มาสู่อำเภอ เพื่อนำมาสู่การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างที่เห็น และที่สำคัญกว่านั้น ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากทุกภาคส่วนไม่ร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างจริงจัง".......
                                                          นวย เมืองธน
*************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น