วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มนต์เสน่ห์ถ้ำดินเกร็ดเพชร "ลาบปลาน้ำอ๊อด"เมนูเด็ด

          "ตะลอนตามอำเภอใจ"-"อำเภอทุ่งเสลี่ยม" จ.สุโขทัย จากประวัติความเป็นมาพบว่ายังไม่เคยมีการบันทึกไว้ชัดเจน แต่มีปรากฏในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนที่ 1 ความว่า "ขุนไกรได้สาร ขึ้นไม้ใช้สะบัดย่างวางใหญ่เข้าไปในป่า ข้าม "ทุ่งชะเลียม" เร่งตะเบ็งมา บ่ายหน้ามาลงตรงธานี ถึงสวรรคโลก พลันทันใด"
           คำว่า "ทุ่งชะเลียม" สันนิษฐานว่าคงเป็นทุ่งเสลี่ยมนั่นเอง เส้นทางที่ปรากฏในเรื่องดังกล่าว คงเป็นเส้นทางสายหนึ่งที่ใช้ติดต่อกันระหว่างกรุงศรีอยุธยากับล้านนาไทย
            นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าในราวปี พ.ศ.2428 ชาวเมืองลำปางพาครอบครัวลงมาหาเสบียง 300 คนเศษ ชนกลุ่มนี้ต่อมาพัฒนาเป็นชุมชนใหญ่ของ อ.ทุ่งเสลี่ยม คนที่เข้ามาอยู่ในท้องที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม เดิมเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเขต อ.เถิน จ.ลำปาง ตอนอพยพเข้ามาอยู่ใหม่ๆ เป็นป่าดงดิบทึบ ราษฎรซึ่งมีอาชีพในการล่าสัตว์ และเอาเนื้อและหนังไปขายและแลกข้าวที่บ้านปากคลองช้างปากคลองแห้งในท้องที่ ต.เมืองบางขลัง อ.วังไม้ขอน จ.สวรรคโลก ปัจจุบันเป็นบ้านทุ่งเสลี่ยม หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งเสลี่ยม และเป็นที่ตั้งวัดทุ่งเสลี่ยม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อศิลา
             ผมหยิบยกเรื่องราว "อำเภอทุ่งเสลี่ยม" มาเขียนเกริ่นนำ เพราะช่วงที่ผ่านมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ จ.สุโขทัย ก็มีโอกาสได้มาแวะเวียนมาที่อำเภอแห่งนี้ครับ ที่สำคัญ "อำเภอทุ่งเสลี่ยม" มีโบราณวัตถุ โบราณสถาน และสถานที่ท่องเทียวสำคัญๆ อยู่หลายแห่ง อาทิ "หลวงพ่อศิลา" เป็นพระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ สกัดจากหินทรายสีเทา ทรงกรองศอพาหุรัด กุณฑลสวมศิราภรณ์ สวมมงกุฎเทริด พระพักตร์ทรงสี่เหลื่ยม ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานขนดนาคสามชั้น นาคที่ปรกอยู่เหนือพระเศียรนั้นมีเจ็ดเศียร
            ด้านหลังหางนาคพันขึ้นมาถึงลำตัว มีลวดลายศิลปะแบบลพบุรี องค์พระวัดจากฐานถึงปลายยอดเศียรนาค สูง 85.50 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 44 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 126.5 กิโลกรัมงดงามล้ำค่า ประดิษฐานอยู่ ณ วัดทุ่งเสลี่ยม หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 
           และในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี ชาวอ.ทุ่งเสลี่ยม กำหนดให้จัดงาน "นมัสการหลวงพ่อศิลา" ขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสที่หลวงพ่อศิลาได้กลับมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากถูกโจรกรรม
ไปยังประเทศอังกฤษ, "หลวงพ่อทองคำ" หรือ "พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่สร้างด้วยทองคำ น้ำหนัก 9 กิโลกรัม ขนาดหน้าตักกว้าง 22.5 เซนติเมตร หรือ 9 นิ้ว ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพิพัฒน์มงคล หมู่ที่ 9 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย, "วัดใหญ่ไชยมงคล" อยู่ในเขตบ้านกมลราษฎร์ หมู่ที่ 1 ต.บ้านใหม่ไชยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย วัดนี้สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย แต่เดิมเป็นที่ตั้งของวัดในสมัยเมืองบางขลัง ซึ่งปัจจุบันยังมีซากสิ่งก่อสร้างเหลือไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา และกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน
เป็นโบราณสถานเรียบร้อยแล้ว
          "โด่แม่ถัน" ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านเชิงผา หมู่ที่ 11 ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย  ซึ่งมี "วัดเชิงผา" อยู่ติดกับเชิงเขาแม่ถัน และถ้ำเชิงผา หรือถ้ำอุบาลี ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง และทางวัดได้เก็บรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ที่มีคุณค่าหลายอย่าง เช่น ซุ้มที่นั่งทรงไทย ฯลฯ บริเวณใกล้ "วัดเชิงผา" มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ "ถ้ำแม่ถัน" หรือ "ถ้ำดิน", "ถ้ำเชิงผา" ลำน้ำแม่มอก อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 20 กิโลเมตร, "อ่างเก็บน้ำห้วยหัวแหวน" อยู่ในพื้นที่บ้านหนองผักบุ้ง

หมู่ที่ 5 ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดทุกชนิด และเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สวยงาม อยู่ห่างจากตัว อ.ทุ่งเสลี่ยม ประมาณ 10 กิโลเมตร และ"อ่างเก็บน้ำบ้านแม่ทุเลาใน" อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติป่าแม่ลำพัน-ป่าแม่มอก พื้นที่หมู่ที่ 9 ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สวยงาม อยู่ห่างจากตัวอำเภอทุ่งเสลี่ยม
 ประมาณ 20 กิโลเมตร
               นอกจาก "อำเภอทุ่งเสลี่ยม" จะมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญๆ แล้ว "ถ้ำดินเกร็ดเพชร" บริเวณหลังโรงเรียนบ้านเชิงผา ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.สุโขทัย ที่เพิ่งถูกค้นพบ และผมเองก็มีโอกาสมาเยือนสถานที่แห่งนี้ "สุมิตรา ศรีสมบัติ" ผู้ว่าฯ สุโขทัย บอกว่าชาวบ้านได้ขึ้นไปหาเก็บของป่าบน "เขาโด่แม่ถัน" บริเวณหลังโรงเรียนบ้านเชิงผา และได้พบถ้ำดินแห่งใหม่อยู่กลางหุบเขาโด่แม่ถัน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ด้านในมีลักษณะเป็นโขดหินแหลม และเป็นโพรงกว้างอยู่ด้านล่างหน้าผา ชาวบ้านต้องใช้ไม้ไผ่ทำเป็นบันไดเพื่อปีนลงไปด้านล่างของหน้าผา
            ซึ่งจากการสำรวจพบว่าภายในถ้ำมีลักษณะเป็นห้องโถงสี่เหลี่ยม มีอากาศถ่ายเทสะดวก มีช่องระบายลม ในบางช่องมีลมเย็นพัดผ่านตลอด นอกจากนี้ยังมีหินงอกหินย้อยสวยงามหลากหลายรูปแบบและไม่ซ้ำกัน บางจุดเป็นร่องลึก สีเป็นประกายมุข สีขาวอมทอง เมื่อหินเหล่านั้นกระทบกับแสงสว่างจะสะท้อนเป็นแสงที่ระยิบระยับสวมงามมาก และบางจุดเป็นม่านย้อยสวยงาม ชาวบ้านที่พบถ้ำดังกล่าวจึงตั้งชื่อว่า ถ้ำดิน และด้วยลักษณะแสงที่ระยิบเหมือนเกร็ดเพชร จึงเรียกต่อกันว่า "ถ้ำดินเกร็ดเพชร"
              "ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย" กล่าวว่า การค้นพบถ้ำแห่งใหม่นี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากในปีนี้ทางจังหวัดสุโขทัยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นปีการท่องเที่ยวสุโขทัย ซึ่งการเดินทางมายัง "ถ้ำดินเกร็ดเพชร" ก็ไม่ลำบาก สามารถขึ้นได้อีกทางจากหลังโรงเรียนบ้านเชิงผา ประกอบกับอากาศเย็นสดชื่น และวิถีชีวิตของชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ยังคงเงียบสงบ น่าจะเป็นแนวทางในการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน อย่างอาชีพการเก็บของป่า เช่น หน่อไม้ เห็ด หรือผักนานาชนิดๆ และของป่าจากบน" เขาโด่แม่ถัน" ที่ต่อยอดมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี นอกจาก "ถ้ำดินเกร็ดเพชร" แล้ว ที่นี่ยังมี "ถ้ำอุบาลี" และ"ถ้ำมูกเหล็ก" ซึ่งอยู่ทางด้านหลัง "วัดเชิงผา" อีกด้วย
            "มฆวาน แสงสว่าง" มัคคุเทศก์น้อย วัย 16 ปี นักเรียนโรงเรียนบ้านเชิงผา ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ที่คอยให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวและพาชม "ถ้ำดินเกร็ดเพชร" บอกว่า จุดเด่นความสวยงามของถ้ำแห่งนี้ จะอยู่ที่หินย้อยต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติภายในถ้ำแห่งนี้ ซึ่งใครมาเยี่ยมชม พอได้เห็นต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันกันว่า "สวยงามจนลืมเหนื่อย" ซึ่งหน้าที่ของตนเวลามีนักท่องเที่ยวมาที่ "ถ้ำดินเกร็ดเพชร" เราก็จะพานักท่องเที่ยวขึ้นไปชมถ้ำ พร้อมเล่ารายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้ให้นักท่องเที่ยวฟัง และจากข้อมูลของ "น้องมฆวาน" อีกด้านหนึ่งก็เล่าถึงการพบถ้ำแห่งนี้ว่า ก่อนหน้านี้มีคนเสพยาเสตติดได้เข้ามาหลบซ่อนตัวภายในถ้ำแห่งนี้ จนกระทั่งมีตำรวจมาติดตามจับกุมตัว ก็เลยกลายเป็นที่มาของ "ถ้ำดินเกร็ดเพชร"
             ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" แน่นอนครับว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ตาม ร้านอาหาร ของกินอร่อยๆ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ไหนๆ ก็มาที่ "อำเภอทุ่งเสลี่ยม" ผมก็ขอแนะนำ "ร้านสามแสน" ตั้งอยู่เลขที่ 243/5 หมู่ 7 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ช่วงที่มีโอกาสแวะเวียนมาที่ร้านแห่งนี้ "มาลา ทิงาเครือ" เจ้าของร้านฯ กำลังสาละวนอยู่ก้นครัว เพราะวันนั้นลูกค้าเยอะมาก เฉพาะคณะที่ผมมาวันนั้นก็ทำกันแทบไม่ทันด้วยซ้ำไป แต่โบราณว่าไว้ กินของอร่อยต้องใจเย็นๆ ไม่ผิดหวังจริงๆ
              สำหรับอาหารแบบฉบับชาวเหนือตอนล่าง ผัดผักรวมมิตร แกงแคกระดูกหมูอ่อน ปลาทอดตะไคร้ และอีกหลายเมนูเด็ดๆ บางเมนูถึงขั้นซู๊ดปาก ส่วนเมนู "ลาบปลาน้ำอ๊อด" ที่มีส่วนผสมของดีปลา เครื่องในปลาที่รีดออกมาเป็นน้ำขมๆ หน่อย แล้วก็นำมาเป็นส่วนผสมของลาบปลา กับสารพัดผักสด สมุนไพร ที่ทางร้านปลูกเอง กินเอง ขายเอง ที่สำคัญเป็นผักปลอดสารพิษ กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวร้อนๆ ก็แซ่บอีหลีเด้อ...วันนี้ขอลาไปด้วยคำขวัญของ "อำเภอทุ่งเสลี่ยม"..."พระศิลามิ่งขวัญ...แม่ถันเด่นสง่า...สวยล้ำค่าหินอ่อน...เอื้ออาทรน้ำใจ...รักษาไว้วัฒนธรรม"...!!!
                                                    นวย เมืองธน
************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น