วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เด็กๆเรียนรู้ ทำนาด้วยตัวเอง

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-ในอดีต อ.กะปง จ.พังงา เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ในท้องที่เมืองตะโกลา ซึ่งปัจจุบันก็คือ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และมีแม่น้ำไหลผ่านหมู่บ้านไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดีย

            ครั้งโบราณชาวอินเดียนำสำเภาขึ้นมาค้าขายกับหมู่บ้านกะปงแห่งนี้เป็นประจำ สองฝั่งลำน้ำถือได้ว่าอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่เหมาะต่อการทำมาหากิน ราษฎรจากเมืองตะโกลาจึงอพยพมาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันลำน้ำดังกล่าวถูกโคลนตมจากการทำเหมืองแร่ไหลทับถมจนตื้นเขินใช้การไม่ได้ 
              ในสมัยนั้นด้านการปกครองมีนายบ้านเป็นหัวหน้า แต่ชื่ออะไรไม่ปรากฎ ในราว ร.ศ.116 ได้ยกฐานะเป็นอำเภอ ตั้งที่ว่าการอำเภอที่หมู่ที่ 2 ต.กะปง จัดการปกครองเป็นหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ.116 ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2497 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอกะปง หมู่ที่ 2 ต.กะปง มาตั้งอยู่ที่บ้านปากถัก หมู่ที่ 2 ต.ท่านา อันเป็นจุดศูนย์กลางของ อ.กะปง เพื่อสะดวกแก่ประชาชนทุกตำบลที่จะมาติดต่อราชการจนถึงปัจจุบันนี้
              ผมหยิบยกยกเรื่องราวของ อ.กะปง จ.พังงา มาเขียนเกริ่นนำ แน่นอนครับว่าผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ อ.กะปง แห่งนี้ ช่วงที่มาดูภารกิจบทบาทของ "นายอำเภอ" กับคณะของกรมการปกครอง ซึ่ง "ประกอบ ศรีทวี" นายอำเภอกะปง นำคณะฯ เดินทางมายังศูนย์การเรียนรู้ด้านวิชาการทำงาน "โรงเรียนเยาววิทย์" หมู่ที่ 1 ต.เหมาะ อ.กะปง จ.พังงา เด็กๆ ชั้นอนุบาลทั้งชาย-หญิงมาต้อนรับคณะฯ อย่างอบอุ่น และดูเหมือนดินฟ้า อากาศ ในวันนนั้นจะเป็นใจเสียเหลือเกิน มีฝนตกลงมาเย็นฉ่ำ เหมาะกับการสาธิต
การทำนาเหลือเกิน
         เนื่องจากที่ "โรงเรียนเยาววิทย์" แห่งนี้ เด็กๆ จะถูกสอน ปลูกฝัง ให้รู้จักทำการเกษตร และทำนาด้วย พูดไม่ทันขาดคำ เผลอแพล๊บเดียว  "นายอำเภอกะปง" กระโดดไปอยู่กลางท้องนาท่ามกลางสายฝน "ดำนา" ปักต้นกล้า ร่วมกับเด็กๆ และอาสาสมัครของโรงเรียนฯ อย่างสนุกสนานทีเดียวเชียว ส่วนผมต้องย่องมาหลบฝนอยู่ภายในเต็นท์ เพราะกลัวไม่สบาย...อ่ะ แต่ที่เห็นหลายๆ คนลื่นกันกระจายที่คันนา
         สร้างบรรยากาศ และเสียงหัวเราะกันทีเดียว จะไม่ให้ขำได้ยังไง บางคนทั้งหัว ทั้งหน้า

เต็มไปด้วยโคลนในท้องนา จนแทบจำกันไม่ได้...ฮ่าๆๆ ส่วน "นายอำเภอกะปง" ผมยอมรับจริงๆเลยว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นนายอำเภอคนไหนดำนาคล่องแคล่วว่องไว เก่งขนาดนี้เลยจริงๆ ขอชมเชยจากใจ และเชื่อว่าหากชาวบ้าน..บ้านไหนขาดคนทำนา
 ปรึกษา "ท่านประกอบ" นายอำเภอกะปง คิดว่าคงไม่ผิดหวังแน่นอน...ฮ่าๆๆ
         "ประกอบ ศรีทวี" นายอำเภอกะปง บอกว่า "โรงเรียนเยาววิทย์" จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิถล่มจังหวัดภาคใต้แถบอันดามันเมื่อปี 2547   รวมถึงเด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้าต่างๆ มาไว้เป็นนักเรียนประจำ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รวมถึงเด็กมัธยมบางส่วน กว่า 100 คน ส่วนกิจกรรมการปลูกข้าว ดำนา มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนทุกคนเรียนรู้จากการทำนาข้าว รวมถึงบริโภคข้าว
จากนาที่เด็กๆ ลงแรงกันปลูก ดำ และเก็บเกี่ยวด้วยตัวอง และต่อยอดในการสร้างอาชีพให้กับเด็กๆ ในอนาคตอีกด้วย
       "กัญจนา ไหมละเอียด" ครูใหญ่โรงเรียนเยาววิทย์ เล่าว่า โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งโดยมูลนิธิ Children"s World Acadamy โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2549 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในการเสด็จฯ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิด มีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้หลุดพ้นจากวัฏจักรความ
ยากจนด้วยการเรียนรู้วิถีเกษตรแบบพอเพียง
           นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้จัดโปรแกรมการอุปการะเด็ก เพื่อให้ผู้สนับสนุนที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาอาชีพแก่เด็ก มุ่งสร้างทักษะที่จำเป็นในการศึกษาและสอนคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรม เป้าหมายของเราคือการสอนเด็กๆ ของเราให้มีทักษะในภาคปฏิบัติ งานฝีมือ และการทำธุรกิจ โดยโรงเรียนเยาววิทย์ได้สร้างบรรยากาศที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่น ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ เติบโตอย่างสนุกสนานร่าเริง ขณะ
เดียวกันก็ประกอบด้วยทักษะที่จำเป็นในการหาเลี้ยงชีพ
         "ครูใหญ่โรงเรียนเยาววิทย์" กล่าวอีกว่า ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างโรงเรียนในประเทศไทยและเหล่าครูผู้สอนที่มีประสบการณ์จากนานาชาติ เราได้สร้างโรงเรียนที่เอื้อให้นักเรียนได้พัฒนาความสามารถเฉพาะตัว ปัจจุบันเราเลี้ยงตัวเองด้วยรายได้จากบ้านพัก ผลผลิตทางการเกษตร และการขายงานฝีมือของเด็กๆ ซึ่งคิดเป็น 10% ของเงินทุนที่ต้องการในแต่ละเดือน ส่วนเป้าหมายของเราคือทำรายได้ดังกล่าวต่อเดือนได้อย่างน้อย 30% ของเงินทุนที่ต้องการในแต่ละ
เดือน ภายในระยะเวลาสองปีข้างหน้า จากนั้นก้าวที่สำคัญต่อไปคือการเลี้ยงตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพิงเงินสนับสนุนจากภายนอกชุมชนการศึกษาที่ได้รับการจัดการอย่างดี
    "เยาววิทย์ได้รับการบริหารจัดการโดยทีมงานชาวไทยที่ยอดเยี่ยมในความร่วมมือกับผู้จัดการโครงการชาวเยอรมัน เหล่าคุณครูมาจากภูมิภาคนี้
และมีความเข้าใจถึงความต้องการของเด็กๆเยาววิทย์ พวกเขาไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงครูผู้สอนเท่านั้น แต่ยังเป็นพี่เลี้ยง เป็นเพื่อน และเป็นผู้ฝึกในทุกๆ อย่าง เรายังเชิญผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เช่น กีฬา ศิลปะ หรือภาษาอังกฤษ มายังเยาววิทย์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง" ครูใหญ่กล่าว   
              ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" เผลอคิดอะไรเรื่อยเปลื่อย ท่ามกลางธรรมชาติ ท้องไร่ ท้องนา ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย จากเม็ดที่หนา จนเม็ดฝนค่อยๆ จางหาย เหมือนท่านเทวดาจะรู้ว่าหากฝนยังไม่หยุดตก คณะของเราคงเดินทางกลับไม่ได้แน่ แถม "นายอำเภอกะปง" และเด็กๆ ดำนา ปักต้นกล้า กันเสร็จพอดี จึงต้องโบกมือลาจากกันไปท่ามกลางรอยยิ้มอันอบอุ่นของเด็กๆ น้องๆ "โรงเรียนเยาววิทย์" แห่งนี้...บ๊าย...บาย...!!!
                                                            นวย เมืองธน
**********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น