วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"ม่อนแจ่ม"เสน่ห์ชาวดอย

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-"ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย" ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ  22 องศาเซลเซียส เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในเขตหมู่บ้านหนองหอย ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าม้งอาศัยอยู่ในเขตที่กำหนดให้เป็นพื้นที่เขตลุ่มน้ำชั้นที่ 1 อันเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารแห่งหนึ่งของประเทศ ชาวเขาประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วยการบุกรุกทำลายป่าเพื่อเปิดที่ทำกินใหม่
            สำหรับการทำไร่เลื่อนลอยปลูกฝิ่นบนพื้นที่ประมาณ 400-500 ไร่ ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญอันดับหนึ่งของพื้นที่แห่งนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่มากที่สุด
           นอกจากนี้มีการปลูกข้าวไร่และกะหล่ำปลีเป็นอาชีพหลัก ปี 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านหนองหอย และทรงมีพระราชดำริว่า... ควรจะมีการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรด้วย...
          ในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2517 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง

ทรงเห็นว่าหมู่บ้านหนองหอยมีประชากรเพิ่มขึ้นและมีการปลูกฝิ่นมาก ทั้งๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ และได้มีการขยายหมู่บ้านออกเป็น 2 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองหอยเก่าและบ้านหนองหอยใหม่ สมควรที่มูลนิธิโครงการหลวงจำเป็นต้องเข้าไปมีบทบาทในการแก้ปัญหาต่าง ๆ 
          อาทิ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร โดยแนะนำพืชเศรษฐกิจใหม่ๆ ทดแทนการปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอย, อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต้นน้ำลำธาร และปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น,
ยกสภาพความเป็นอยู่ของชาวเขาให้ดีขึ้นทัดเทียมคนพื้นราบ, พัฒนาชาวเขาให้มีความสำนึกในความเป็นไทย ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย" จึงเริ่มต้นปฏิบัติงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา
          ผมหยิบยกเรื่อราวของ "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย" มาเขียนถึงเพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "ม่อนแจ่ม" ตั้งอยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม และเป็นส่วนหนึ่งของ "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย" เดิมทีบริเวณนี้ชาวบ้านเรียกว่า "กิ่วเสือ"
เป็นป่ารกร้าง สำหรับอากาศที่ "ม่อนแจ่ม" เย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยเฉพาะทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา
       นอกจากนี้ ยังมองเห็นการปลูกพืชไร่ต่างๆ ของโครงการหลวง ที่สำคัญบนยอดม่อนแจ่มนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้จนทั่วได้อย่างสบาย เพราะมีการพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะ "แค้มปิ้งรีสอร์ท"
      แหมๆๆๆ พอได้สัมผัสอากาศเย็นๆ บน "ม่อนแจ่ม" แทบไม่อยากย่างกลายกลับบ้านเลยจริงๆ เชียว
    เพราะการได้เดินทอดน่องชมวิวสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมแปลงพืชผักและผลไม้ เมืองหนาว แถมมีบรรดาร้านค้า ร้านอาหารไว้คอยบริการให้นั่งดื่ม นั่งจิบกาแฟ ...ชิว...ชิว บนกระท่อมไม้ไผ่ที่อยู่ติดริมเขาด้วยแล้ว ทำให้เกิดอาการลืมแสงสี ความวุ่นวายในเมืองหลวง อย่างกรุงเทพฯ ไปชั่วขณะหนึ่งเหมือนกันครับ เพราะบรรยากาศดีมาก ส่วนบ้านนพักก็จะเป็นกระท่อมทำจากไม้จำพวกไผ่ มุงหลังคาด้วยหญ้าคา สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว มีห้องน้ำในตัว หรืออยากกางเต้นท์ ก็มีสถานที่จัดเตรียมเอาไว้ให้นั่งกินลมชมวิว
           ส่วนจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณใกล้ๆ "ม่อนแจ่ม" ก็มี "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย" ภายในมีแปลงผักและงานวิจัย ผักเมืองหนาว อาทิ แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่หวานฉ่ำ, อาติโช๊ค, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกัน หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ บริเวณ "ดอยม่อนล่อง" ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้

และดอกไม้ป่าหลากหลาย ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์น้อยของหมู่บ้านชาวเขาบริการนำเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขาอีกด้วย
            ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" การได้มองพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินบน "ม่อนแจ่ม" ถือเป็นภาพที่คงต้องจำติดตา บรรยายความงดงามของ "ม่อนแจ่ม"

ไม่ถูกเลยจริงๆ ส่วนอีกด้านหนึ่งบน "ม่อนแจ่ม" เมื่อมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ของ อ.แม่แตง และอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แต่หากวันไหนท้องฟ้าเป็นใจเราอาจมองเห็นไกลถึงดอยหลวงเชียงดาว และขุนเขาต่างๆ ใน จ.เชียงราย เลยทีเดียว
          ส่วนช่วงดึกๆ ในคืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าจะเห็นทะเลดาวเต็มท้องฟ้า น่าอัศจรรย์อย่างมาก ที่นี่จะงดงามไปด้วยทะเลดาวเต็มท้องฟ้า ส่วนเมื่อก้ม แต่หากมองลงไปยังเบื้องล่างจะเห็นแสงไฟที่ส่องสว่างของ อ.แม่แตง และอ.แม่ริม ส่องสว่างสวยงามยิ่งนัก...หากใครได้มาแอ่ว "ม่อนแจ่ม" เชื่อว่าคงจะลืมความวุ่นวายต่างๆ ไปชั่วขณะเหมือนกัน...!!!
                                                          นวย เมืองธน
***********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น