วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

สิทธิกฎหมายคู่ชีวิต คนหลากเพศพึงได้รับ

          "ะลอนตามอำเภอใจ"-ความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย โดยเฉพาะคู่ชีวิตเพศเดียวกันที่ใช้ชีวิตร่วมกันดั่งครอบครัวคู่รักชายหญิงทั่วไป คงต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีจำนวนมาก แต่สถานภาพของคู่ชีวิตดังกล่าวกลับไม่มีกฎหมายรับรอง ทำให้บุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

             ทั้งในเรื่องสิทธิและหน้าที่ที่จะพึงมีพึงได้ ซึ่งขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตามหลักการในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพราะการปฏิเสธไม่ยอมรับให้คู่รักเพศเดียวกันสมรส หรือแต่งงานกัน อาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน เพราะความแตกต่างทางเพศ หรือละเมิดสิทธินั่นเอง หากบุคคลเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีกฎหมายมารับรอง ก็จะทำให้ชีวิตคู่ของคนหลากหลายทางเพศดีกว่าที่เป็นอยู่...จริงหรือไม่
             เอาล่ะ...ผมหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนถึงเกริ่นนำ...เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" การเสวนาทางวิชาการครั้งที่ 5 เรื่องความหลากหลายทางเพศกับกฎหมายการจดทะเบียนคู่ชีวิตของไทย เพื่อนำไปสู่การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจดทะเบียนคู่ชีวิตของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ พ.ศ. ....ที่จัดโดยคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี "พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน" เป็นประธานฯ ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ห้องโถงอาคารรัฐสภา โดยมี "เจริญ จรรย์โกมล" รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานเปิดการเสวนา เมื่อช่วงปลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา (19 เม.ย.56) หลังจากที่ผ่านมาได้จัดเสวนากันไปใน 4 ภูมิภาคมาแล้ว 4 ครั้ง
             "พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์" อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ บอกว่า กรมคุ้มครองสิทธิฯ มีหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนทุกกลุ่ม แน่นอนว่ารวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย กรณีกฎหมายแพ่ง มาตรา 1448 "การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว" เกิดคำถามว่า ถ้าไปผ่าตัดแปลงเพศแล้ว จะสามารถสมรสกันได้หรือไม่ ตรงนี้มีคำตอบตามคำพิพากษาศาลฏีกาว่า "หญิง" ตามพจนานุกรมคือ คนที่ออกลูกได้ หมายความว่าคนที่แปลงเพศมาแล้ว แม้จะสามารถมีเพศสัมพันธุ์ได้ ก็ไม่อาจจะเป็นหญิงได้ เพราะไม่สามารถออกลูกได้
           นี่ก็เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข ทั้งนี้ หากมองประเทศต่างๆ ที่ดูจะเป็นอนุรักษ์นิยมมากๆ อย่างประเทศเนปาล ก็ออกกฎหมายให้สามารถเปลี่ยนคำนำหน้านามตามเพศสภาพที่ปรากฏตามจริง แม้แต่ศาลฎีกาของเนปาลอนุญาตให้สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ บางประเทศเขากำหนดให้มีเรื่อง LGBT อยู่ในหลักสูตรการศึกษาเลย ส่วนประเทศไทยเรายังอยู่เพียงขั้นตอนของการผลักดันกฎหมายอยู่
           "นานาชาติได้มีหลักการยอกยาการ์ตาว่าด้วยการใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองสิทธิ์ ขณะที่องค์การสหประชาชาติก็มีมติส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ จะเห็นได้ว่าไทยไม่ใช่ผู้เพ้อฝันอยู่ผู้เดียว แต่นานาอารยะประเทศล้วนให้ความสำคัญ สังคมไทยจึงควรให้ความสำคัญในความแตกต่าง ไม่ให้กลุ่มคนดังกล่าวถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่" พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ กล่าว
            "วิรัตน์ กัลยาศิริ" รองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร บอกว่า นอกจากกรรมาธิการ ซึ่งมาจากต่างพรรคการเมืองแล้ว นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ยังได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการขอเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะเห็นได้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติให้ความสำคัญกับกฎหมายทางเพศอย่างยิ่ง พร้อมยืนยันว่าร่างกฎหมาย ซึ่ง ส.ส.จะเป็นผู้เสนอให้นั้นจะให้โอกาสเท่าเทียมเช่นเดียวกับที่ประเทศอังกฤษ และเป็นลักษณะการรับรองให้เป็นคู่ชีวิตตามกฎหมาย
           คือมีสิทธิเท่าสิทธิคู่สมรสทุกประการ อาทิ การรับมรดก รับบำนาญ หรือกองทุนต่างๆ ก็ขอให้กลุ่มผู้หลากหลายทางเพศที่ร่วมเรียกร้องความเสมอภาคเสนอรายละเอียดของกฎหมายที่สั้นกระชับ และได้ประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันต้องรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อเสนอเป็นกฎหมายเข้ามาเช่นเดียวกัน เพื่อให้การผลักดันออกเป็นกฎหมายสำเร็จ
            "นที ธีระโรจนพงษ์" แกนนำเครือข่ายอัตลักษณ์ทางเพศ บอกว่า ผมมีแฟนหนุ่มซึ่งอยู่ร่วมกันกว่า 19 ปี ขอจดทะเบียนสมรส แต่ถูกปฏิเสธจากฝ่ายทะเบียน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งความต้องการจดทะเบียน ก็เพื่อให้มีผู้เซ็นรับรองกรณีตนประสบอุบัติเหตุและต้องรับการรักษาโดยด่วน และยืนยันว่าไม่ต้องการสิทธิเหนือบุคคลใด เพียงแต่ขอให้เท่าเทียมกับบุคคลอื่น และอยากเห็นไทยเป็นประเทศที่เจริญ และต้องการกระตุ้นให้ ส.ส.และ ส.ว. ทราบถึงความต้องการในความเสมอภาคเท่าเทียม โดยหวังให้ไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่มีอารยะ ยอมรับความเสมอภาคเท่าเทียม
          "เจริญ จรรย์โกมล" รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 บอกว่า ในฐานะเป็นผู้ดูแลงานด้านกฎหมายของสภา จึงขอชื่นชมการเสนอกฎหมายดังกล่าว และเห็นว่าสังคมไทยควรรับฟังในสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งขณะนี้แม้จะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม แต่สมาชิกรัฐสภายังคงทำหน้าที่ตามปกติ และหากกระบวนการเสนอเสร็จสิ้นแล้ว ตนจะพิจารณาสั่งการร่างกฎหมายดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาในสมัยการประชุมหน้าช่วงเดือน ส.ค.56 โดยขอให้กำลังใจผู้ริเริ่มเสนอและหวังว่าจะได้เห็นทิศทางการออกกฎหมายของประเทศ
             "นพ.แท้จริง ศิริพานิช" กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่า แม้แต่ในวงการแพทย์เอง ในอดีตก็เคยถือว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นผู้ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ แต่ปัจจุบันดีกว่าเดิมมาก ถือว่าเป็นลักษณะการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง แล้วเวลาที่กล่าวว่าหญิงแท้ชายจริง นี่ก็ต้องมีคำถามว่ามันเป็นลักษณะอย่างไร ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่ต้องมาติ๊กช่องว่าเป็นชายหรือหญิงด้วยซ้ำ เขาจะอยู่ด้วยกันก็เป็นสิทธิของเขา เดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีใครคิดอะไรมากแล้ว แต่ถึงที่สุดเขาก็ต้องการความคุ้มครองทางกฎหมาย ต้องการสิทธิเกี่ยวกับครอบครัว แต่เรื่องนี้ยังถือเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ถ้าเราก้าวข้ามจุดนี้ไปได้ มันจะมีอีกหลายเรื่องที่พัฒนาตามไปด้วย
             ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" หากว่าร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิตสามารถออกบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ หรือคู่รักเพศเดียวกัน
คงจะได้รับการยอมรับจากสังคมไทยมากขึ้น สำคัญกว่านั้น คือกลุ่มคนเหล่านี้ควรได้รับสิทธิต่างๆ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับบุคคลเพียงกลุ่มเดียวก็ตาม
            แต่ที่แน่ๆ หลังจากผมเสร็จภารกิจตะลอนฯ ที่รัฐสภา ก็ถูกชักชวนมาตะลอนฯ ชิว...ชิวต่อที่ "ร้านกินข้าวบ้านเพื่อน" ตั้งอยู่บนถนนพิชัย ใกล้ตลาดศรีย่าน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. เดินทางมาจากรัฐสภาไม่ไกลนัก ตัวร้านเป็นบ้านไม้หลังเก่าประมาณสัก 70 ปีเห็นจะได้ ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตกแต่งเรียบง่าย เน้นบรรยากาศเป็นกันเอง บนชั้น 2 ถูกดัดแปลงเป็นเหมือนชานบ้านรอคุณมานั่งเพลินๆ มีหลากหลายเมนูให้เลือกรับประทานกัน ทั้งอาหารไทย-ฝรั่ง แต่ถ้าถามผมว่า เมนูอะไรอร่อยบ้าง คงตอบไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่จะสั่งแต่ "ไข่เจียวหมูสับ" เฮ่อๆๆ...ใครมีโอกาสผ่านมาย่านนี้ ก็ลองแวะกันดูก็แล้วกัน...วันนี้โบกมือลากันไปก่อน...!!!
                                                   นวย  เมืองธน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น