วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

"ผามออีแดง" จุดชมวิวยอดฮิต

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-คดีปราสาทพระวิหาร เป็นความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชากับราชอาณาจักรไทย ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2501 จากปัญหาการอ้างสิทธิเหนือบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยด้านอ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และชายแดนกัมพูชาด้านจ.พระวิหาร
          เกิดจากการที่ทั้งไทยและกัมพูชา ถือแผนที่ปักปันเขตแดนตามแนวสันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรักคนละฉบับ ทำให้เกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของทั้งสองฝ่ายในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของตัวปราสาท โดยทั้งฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยได้ยินยอมให้มีการพิจารณาปัญหาดังกล่าวขึ้นที่ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี พ.ศ. 2502
         โดยคดีนี้ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ท่ามกลางความไม่พอใจ
ของฝ่ายไทย ซึ่งเห็นว่าศาลโลกตัดสินคดีนี้อย่างไม่ยุติธรรม ที่สำคัญการตัดสินคดีครั้งนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องอาณาเขตทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชาในบริเวณดังกล่าวให้หมดไป และยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังต่อมาจนถึงปัจจุบัน
           สำหรับ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อยู่ริมชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตอ.กันทรลักษณ์ ประกาศจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีพื้นที่ตามแนวชายแดนตั้งแต่อ.น้ำยืนถึงอ.กันทรลักษณ์ เนื้อที่ราว 8 หมื่นไร่ บริเวณชายแดนไทยมีจุดชมทัศนียภาพทิวเขาพนมดงรัก
 แผ่นดินเขมรต่ำ  สามารถมองเห็นปราสาท เขาพระวิหาร ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตรได้ และเชื่อกันว่าปราสาทเขาพระวิหารมีการก่อสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ประมาณ พ.ศ.1581
         ส่วนสภาพธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีสภาพป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ติดต่อกับประเทศกัมพูชา มีทิวทัศน์ที่สวยงามและเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ เหมาะแก่การศึกษาเรียนรู้และพักผ่อนหย่อนใจ พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็ง รัง พยุง นนทรีพะยอม แดง ฯลฯ มีไม้ตั้งแต่ขนาดกลางถึงใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่า
อาศัยอยู่ทั่วไป เช่น หมูป่า เก้ง กวาง กระต่ายป่า กระรอก ชะนี ชะมด นกชนิดต่าง ๆ และสัตว์เลื้อยคลาน เป็นต้น
          นอกจากนี้ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ยังมี "ผามออีแดง" ที่เป็นจุดชมวิวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวคนไทย และต่างประเทศอีกด้วย  พอเอ่ยถึง "ผามออีแดง" ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ"  ณ สถานที่แห่งนี้ มองลงไปเบื้องหน้าเห็นผืนแผ่นดิน ประเทศกัมพูชา สุดลูกหูหูตาทีเดียว "ผามออีแดง"
นับเป็นสถานที่ตรงจุดชายแดน ประเทศไทยติดต่อกับประเทศกัมพูชา อยู่บริเวณใกล้เคียงกับทางเดินขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร เป็นหน้าผาสูงชันกั้นเขตแดนประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา
           ตลอดแนว "ผามออีแดง" มีระยะประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพของแผ่นดินประเทศกัมพูชาที่อยู่ต่ำลงไปอย่างเป็นมุมกว้าง นอกจากบริเวณ "ผามออีแดง" จะมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นจุดชมวิว ทิวทัศน์ พื้นที่แนวชายแดนประเทศกัมพูชา และปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างสวยงามกว้างไกล จุดสูงสุดของ
หน้าผามออีแดง สามารถส่องกล้องชมปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างชัดเจน แถมมีฝูงค้างคาวในยามพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณใกล้เคียงมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมโบราณสถานสถูปคู่รูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ส่วนบนกลมข้างในเป็นโพรง สำหรับบรรจุสิ่งของสร้างด้วยหินทรายแดง ขนาดกว้าง 1.93 เมตร ยาว 4.2 เมตร ซึ่งมีความเชื่อในอดีตว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์
         ขณะที่ใต้ลงไปของ "ผามออีแดง"  มีบันไดลงไปชมภาพแกะสลักนูนต่ำบนผนังหินทรายอยู่ใต้หน้าผา หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เชื่อกันว่าเป็นทิศ
แห่งความก้าวหน้า ในช่วงที่ตะวันขึ้นและตะวันตก แสงของพระอาทิตย์จะส่องสะท้อนที่ภาพให้ความสวยงามอย่างมาก เป็นภาพของเทพที่คล้ายนางอัปสรา 3 องค์ เชื่อกันว่าเป็นพิธีกรรมการเซ่นไหว้ของช่าง และยังมีภาพสลักลายเส้นเป็นรูปของพระนารายณ์อวตารปางวราหาวตารอยู่ด้วย 
     สันนิษฐานว่าภาพแกะสลักนี้จะอายุราวพุทธศตวรรษที่ 15  ประมาณ 1,500 ปี และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีสถูปคู่ เป็นศิลปกรรมสร้างตามแบบขอมโบราณ และมีตำนานเล่าต่อกันมาว่าเป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติของเขมรโบราณอีกด้วย
           ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตาม


อำเภอใจ"บริเวณรอบผามออีแดง มีศาลา ม้านั่ง และมุมสวยๆสำหรับถ่ายภาพอยู่หลายจุด มีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนที่มาเที่ยวชม "ผามออีแดง" และปราสาทเขาพระวิหาร
            ในช่วงที่อากาศเย็นหรือหนาว "ผามออีแดง"จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวชมทิวทัศน์เป็นจำนวนมาก เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนต.ค. ไปจนถึงประมาณเดือนก.พ. อากาศจะเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้อากาศบริเวณ "ผามออีแดง" ดีมาก และมีวิวทิวทัศน์ในบริเวณนี้ก็สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าจะมีหมอกลง...วันนี้ลาไปก่อนครับ...!!!
                                                           นวย  เมืองธน
***************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น