วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดินแดนแห่งรุ่งอรุณ "มรดกโลกล้ำเลิศ"

           "ะลอนตามอำเภอใจ"- "สุโขทัย" หรือดินแดนที่ถูกเรียกว่า "รุ่งอรุณแห่งความสุข" นับเป็นเวลากว่า 700 ปีมาแล้วที่ดินแดนแห่งนี้ถือเป็นแหล่งก่อกำเนิดความเป็นอาณาจักรของคนชาติไทยขึ้นเป็นครั้งแรก 


         โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของ "พ่อขุนรามคำแหงมหาราช" ที่สร้างบ้านแปงเมืองจนอาณาจักรสุโขทัยมีอาณาเขตกว้างขวางที่สุดยุคหนึ่ง ทั้งยังเป็นผู้ที่ก่อให้เกิด "ลายสือไทย" ซึ่งกลายมาเป็นตัวหนังสือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อาณาจักรสุโขทัยนับเป็นอาณาจักรแรกของชาวสยาม มีอายุยาวนานเกือบ 200 ปี เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาและศิลปวิทยาการ
     ช่วงเวลาเกือบ 200 ปีที่อาณาจักรสุโขทัยสั่งสมความยิ่งใหญ่ทางศิลปวัฒนธรรม ดังเช่น การประดิษฐ์อักษรไทยครั้งแรกในสมัย "พ่อขุนรามคำแหง" 
         การสร้างพระพุทธรูปที่งดงามไม่มียุคสมัยใดเทียบได้ ด้วยความสำคัญดังกล่าว ปี 2534 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจึงได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมร่วมกับเมืองศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร ที่สำคัญงานประเพณีเล่นไฟลอยกระทงของ "สุโขทัย" มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ที่ผ่านมาการเผาเทียนเล่นไฟและลอยพระประทีปได้กลายเป็นประเพณีเล่นไฟลอยกระทงในคืนวันเพ็ญเดือน 12  ราวเดือน พ.ย.โดยจัดขึ้นในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย รวมถึงสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์อย่างเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ศิลปะสมัยสุโขทัย มีลักษณะเฉพาะอันโดดเด่น จนเรียกขานกันว่า "สกุลช่างสุโขทัย" นอกจากเป็นแหล่งกำเนิดงานพุทธศิลป์สกุลช่างสุโขทัย ดังปรากฎงานพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ฯลฯ อันงดงามแล้ว "การทอผ้าตีนจก" ของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวที่อพยพจากเมืองพวน แคว้นเชียงขวาง ประเทศลาว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ยังสร้างชื่อเสียงให้กับ "สุโขทัย" มาอย่างยาวนานอีกด้วย
             ผมหยิบยกเรื่องราวของ "สุโขทัย" มาเขียนเกริ่นนำเสียยาวเหยียด เพราะมีโอกาสมาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของ จ.สุโขทัย เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง "สุมิตรา ศรีสมบัติ" ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้ให้ความสำคัญด้านการท่องเที่ยวของ จ.สุโขทัย เป็นอย่างมาก ถึงขนาดเคยเอ่ยว่า จ.สุโขทัยมีจุดแข็งและความโดดเด่นในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่มีมรดกโลกตั้งอยู่ถึง 2 แห่ง ซึ่งในแต่ละปีก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายหมื่นคน

             แต่น่าเสียดาย "ถ้านักท่องเที่ยวจะรู้จัก "สุโขทัย" เพียงแค่งานลอยกระทง แล้วอีก 11 เดือนโรงแรมที่พักต่างๆ ต้องว่างน่าเสียดาย เพราะสินค้าที่เรามีอยู่ดีมาก ทั้งผ้าตีนจก เครื่องสังคโลก ทองโบราณ ภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปีจะขายได้ก็เฉพาะช่วงงานลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ แต่ถ้าเราทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ตลอดทั้งปี ก็จะทำให้คนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยในปี 2556 นี้ จะจัดให้เป็นปีของการท่องเที่ยวสุโขทัย "รุ่งอรุณแห่งความสุข" เพราะเรามีของดีเป็นต้นทุน แต่ต้องรุกด้านการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรู้ว่า นอกจากมรดกโลกแล้ว จ.สุโขทัย ยังมีสถานที่สำคัญน่าเที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติรามคำแหง หรือเขาหลวง อุทยานฯ ป่าคา และถ้ำเจ้าราม ซึ่งบรรยากาศดีมาก ไม่ต่างจาก จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวควรได้มาชมและสัมผัส
              "ปิติ แก้วสลับสี" รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย บอกว่า โดยศักยภาพของพื้นที่ จ.สุโขทัย เป็นจังหวัดที่มีต้นทุนด้านการท่องเที่ยว คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี 755 ปี และมีต้นทุนเรื่องศิลปวัฒนธรรม งานประเพณีต่างๆ เช่น งานลอยกระทง งานสงกรานต์ รวมทั้ง จ.สุโขทัย ยังมีสินค้า OTOP ที่ขึ้นชื่อ อาทิ ทองคำลงยาลายโบราณ ผ้าฝ้ายตีนจก ผ้าไหมหมักโคน พร้อมบริการจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมากิจกรรมต่างๆ เช่น ถนนคนเดิน เพลิดเพลินของอร่อย ย้อนรอยวิถีไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมจำนวนมาก ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยจะมีการส่งเสริมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีการสร้างเสริมกิจกรรมขึ้นมาใหม่ ต่อยอดให้มีการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ คือ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้น และเชิงคุณภาพเพิ่มขึ้น คือ นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น จะได้จับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดสุโขทัยจำนวน 1 ล้านคน
 
        "การดูแลนักท่องเที่ยวในระยะยาว จ.สุโขทัยได้ใช้งบประมาณพัฒนาจังหวัดส่วนหนึ่งในการส่งเสริมประเพณี สร้าง ดูแล บูรณะสิ่งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นอกเหนือจากนี้ได้ใช้งบประมาณท้องถิ่นจังหวัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาช่วยดูแลเรื่องสาธารณูปโภค สาธารณูปการ เส้นทางคมนาคม และสุขอนามัยต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญคือ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยสนับสนุนงบประมาณให้กับทางตำรวจภูธรจังหวัด สร้างเครือข่ายตำรวจบ้าน การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการสร้างจิตสาธารณะในการให้บริการของคนในพื้นที่" นายปิติ กล่าว
           รองผู้ว่าฯ สุโขทัย กล่าวด้วยว่า จังหวัดสุโขทัยตั้งเป้าหมายสร้างให้เป็นจังหวัดที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี หรือท่องเที่ยวได้ 365 วัน โดยผ่านกิจกรรมแต่ละเดือน เช่น มินิไลน์แอนด์ซาวน์ ซึ่งเดิมจะมีเฉพาะในงานเทศกาลลอยกระทง ปัจจุบันจัดให้มีกิจกรรมมินิไลน์แอนด์ซาวน์ประจำทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดยาว โดยวิทยาลัยนาฎศิลป์จัดการแสดงและเข้าชมฟรี การสนับสนุนส่งเสริมเรื่องตลาดย้อนยุค ที่บ้านกงไกรลาศ ทุกวันเสาร์ของต้นเดือน จะมีการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวทุกๆ วัน สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของศาสนา ซึ่งในจังหวัดสุโขทัยมีวัดให้ท่องเที่ยวถึง 340 กว่าวัด การท่องเที่ยวโฮมสเตย์ การท่องเที่ยวหมู่บ้านวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น ถ้ำ โดยล่าสุด จ.สุโขทัยได้ค้นพบถ้ำดินเกร็ดเพชร ที่อ.ทุ่งเสลี่ยม ซึ่งเป็นถ้ำที่บริสุทธิ์ เป็นสถานที่แห่งใหม่ ที่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่สนใจเข้ามาเที่ยวชมอีกด้วย
      นอกจากนี้ "นายปิติ" ยังได้พาคณะสื่อมวลชนไปสักการะศาลพระแม่ย่า ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย ถนนนิกรบำรุง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสุโขทัย เพราะศาลนี้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระแม่ย่าและดวงวิญญาณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช รูปพระแม่ย่านี้ทำด้วยศิลาสลักแบบเทวรูป พระพักตร์ยาว พระหนุ
เสี้ยม พระเกตุมาลายาวประดับเครื่องทรงแบบนางพญาสูง 1 เมตร พระแม่ย่าองค์นี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระองค์ทรงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระมารดาคือ นางเสือง การที่เรียกว่า "พระแม่ย่า" นี้เพราะว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเรียกพระมารดาว่า "พระแม่" และชาวเมืองสุโขทัยเคารพพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเสมอด้วยบิดา จึงรวมเรียกพระมารดาของพระองค์ว่า "พระแม่ย่า"
 
          จากนั้นนำคณะสื่อมวลชนมาที่วัดศรีชุม ต.สวนดอก อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งเป็นวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพม่าที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 31 วัด สร้างในปี พ.ศ.2436 โดยคหบดีพม่าชื่อ อูโย ซึ่งติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานป่าไม้ในประเทศไทย เมื่อตนเองมีฐานะดีขึ้น จึงต้องการทำบุญโดยสร้างวัดศรีชุมขึ้นมา จุดเด่นของวัดนี้อยู่ที่พระวิหาร ซึ่งเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลม แกะสลักเป็นลวดลายสวยงามมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้พระวิหารที่มีศิลปะการตกแต่งภายในแบบร่วมสมัย ระหว่างศิลปะล้านนาและศิลปะพม่าทั้งหลัง ซึ่งเป็นความสูญเสียที่มิอาจประเมินมูลค่าได้
    
          จุดเด่นอีกอย่างของวัดศรีชุมคือ "พระอจนะ" เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 11.3 เมตร พระชงฆ์ติดข้างผนังสองข้างของมณฑป และมีพื้นที่หน้าตักกว้างประมาณ 20 ตารางเมตรเท่านั้น จากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวว่า "เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยมีตลาดปสาน ป่าหมากกลาง มีไร่ มีนา มีถิ่นฐาน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก" สันนิษฐานว่า "พระอจนะ" ที่กล่าวในศิลาจารึกหลักที่ 1 ก็คือ พระอจนะที่ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีชุม ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองสุโขทัย
             ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "รองผู้ว่าฯ สุโขทัย" นำคณะสื่อมวลชนมาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง จ.สุโขทัย ตั้งอยู่ใกล้วัดใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2518 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ ซึ่งมีพระปรีชาสามารถ และปกครองแผ่นดินโดยธรรม โดยองค์พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงหล่อด้วยทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ ประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระแท่นมนังคศิลาบาตรเพื่อทรงว่าราชการและสั่งสอนประชาชน โดยพระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอนประชาชน ด้านซ้ายมีพานรองรับพระขรรค์ บริเวณด้านหน้าประดับด้วยหลักศิลาจารึกจำลอง แสดงเรื่องราวพระราชกรณียกิจ...และขอทิ้งท้ายที่คำขวัญประจำจังหวัดสุโขทัย...ที่ว่า "มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศาสนา งามตาผ้าตีนจก สังคโลก ทองโบราณ สักการแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลกล้ำเลิศ" อ่อ...อย่าลืมน่ะว่า "สุโขทัย" มีของดีมากมาย สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี...!!!
                                นวย เมืองธน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น