วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ เจ๋งสุดในเอเชียอาคเนย์

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-พิพิธภัณฑ์สิรินธร และอุทยานไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ถือได้ว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยา วิชาการ และซากดึกดำบรรพ์ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และของโลกก็ว่าได้
          เนื่องจากซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พบโดย "พระครูวิจิตรสหัสคุณ" เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ในปี 2537 และได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2537 พบว่าภูกุ้มข้าว ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดยพบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัวกองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมีรูปร่างคล้ายลอมฟาง
 มีความสูงประมาณ 240 เมตร
            แน่นอนครับว่า "ตะลอนตามอำเภอใจ" หยิบยกเรื่องราวของ "พิพิธภัณฑ์สิรินธร และอุทยานไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว" มาเขียนถึงเพราะมีโอกาสร่วมเดินทางมาศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ร่วมกับคณะของผู้บริหารกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อไม่นานเท่าไหร่ ที่สำคัญปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืชไม่น้อยกว่า 7 ตัว
             นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง (Phuwiangosaurus sirindhornae) 1 ชนิด และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลและชนิดใหม่ของโลก
         "สุรีย์ ธีระรังสิกุล" ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สิรินธร เล่าว่า พิพิธภัณฑ์สิรินธร จ.กาฬสินธุ์ เดิมคือศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2538 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมสมัย และนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2-3 แสนคน โดยมีความเป็นมาและรายละเอียดของการจัดการ ดังนี้ ปี 2521 คณะสำรวจธรณีวิทยา โดย "วราวุธ สุธีธร" พบซากกระดูกไดโนเสาร์ที่เก็บไว้
         โดย "พระครูวิจิตรสหัสคุณ" เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ปี 2537 ต่อมาปี 2538 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตรซากกระดูกไดโนเสาร์ จัดตั้งโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวขึ้น โดยสร้างอาคารหลุมขุดค้นเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ป้องกันซากกระดูก รวมทั้งใช้บังร่มเงาแก่นักวิชาการในการขุดแต่งกระดูก ปี 2539 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารวิจัย มีพื้นที่ใช้งาน 375 ตารางเมตร เพื่อเป็นสถานที่ทำการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัยและเก็บรวมรวมซากดึกดำบรรพ์ที่
 สำรวจพบในประเทศไทย
          ปี 2542 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารถาวรคลุมหลุมขุดค้น โดยใช้ชื่อว่า "อาคารพระญาณวิสาลเถร" ตามชื่อสมณศักดิ์ของท่านเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ปี 2544 อาคารพิพิธภัณฑ์สิรินธร ในส่วนแรกได้มีการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ปี 2547 ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะที่ 6 (ฝ่ายสังคม) ครั้งที่ 36/2546 วันที่ 4 ธันวาคม 2546 มติให้กรมทรัพยากรธรณีใช้เงินงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้าง
 ศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาอาคารพิพิธภัณฑไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวระยะต้น เพื่อปรับปรุงและตกแต่งภายใน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 รับทราบและเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งได้มีการก่อสร้างตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จในปี 2548 และปี 2549 ได้รับงบประมาณเพื่อสร้างส่วนนิทรรศการ จนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2550 ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์สิรินธรได้เปิดทดลองให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2550 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2551

โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด
        "ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สิรินธร" กล่าวอีกว่า พิพิธภัณฑ์สิรินธรแบ่งเป็นโซน คือ โซนจักรวาลและโลก  จักรวาล โลก สิ่งมีชีวิต รวมทั้งไดโนเสาร์ถือกำเนิดขึ้นมานานแล้ว นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาเรื่องราวที่ลี้ลับนี้ นับจากการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่หรือ"บิ๊กแบง" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล การกำเนิดของดาวฤกษ์และพัฒนาการของระบบสุริยะและโลก  สัณฐานธรณีต่างๆ บนโลก รวมทั้งหินต่างๆ บันทึกหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางธรณีวิทยา ตลอดช่วงเวลา 4,600 ล้านปีที่ผ่านมาของโลก ซึ่งเราจะได้เรียนรู้ไปตามลำดับอายุ
ทางธรณีวิทยา และพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว วัดป่าสักกะวัน ซึ่งพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ได้พบกระดูกชิ้นใหญ่ในบริเวณวัด แหล่งขุดค้นแห่งนี้จึงนับว่าภูกุ้มข้าวเป็นแหล่งที่พบซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์แหล่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย โดยเปิดให้
 นักท่องเที่ยวเข้าชมฟอสซิล และนิทรรศการเรื่องราวไดโนเสาร์ นอกจากนี้วัดสักกะวันยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล (หลวงพ่อบ้านด่าน) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยทวารวดี ซึ่งชาวบ้านในท้องถิ่นถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกด้วย
          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "นางสุรีย์" บอกด้วยว่า "พิพิธภัณฑ์สิรินธร และอุทยานไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว" ถือได้ว่าเป็นแหล่งแสดงและจุดศึกษาเกี่ยวกับธรณีวิทยา ซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้ามาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก จากการสอบถามนักท่องเที่ยวต่างก็พบว่ามีความประทับใจที่ได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดึกดำบรรพ์ โดยเฉพาะหลุมขุดพบกระดูกไดโนเสาร์ 7 ตัว ซึ่งหาดูจากที่อื่นไม่ได้
          และจากการพัฒนาเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อยู่ในโซนเดียวกัน ก็จะมีการจัดทำถนนไดโนเสาร์จากจังหวัดสู่พิพิธภัณฑ์สิรินธร ระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร สองข้างทางจะจัดแสดงหุ่นไดโนเสาร์ตามจุดต่างๆ จำนวน 65 ตัว นอกจากนั้นผู้ที่อยากเที่ยวชมสะพานเทพสุดา ซึ่งเป็นสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเล่นน้ำเขื่อนลำปาวก็อยู่ใกล้กัน หรือจะไปชมเจดีย์พระพุทธนิมิตรภูค่าว หรือไปเที่ยวชมเลือกซื้อ
ผ้าไหมแพรวาที่บ้านโพน อ.คำม่วง ก็อยู่ใกล้กัน ส่วนการเดินทางชม "พิพิธภัณฑ์สิรินธร และอุทยานไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว" อยู่ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 227 ก่อนถึงตัว อ.สหัสขันธ์ ประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวขวาข้างโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษาเข้าสู่วัดสักกะวัน ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร...วันนี้ลากันไปก่อน...!!!
                                                       นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น