วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

คุณหมอสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-การประชุมไซเตรส ครั้งที่ 16 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ 
             ซึ่งประเทศไทยได้ใช้โอกาสนี้ในประกาศจุดยืนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในภูมิภาค และแสดงศักยภาพในการพัฒนาองค์ความรู้การเพาะพันธุ์พืชและสัตว์ป่าทั้งในเชิงอนุรักษ์และเชิงพาณิชย์ต่อนานาประเทศ และคาดหวังว่าจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ผิดกฎหมาย  การเจรจาเพื่อลดข้อจำกัดทางการค้า และผลพลอยได้จากการจัดประชุมครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวนั้น
             การจับกุมการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ทำให้มีสัตว์ป่าของกลางเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักอยู่ในสภาพบาดเจ็บอ่อนแอ และเครียด บางครั้งส่งผลร้ายถึงเสียชีวิตก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำส่งถึงสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าอันเป็นสถานที่ดูแลสัตว์ป่าของกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้เล็งเห็นปัญหานี้ จึงจัดตั้งศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่า และคลินิกสัตว์ป่าขึ้นมา ภายใต้กลุ่มจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
 เพื่อช่วยดูแลสุขภาพสัตว์ป่าของกลางในเบื้องต้นให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ จากนั้นจึงนำส่งสถานีเพาะเลี้ยง สัตว์ป่าเพื่อเลี้ยงดูต่อไป ซึ่งนอกจากดูแลสุขภาพสัตว์ป่าของกลางแล้ว คลินิกสัตว์ป่ายังทำการตรวจรักษาโรค ผ่าตัดสัตว์เล็ก ขูดหินปูน ฉีดวัคซีน ทำหมัน ชันสูตรซากสัตว์ป่า และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์ป่า ดำเนินการโดยสัตวแพทย์เฉพาะทางด้านสัตว์ป่า พร้อมเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย
        "ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่าและคลินิกสัตว์ป่า" ถือเป็นศูนย์กลางในการรับแจ้งข้อมูล
 ข่าวสารจากประชาชนที่ประสบเหตุพบเห็นสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลัดหลง หรือถูกทอดทิ้ง เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือรักษาได้ทันท่วงที และรับแจ้งเรื่องร้องเรียนสัตว์ป่ารบกวนประชาชน เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน โดยมีรถฉุกเฉินช่วยเหลือสัตว์ป่าเป็นเครื่องมือสำคัญของสัตวแพทย์ประจำศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่าในการออกไปให้ความช่วยเหลือสัตว์ป่า ภายในรถประกอบด้วย ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นในการรักษาเบื้องต้น ทั้งนำส่งคลินิกสัตว์ป่าหรือโรงพยาบาลสัตว์ให้การรักษาในกรณี
 ที่ร้ายแรง สำหรับเครือข่ายการช่วยเหลือสัตว์ป่า อาทิ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หน่วยบรรเทาสาธารณภัย อาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน สถานีดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งมูลนิธิเพื่อสาธารณกุศลต่างๆ เป็นหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาสัตว์ป่ารบกวนประชาชนในพื้นที่ ซึ่งศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่าทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานและร่วมดำเนินงานในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่า
        ผมหยิบยกเรื่องราวของศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือ
 สัตว์ป่า และคลินิกสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสเดินมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" และทำข่าวที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หลายครั้งหลายครา มีอยู่ครั้งหนึ่งช่วงที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จับสัตว์ป่าของกลางมาไว้ที่ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่า ก็ได้มีโอกาสเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ที่มี "บรรพต มาลีหวล" เป็นหัวหน้าฝ่ายสุขภาพสัตว์ป่าแห่งนี้ ก็ถือว่าได้ความรู้พอสมควร นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้พูดคุยกับ "หมอออย-สัตวแพทย์หญิงศิรินทิพย์
 เข็มทอง" นายสัตวแพทย์ประจำศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่าและคลินิกสัตว์ป่าแห่งนี้ มีหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์ป่าของกลาง และดูเหมือนการประชุมไซเตรสที่ผ่านมาก็ไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาพูดถึงเลยด้วยซ้ำไป
       "หมอออย-ศิรินทิพย์" เล่าถึงการดูแลสัตว์ป่าของกลางที่ถูกตรวจยึดมาว่า เมื่อสัตว์ป่ามาถึงศูนย์ฯ แห่งนี้ ก็จะมีการตรวจนับ และให้ฝ่ายวิจัยมาจำแนกชนิดของสัตว์ป่า ว่าของกลางที่ส่งมาเป็นสัตว์ชนิดไหน ตรงกับเจ้าหน้าที่ฯ แจ้งมาหรือไม่ หลังจากตรวจนับเสร็จ ก็จะมีการประเมินสุขภาพของสัตว์เบื้องต้น
 ถ้าเป็นสัตว์ที่ป่วยก็จะแยกออกจากสัตว์ปกติ จากนั้นก็ทำการรักษา ส่วนสัตว์ปกติ ไม่เจ็บป่วย ก็ไม่นำไปรวมกับสัตว์ที่ป่วย เพราะต้องเฝ้าระวังว่าอาจจะเกิดโรคได้ เพราะสัตว์ของกลางที่ถูกส่งมาที่ศูนย์ฯ ส่วนใหญ่สัตว์จะอยู่ในกรงเล็กๆ แออัด และสัตว์ก็มีสุขภาพที่อ่อนแอ และทรุดโทรม ซึ่งกรณีที่สัตว์ป่วยก็จะมีการรักษาต่อเนื่องจนสัตว์หายดี แล้วจึงส่งต่อไปยังสถานีเพาะเลี้ยง ถ้าเป็นนกก็ส่งไปสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางพระ จ.ชลบุรี ถ้าเป็นพวกลิง ก็จะส่งไปที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งแต่ละสถานีเค้าจะบอกว่าสามารถรับสัตว์ชนิดไหนได้
บ้าง
    "สพ.ญ.ศิรินทิพย์" กล่าวอีกว่า หากสัตว์ป่าที่ถูกส่งมายังศูนย์ฯ แห่งนี้มีการตายเกิดขึ้น ก็จะมีขั้นตอนของการชันสูตรซาก ส่งผลการชันสูตร ผลแล็ป เพื่อหาสาเหตุการตายของสัตว์ว่าเกิดจากอะไร ส่วนอีกกรณี คือการแก้ไขปัญหา หรือช่วยเหลือสัตว์พลัดหลงอยู่ในกรุงเทพฯ หรือลิงหลุด สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ก็จะมีการโทร
แจ้งมาที่ศูนย์ฯ หลังจากนั้นก็จะมีการประสานมาที่ฝ่ายสุขภาพสัตว์ป่า เราก็จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไป ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ปีกจำพวกนกที่รับแจ้งมากที่สุด รองลงมาก็จะเป็นจำพวกสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ อาทิ งู, ตะกวด ฯลฯ ส่วนสัตว์ที่มีโอกาสสูญเสียง่ายก็จะเป็นพวกนก เพราะส่วนใหญ่ที่มาถึงศูนย์ฯ ก็อยู่ในสภาพที่อ่อนแอนิดนึง ก็จะทำ
ให้เสียชีวิตได้ง่าย ซึ่งเราก็ยังทำการรักษาได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากส่วนใหญ่ขาดน้ำ ขาดอาหาร ก่อนที่จะมาถึง
ศูนย์ฯ
    "สพ.ญ.ศิรินทิพย์" กล่าวด้วยว่า สำหรับสัตว์ป่าของกลางที่มาอยู่ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ ตอนเช้าเจ้าหน้าที่จะมีการให้อาหารสัตว์ ล้างทำความสะอาดกรงสัตว์ ระหว่างการให้อาหารเราก็จะสังเกตว่าสัตว์กินอาหารมั๊ย มีอาการผิดปกติมั๊ย จากนั้นก็ต้องมาแจ้งสัตวแพทย์ จากนั้นสัตวแพทย์ก็จะไปดูอีกทีนึง ถ้าเห็นว่าป่วยจริงก็จะทำการวินิจฉัยโรค และทำการรักษา เช่น การเจาะเลือดสัตว์ ก็คือการส่งตัวอย่างเลือดเข้าห้องปฏิบัติการณ์ เช็คเลือดเพื่อตรวจหา
โรค เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสัตว์ปลอดโรค ก่อนส่งไปสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ
       ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" อย่างกรณีประชาชนมีสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง และต้องการส่งคืนกรมอุทยานฯ "สพ.ญ.ศิรินทิพย์" บอกว่า สามารถแจ้งมาที่ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่า และคลินิกสัตว์ป่า ตั้งอยู่ภายในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เลขที่ 61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา  08.30-18.30 น. ในวันราชการ และเวลา 08.30-16.30 น. วันหยุดราชการ โทร. 02 561 0777 ต่อ 1691 หรือสายด่วน 1362 วันนี้ลากันไปก่อนครับ...!!!
                                                          นวย  เมืองธน
*************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น