วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556

"อัศจรรย์เพลงพิณ" เส้นสายลายศิลป์"มงคล อุทก"

            ตะลอนตามอำเภอใจ-"....ผ่านมาหกสิบฝนจนครบถ้วน ได้มาเจอกระดานชนวนอีกครั้งหนึ่ง จึงลองขีดลองเขียนคิดคำนึงถึงเรื่องราวเก่ากาลที่ผ่านมา นอนป่วยอยู่ในบ้านไปนานๆ เบื่อระอา มือเท้าก็มึนชาดีดกีตาร์ก็บอดเบา จากมือเคยกรีดสายบ่าสะพายพิณตัวเก่า ร้างเพลงตามร้านเล่าวันเก่าๆ สุขสำราญ ชีวิตใช้งานหนักได้หยุดพักอยู่กับบ้าน หนึ่งปีน่ารำคาญอยากทำงานเหมือนอย่างเคย..." 
          นับเป็นเวลา 4 ทศวรรษที่ มงคล อุทก หรือหว่อง คาราวาน คือหนึ่งศิลปินเพลงเพื่อชีวิตที่ได้รวมตัวกันในนามวงคาราวาน ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วย "สุรชัย จันทิมาธร" ,"ทองกราน ทานา", "วีรศักดิ์ สุนทรศรี" ที่ได้รวมตัวกันในยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เพื่อทำงานศิลปะด้านบทเพลงสร้างสรรค์สะท้อนปัญหาของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนผู้ยากไร้ระดับล่าง เป็นบทเพลงที่สะท้อนให้เห็นการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ และความเป็นธรรมในสังคม เมื่อพิจารณาเนื้อหาของบทเพลงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน       

         ทั้งในนามของวงคาราวาน และในนาม "มงคล อุทก" ในหลายบทเพลงได้แสดงให้เห็นถึงสัจธรรมของสังคม และเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย หลายบทเพลงที่สะท้อนให้เห็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างชนชั้นในสังคม จวบช่วงชีวิตในวัย 62 ปี แม้ร่างกายจะอ่อนล้า ร่วงโรยไปตามอายุขัย ประกอบกับโรคร้ายเข้ารุมเร้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องทำกายภาพบำบักทุกวันพฤหัส ที่มูลนิธิไทยกรุณา จ.กาญจนบุรี และมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถเล่นพิณที่ตนเองรักได้ แต่อุปสรรคทางร่างกายก็ไม่สามารถบั่นทอนจิตใจและจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง
          ของนักสู้นาม "มงคล อุทก" ได้ผ่านพ้นอุปสรรคดังกล่าวกลับมายืนเล่นพิณที่ตัวเองรักได้อีกครั้ง สำหรับผลงานที่สร้างสรรค์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเท่านั้น ที่เป็นตัวผลักดันให้ "มงคล อุทก" ไม่ยอมแพ้ต่อสังขาร และโชคชะตา
           ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิ 14 ตุลา และมูลนิธิสุรชัย จันทิมาธร (หงา คาราวาน) ศิลปินแห่งชาติ ปี 2553 สาขาวรรณศิลป์ ได้เล็งเห็นว่า ที่ผ่านมา "มงคล อุทก" ต้องรักษาสุขภาพร่างกายมาตลอดร่วม 3 ปี จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว จึงจัดให้มีโครงการคอนเสิร์ต "อัศจรรย์เพลงพิณ
 เส้นสายศิลป์ กับมุงคล อุทก" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาทุนให้กับ "กองทุนสุขภาพมงคล อุทก" ไว้เป็นค่ารักษา ดูแลสุขภาพในระยะยาว เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านศิลปวัฒธรรม ดนตรี กวี และการแสดง โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับมูลนิธิไทยกรุณา ซึ่งมีส่วนช่วยในการดูแลรักษาสุขภาพของมงคล อุทก
        ผมหยิกยกเรื่องราวของ "น้าหว่อง-มงคล อุทก" มาเขียนถึงเพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในงานแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ต "อัศจรรย์เพลงพิณ เส้นสายศิลป์ กับมงคล อุทก" ณ ร้านแซ็กโซโฟน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556 โดยมีเพื่อนพ้องน้องพี่ของ "มงคล อุทก" มาร่วมพูดคุย พร้อมทั้งให้กำลังใจในการเล่นคอนเสิร์ต "อัศจรรย์เพลงพิณ เส้นสายศิลป์ กับมงคล อุทก" และร่วมกันสนับสนุนโครงการจัดตั้งกองทุนสุขภาพ มงคล อุทก อาทิ "ประสาร มฤคพิทักษ์" ส.ว.สรรหา และตัวแทนมูลนิธิ 14 ตุลา, "นิด กรรมาชน" และ"ดีเจอ๊อด-จักรกฤษ ศิลปะชัย" เป็นพิธีกร แถมช่วงท้ายของการแถลงข่าวยังมีมินิคอนเสิร์ต "อัศจรรย์เพลงพิณ เส้นสายศิลป์ กับ "มงคล อุทก" ที่ "น้าหว่อง" และเพื่อนร่วมวงมาขับกล่อมบรรเลงเพลงเพื่อชีวิตอัน
ไพเราะ ทำให้แขกเหรื่อในงานวันนั้นต่างเคลิบเคลิ้มไปตามๆ
      "นิด กรรมาชน" หนึ่งในกรรมการมูลนิธิฯ บอกถึงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิดังกล่าวก็คือเพื่อความยากจนของทุกคน เพื่อเยาวชน เพื่อดำรงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม และเพื่อช่วยศิลปินที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ต่อไปให้เกิดขึ้นในสังคม โดย
 อาศัยปัจจัยในการขับเคลื่อนก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งงานนี้ก็เป็นงานแรกในขับเคลื่อนกิจกรรมของมูลนิธิเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป และเชื่อว่าในอนาคตน่าจะมีกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องไปอีก
    "พี่นิด" เล่าว่า จากการที่ได้รู้จักกันมาตั้งแต่สมัย 14 ตุลา น้าหว่องเป็นคนที่อดทนมาก แม้กระทั่งตอนป่วยก็ไม่เคยบ่นอะไรให้เราได้ยินเลย สำหรับอาการป่วยของ "พี่หว่อง" ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ดีขึ้นมาก มีพลังขึ้นมาเรื่อยๆ "พี่หว่อง" บอกว่าเพราะว่าได้เล่นดนตรี และดนตรีก็สร้างอะไรหลายๆ อย่างให้กับพี่หว่องจนกระทั่งทุกวันนี้ อยากจะให้
 ทุกคนให้กำลังใจแก่"พี่หว่อง" เพราะว่า"พี่หว่อง"เป็นนักต่อสู้ แต่ไม่มีใครรู้ว่า"พี่หว่อง"มีความสามารถมากจริงๆ มันสะท้อนใจนักดนตรีเพื่อชีวิตถ้ามองว่าอยู่เมืองนอกนี่มันเป็นนักยิ่งใหญ่ระดับโลก ระดับที่นักต่อสู้เพื่อชีวิตในยุคหนึ่ง สมัยหนึ่ง ยอมสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อให้สังคมมันดีงาม
แต่นี่เหรอคือผลตอบแทนที่ได้รับ ที่ "พี่หว่อง" จะต้องมานั่งขายเทป ขายซีดี ขายเสื้อผ้า เปิดคอนเสิร์ตเพื่อหาเงินมาดูแลตนเอง ถึงบอกว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้อยากให้ทุกคนมาช่วยกันดูเยอะๆ มาถึงตรงนี้เส้นทางมันพิสูจน์ตัวตนได้ว่า "พี่หว่อง" ไม่ต้องการรวย ไม่ต้องการอะไร เพียงแต่ว่าวันนี้ถ้าสังคมกลับมาดูแลกันบ้างก็ดี แต่ที่ "พี่หว่อง" ทำวันนี้ก็มี
 กำลังใจในการเดินทางต่อไป ในการเล่นดนตรี ขายของ หรือทำอะไรก็แล้วแต่
        "ประสาร มฤคพิทักษ์" ตัวแทนมูลนิธิ 14 ตุลา เล่าว่า มูลนิธิ 14 ตุลาฯ ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของวีรชน 14 ตุลาฯ โดยมีสี่แยกคอกวัวเป็นตั้งสำนักงาน ก็ดำเนินงานมากว่า 20 ปี ตั้งแต่อาจารย์โคทม อารียา เป็นกรรมการ ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน "อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี" กรรมการมูลนิธิฯ โทรศัพท์มาบอกกับผมว่าจะจัดหาทุนช่วยสุขภาพของ "หว่อง-มงคล อุทก" แล้วขอให้มูลนิธิฯ มาร่วมเป็นเจ้าภาพ
       ผมก็บอกได้เลย และทางมูลนิธิฯ ก็ได้เป็นองค์กรหนึ่งในการ่วมจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ผมนั่งทบทวนประวัติศาสตร์ 14 ตุลา ขณะที่เคลื่อนไหว 14 ตุลา ผมเป็นคนเอาเอกสารลงชื่อไปหาคนโน้นคนนี้ ในที่สุดก็ได้ชื่อมา ก็แจกใบปลิวในวันที่ 6 ตุลาคม 2516 แล้วก็เป็นข่าวในวันรุ่งขึ้น โดนจับไปพร้อมๆ กัน 13 คน ก็เป็นเพื่อนๆ เราทั้งนั้นเลย จากนั้นหว่องก็เลยชุมนุมในฐานะเลขาศูนย์นักเรียนโคราชก็เลยชุมนุมกันที่อนุสาวรีย์ย่าโม
            หลังจากนั้นก็มาสมทบกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 9 ตุลาฯ ก็มาชุมนุมกันที่ลานโพธิ์ "อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล" ก็บอกว่าขึ้นเวทีวันแรกๆ มีหมาตัวหนึ่งกับคนสองคนมานั่งฟัง แต่หลังจากวันนั้นคนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันที่ 13 ตุลาฯ ก็เลยเป็นจุดใหญ่มีคนเดินออกมา 5 แสนคนที่รู้กัน และหลังจากนั้นก็มีเคลื่อนไหวเปิดโปงเรื่องการเผาหมู่บ้านาสาย จ.หนองคาย แล้วหว่องก็จัดนิทรรศการหมู่บ้านนาสายที่อนุสาวรีย์ย่าโม ซึ่งที่ผมจะทบทวนตรงนี้ก็เพื่อที่จะบอกว่าอันนี้คือประวัติศาสตร์การต่อสู้ของพวกแกนนำไม่ใช่มาเริ่มต้นตอนระยะใกล้ๆ รวมเวลาก็ 40 กว่าปีมาแล้ว ก่อน 14 ตุลาด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะมาถึงตอนนี้เรื่องของความทุกข์ ความยาก ความเจ็บ ความจน ความเสียโอกาสของคนยากไร้ ความไม่ยุติธรรม ถ่ายทอดมาเป็นบทเพลง ถ่ายทอดมาเป็นงานขีดงานเขียนอะไรต่างๆ ถ่ายทอดมาเป็นเพลง "คนตีเหล็ก" "ทุ่งกุลา" เพราะนี่เป็นความงดงาม ในเมื่อสุขภาพมีปัญหาอย่างที่เรารู้ๆ กัน เข้าโรงพยาบาลหลายครั้งหลายหน จนสุขภาพดีขึ้นเป็นลำดับก็ดีใจ   
    "ผมรู้สึกอยู่ในใจมาตลอดว่ามีส่วนน้อยมาในระยะ
ที่ผ่านมาในการที่จะไปมีส่วนเกื้อหนุนหรือเกื้อกูลหว่องเพื่อนผม เพราะฉะนั้นขอเชิญผ่านสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์การแสดงคอนเสิร์ต "อัศจรรย์เพลงพิณ เส้นสายลายศิลป์ กับ มงคล อุทก" ในวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2556 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือกองทุนสุขภาพ มงคล อุทก ทั้งยังเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้วย และยังมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับมูลนิธิไทยกรุณาที่ได้ดูแลหว่องในระยะที่ป่วยไข้ อันนี้ก็เป็นวัตถุประสงค์หนึ่งที่ดีมาก และก็สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ 14 ตุลา ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาทำสิ่งดีๆ ร่วมกัน มาทำกุศลร่วมกัน ทำให้คนๆ หนึ่งซึ่งต่อสู้มาตลอดชีวิตได้รับกำลังใจสำคัญจากพี่น้องประชาชน" นายประสาร กล่าว
    หากจะพูดถึงเส้นทางเดินในกระบวนการภาคประชาชนนี้ถือว่ายาวนานมากๆ 40-50 ปี หรืออาจจะมีก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำไป ที่นี้ "น้าหว่อง" เผยความรู้สึกในใจว่า การทำงานไม่ใช่ต้องรอให้ร่างกายหายป่วยหรอก แล้วค่อยมาร้องเพลง แล้วค่อยมาวาดรูป ต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้นแหละ โดยมีพี่น้องเพื่อนฝูงมาช่วยกันเยอะ เมื่อร่างกายมาถึงจุดนี้ก็ไม่กลัวความ
เจ็บ ไม่กลัวความตาย และอยากทำงานด้วย ถ้าทำงานได้ชีวิตก็จะมีความสุข ถ้าทำงานไม่ได้ก็จะทุกข์ อยากอยู่กับลูกกับหลาน ทำความดี เข้าถึงธรรมมะ มีคุณธรรม มีการรักษาโรคกรรม ไม่ใช่เราเป็นคนเดียว มีเป็นคนเป็นทั้งประเทศ การเจ็บคือการเตือน ฉะนั้น เราต้องอยู่อย่างมีความสุข
           "การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากอาการเจ็บป่วยของผมเริ่มดีขึ้นมาก ร่างกายแข็งแรงขึ้น สามารถทำอะไรได้มากขึ้น จึงอยากจะลุกขึ้นมาทำประโยชน์เพื่อสังคมบ้าง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันบ้าง เท่านี้ชีวิตผมก็มีความสุขแล้วครับ"
            ช่วงสุดท้ายของตะลอนตามอำเภอใจ-สำหรับการแสดงคอนเสิร์ต "อัศจรรย์เพลงพิณ เส้นสายลายศิลป์ กับ มงคล อุทก" ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อจัดตั้งกองทุนสุขภาพ มงคล อุทก โดยมูลนิธิ 14 ตุลา และมูลนิธิสุรชัย จันทิมาธร ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2556 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยจะมีศิลปินมาร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น สุรชัย จันทิมาธร, สุนารี ราชสีมา, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, ธานินทร์ อิรทรเทพ, ภูสมิง หน่อสวรรค์ ร่วมเป็นแขกรับเชิญ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาเปิดตัวหนังสือ "เพลงยาวเล่าชีวิต" กับศิลปินด้านศิลปะ ดนตรี กวี วรรณกรรม และเปิดจองภาพวาดของ "มงคล อุทก"
                                                    นวย เมืองธน
*******************************

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ11 มีนาคม 2556 15:16

    น้าหายเร็วๆนะครับ ครั้งหนึ่งเคยใช้บทเพลงในการประกอบอาชีพ และร่วมเผยแพร่ บทเพลงคาราวาน และบทเพลงของน้าหว่อง อยากอ่านหนังสือเล่มล่าสุดของน้า ไม่ทราบว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนครับ

    ตอบลบ
  2. 16 มีนาคม 2556 เวลา 13.30 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีเปิดตัวหนังสือเล่มล่าสุดของน้าหว่องครับ

    ตอบลบ