วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ครัวชวนชมปลายจวักผู้ต้องขังหญิง

            "ะลอนตามอำเภอใจ"-ในขณะที่ผู้ต้องขังหญิงถูกควบคุมอยู่ด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมซึ่งเป็นผู้หญิงก็ประสบกับปัญหาความยากลำบากในการควบคุมเช่นกัน เพราะในขณะที่จำนวนผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
         แต่จำนวนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงยังคงอัตราเดิม เพราะถูกจำกัดการเพิ่มอัตรากำลังของส่วนราชการ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เจ้าหน้าที่หญิงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรากตรำ ยากลำบาก
          ผมหยิบยกเรื่องราวของ "ผู้ต้องขังหญิง" มาเขียนถึง เพราะอยากจะบอกเล่าว่าผมเองมีโอกาสไป "ตะลอนตามอำเภอใจ" แถวๆ ทัณฑสถานหญิงกลาง ย่านถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อไม่นานเท่าไหร่ และก็มีโอกาสได้พบเจอ "ศิริพร ชูติกุลัง" 
 ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ชื่อนี้หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่ถ้าย้อนกลับไปช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 "คุณศิริพร" เคยให้สัมภาษณ์สื่อหลายแขนงในคดีที่ยายฆ่าน้องเบิร์ด หลานชายวัย 13 ปี คาห้องพักภายในคอนโดย่านประเวศน์ และถูกส่งตัวมาคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลาง คงจะพอนึกออกกันบ้างน่ะ
            แต่ถ้าย้อนกลับไปช่วง 5-6 ปี ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จ.ปทุมธานี แวดวงมวยสากลหญิง "ศิริพร ทวีสุข" หรือ ส้ม หรือ "แซมซั่น ส.สิริพร" แชมป์โลกมวยโลกหญิง รุ่น 108 ปอนด์
 นักโทษหญิงคดีค้ายาเสพติด ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเรื่องของหมัดมวย ในยุคนั้น "สิริพร ชูติกุลัง" ก็เป็นผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จ.ปทุมธานี ในขณะนั้นเช่นกัน...เริ่มร้องอ๋อ...กันแล้ว เพราะ "คุณศิริพร" ถือเป็นผู้หนึ่งในการปิดทองหลังพระ และหน้าพระ จนเกิดเรื่องราวดีๆ ขึ้นมากมายภายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง จ.ปทุมธานีในขณะนั้น
         "ครัวชวนชม" ร้านอาหารของกรมราชทัณฑ์ สถานที่ฝึกฝีมือของผู้ต้องขังจากทัณฑสถานหญิงกลาง เป็นร้านอาหารที่มีหลากหลายเมนูให้ได้เลือกรับประทาน
 ทั้งอาหารคาว หวาน และเบเกอรี่ ตั้งอยู่บนถนนงามวงศ์วาน ภายในชวนชมอาเขต บริเวณด้านหน้าของทัณฑสถานหญิงกลาง หรือเรือนจำคลองเปรม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทัณฑสถานหญิงกลาง และกรมราชทัณฑ์ ที่ผมได้มา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ครับ เพราะในยุคที่แสวงหาความแปลกแหวกแนวอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร้านอาหารสมัยนี้จะลืมเลือนการปรุงรสอาหารแบบไทยดั้งเดิมกันอยู่มิใช่น้อย แต่ "ครัวชวนชม" ยังคงเอกลักษณ์สูตรอาหารไทยแท้โบราณได้อย่างถูกปากจริงๆ            "ศิริพร ชูติกุลัง" ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง 
บอกว่า อาหารบางอย่าง บางชนิด จะมีการทำมาจากเรือนจำโดยผู้ต้องขังหญิงเป็นคนปรุงอาหาร อย่างเช่น ไข่พะโล แกงไตปลา และจำพวกแกงต่างๆ พอทำจากภายในเรือนจำเสร็จสรรพ ก็จะยกมาไว้ที่ร้านอาหาร พร้อมบริการให้กับลูกค้า ส่วนประเภทอาหารตามสั่งก็จะมีการปรุงที่ร้านอาหาร ส่วนแม่ครัวนอกจากจะเป็นผู้ต้อง
 ขังหญิงแล้ว บางคนที่พ้นโทษไปแล้วทางทัณฑสถานหญิงกลางก็ว่างจ้างให้มาช่วยที่ร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสริฟ หรือแม่ครัวด้วย
           ส่วนกรณีที่หากแม่ครัวพ้นโทษไปแล้วจะหาคนใหม่มาทดแทน จะฝึกกันลำบากมากน้อยแค่ไหนนั้น "คุณศิริพร" ยืนยันเรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรค เพราะจะมีการฝึกผู้ต้องขังหญิงคนอื่นๆ ขึ้นมาทดแทนกันเรื่อยๆ เหมือนฝึกอาชีพ พอแม่ครัวใกล้พ้นโทษก็จะมีผู้ต้องขังหญิงคนใหม่ๆ มารับช่วงฝึกฝนต่อ การันตีได้รสชาติอาหารแต่ละชนิดจะยังคงความอร่อย ไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมแน่นอน "ไม่ใช่ว่าพอแม่ครัวของเราพ้นโทษไปแล้ว เราถึงเรียกคนใหม่เข้ามา"
            "ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง" บอกด้วยว่า ในส่วนของหลักเกณฑ์ที่จะคัดเลือกผู้ต้องขังหญิงมาเป็นแม่ครัวนั้น จะมีการดูทักษะของผู้ต้องขังหญิงในแต่ละคนที่มีทักษะการทำอาหารมาแล้ว ก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ในเรือนจำ หรือผู้ต้องขังหญิง บางคนสนใจเรื่อง
 การทำอาหาร แต่ไม่มีทักษะมาก่อน เราก็จะมีการฝึกให้ ซึ่งในเรือนจำเอง เราก็จะมีการอบรมฝึกวิชาชีพในเรื่องของโภชนาการ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเข้ามาจัดโปรแกรมสอนผู้ต้องขังหญิง ซึ่งก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราสามารถคัดกรองคนที่มีทักษะเข้ามาทำหน้าที่แม่ครัวที่ร้านอาหารแห่งนี้ โดยเมื่อปี 55 และปี 56 ร้านอาหารครัวชวนชมของทัณฑสถานหญิงกลางเคยได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงว่า ร้านอาหารครัวชวนชมได้ผ่านการอบรมและพัฒนาตามกิจกรรมการพัฒนาธุรกิจร้านอาหาร
 สู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจ
     "เป็นโครงการต่อเนื่องของกระทรวงพาณิชย์ที่จะคัดเลือกร้านอาหาร และจะดูในเรื่องการบริการ ภาชนะ สถานที่ ทุกอย่างในร้านอาหาร ซึ่งถ้าร้านอาหารในกลุ่มเป้าหมายของเค้าขาดตกบกพร่องตรงไหน เค้าก็จะส่งเจ้าที่มาดู แต่
ร้าน "ครัวชวนชม" ของเราก็ผ่าน และก็จะเชิญเราไปอบรมทุกปีที่จัด ซึ่งร้านอาหารที่เข้ามาประมาณ 70 แห่ง ก็คัดเหลือ 10 แห่งที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่ง "ครัวชวนชม" ก็อยู่ในจำนวนที่ถูกคัดเลือก" ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง กล่าว        "โสภา มุขดา" นักวิชาการอบรมฝึกวิชาชีพ 
 ทัณฑสถานหญิงกลาง และผู้จัดการร้าน "ครัวชวนชม" บอกว่า อาหารเมนูยอดฮิตเวลาลูกค้ามาที่ร้านแล้วส่วนใหญ่จะนิยมสั่งคือ ผัดไท และไข่พะโล้ โดยเฉพาะ "ไข่พะโล้" ของร้าน "ครัวชวนชม" จะเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญอาหารแต่ละเมนูจะทำสดใหม่ทุกวัน
           ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นอกจากอาหารหลากหลายเมนูแล้ว อาหารที่เรียกลูกค้าของร้านนี้อีกอย่างหนึ่ง เห็นจะหนีไม่พ้น "ข้าวตั้งหน้าตั้ง" ที่ทำหน้าตั้งได้รสชาติกลมกล่อม หอม หวาน และมัน ซึ่งรสชาติใกล้เคียงกับ
 เมื่อ 30 ปีก่อน นอกจากข้าวตั้งหน้าตั้งแล้วยังมี "สาคูไส้หมูและข้าวเกรียบปากหม้อ" ที่ขายดิบขายดีทีเดียว ที่สำคัญในบริเวณ "ชวนชมอาเขต" นอกจากร้าน "ครัวชวนชม" แล้ว "คุณศิริพร" ยังได้พาไปเยี่ยมชมการนวดฝ่าเท้า ร้านเสริมสวยม และร้านขายของที่ผลิตมาจากฝีมือของผู้ต้องขังในทัณฑสถานหญิงกลาง
         หากใครแวะเวียนผ่านมาแถวย่านนี้ ก็ขอเชิญชวนให้ไปลิ้มลองรับประทานกันดู นอกจากบรรยากาศของร้านจะร่มรื่นและสะอาดแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ต้องขังหญิงได้ฝึกฝนฝีมือ "ปลายจวัก" ในการทำอาหารเพื่อใช้ประกอบอาชีพในวันข้างหน้าหลังพ้นโทษอีกด้วย...!!!
                                                           นวย เมืองธน
*****************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น