วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

"สะเมิง"เสน่ห์แห่งขุนเขา ลือเลื่องเมืองสตอเบอรี่

          "ะลอนตามอำเภอใจ"-"อำเภอสะเมิง" เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวจังหวัด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสูง อากาศเย็นเกือบทั้งปี ประกอบด้วยชุมชนชาวไทยภูเขาจำนวนมาก ที่สำคัญ "สะเมิง" นับเป็นเมืองที่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ และมีทิวเขาสูง จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก รวมทั้งเป็นแหล่งปลูกพันธุ์ไม้เมืองหนาวและสตอเบอรี่แหล่งสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
             ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อประมาณ 200 ปี ระหว่าง พ.ศ.2250-2350 มีคำบอกเล่าว่าดินแดนแห่งนี้เป็นป่าใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยจตุบาทนานาชนิด และมวลหมู่แมกไม้นานาพันธุ์ซึ่งกาลครั้งนั้นอาณาจักรล้านนาแทบจะลุกเป็นไฟด้วยภัยสงคราม เพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างแว่นแคว้นต่างๆ ในราชอาณาจักร การขยายอำนาจของพม่าเป็นการศึกที่สู้รบกันอย่างรุนแรงและยาวนาน ทั้งยังเกิดการจราจลในเมืองเชียงใหม่ สถานการณ์ยุ่งเหยิงวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านเดือดร้อนจึงต่างอพยพหลบหนีภัยสงคราม บ้างหนีเข้าป่าไปตายเอาดาบหน้า ชาวไทยลื้อและกะเหรี่ยงได้อพยพหลบหนีภัยสงครามเข้าป่าขึ้นเขามายังดินแดนแห่งนี้ และมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านดงช้างแก้วพวกหนึ่ง อีกพวกหนึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านศาลา และพวกที่สามตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านแม่สาบ
          โดยไทยลื้อบ้านแม่สาบอพยพเข้ามาอยู่สะเมิงประมาณ พ.ศ.2324 คำว่า "สะเมิง" ได้กำเนิดขึ้นจากคำว่า "สามเมิง" ตามสำเนียงภาษาไทยลื้อที่เรียก "เมือง" ว่า "เมิง" ดังนั้นคำว่า "สามเมิง" ตามความหมายก็คือคำที่มาจากการตั้งถิ่นฐานทั้งสามบ้าน สามเมือง นั่นเอง บางท่านสันนิษฐานว่ามาจากภาษากะเหรี่ยง ซึ่งมีความหมายว่า "แสงสว่าง" อำเภอสะเมิง ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2445 ขึ้นตรงต่อจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอำเภออยู่ได้ 35 ปี ทางราชการเห็นว่าอำเภอสะเมิงอยู่ในถิ่นทุรกันดาร
 ห่างไกลการคมนาคมไม่สะดวกและการควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง จึงยุบฐานะเป็นกิ่งอำเภอสะเมิง เมื่อ พ.ศ. 2480 และต่อมาได้ยกฐานะเป็นอำเภอสะเมิง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2501 จนถึงปัจจุบัน
          "อำเภอสะเมิง" มีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอแม่วาง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอแม่ริม อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลักษณะภูมิประเทศ อำเภอสะเมิงมีพื้นที่ทั้งหมด 1,002 ตารางกิโลเมตร หรือ 626,250 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ ประมาณ 80% ของพื้นที่ทั้งหมด เป็นที่ราบ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด มีแม่น้ำที่สำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำขานและแม่น้ำสะเมิง พื้นที่การใช้ประโยชน์ของอำเภอสะเมิงเป็นพื้นที่การเกษตร 24,391 ไร่ หรือร้อยละ 3.89 ของพื้นที่ทั้งหมด แยกเป็นพื้นที่ปลูกถั่ว 12,184 ไร่ หรือร้อยละ 40.8 ของพื้นที่การเกษตร พื้นที่ทำสวน 9,769 ไร่ หรือร้อยละ 34.6 ของพื้นที่การเกษตรหรือพื้นที่ทำไร่ 4,223 ไร่ หรือร้อยละ 17.3
ของพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ปลูกซ้ำซ้อนพื้นที่เดิมของพืชสวน 7.1 % ลักษณะภูมิอากาศ อากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 35 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยโดยทั่วไปประมาณ 22 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 114 มม./ปี โดยวัดปริมาณน้ำฝนสูงสุด 166 มม./ปี ต่ำสุดระหว่าง
 เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม
          ผมหยิบยกเรื่องราวของอำเภอสะเมิงมาเขียนถึง เพราะช่วงประมาณปลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมกับกรมการปกครองที่นำคณะสื่อมวลชนเดินทางมาศึกษาดูงานบทบาทของฝ่ายปกครองในการส่งเสริมอาชีพและการท่องเที่ยว การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างเดินทางตลอดสองข้างทางมุ่งหน้าสู่อำเภอสะเมิง จะผ่านไร่สตอเบอรี่มากมาย พ่อค้าแม่ขายต่างขนผลิตผลสดๆ
และผลิตภัณฑ์จากสตอเบอรี่มาวางขายในเพิงเล็กๆ หน้าไร่ริมถนนต็มไปหมด ดูแล้วตื่นตาตื่นใจมิใช่น้อย  "สะเมิง" ถือได้ว่าเลื่องชื่อเรื่องสตอเบอรี่มายาวนาน ถึงขนาดมีการจัดงานสตออเบอรี่อันโด่งดังในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นประจำทุกปี เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งผลิตสตอเบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะที่ตำบลบ่อแก้ว มายุคหลังไร่สตอเบอรี่ที่อำเภอสะเมิงเริ่มปรับเปลี่ยนจากการปลูกแบบแปลงปิดเพื่อจำหน่ายอย่างเดียว เป็นแปลงเปิดมากขึ้น โดยดึงพระเอกอย่างสตอเบอรี่เป็นจุดขาย แล้วรวมเอาที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมชมไร่ สร้างความหลากหลาย เพิ่มมูลค่าเข้าด้วยกัน แถมยังช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
            "สวนดอยแก้ว" ซึ่งเจ้าของสวนปราชญ์ชาวบ้าน "วิทยา นาระต๊ะ" เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ซึ่งคณะสื่อมวลชนได้มีโอกาสแวะเวียนมาเยี่ยมชม โดย "นายวิทยา" เล่าว่า สวนสตอเบอรี่แห่งนี้อยู่บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ เป็นสวนที่ปลูกสตรอเบอรี่ปลอดสารพิษ
             หลังจากประสบความสำเร็จ จึงนำไปเผยแพร่ ถ่ายทอดแนวคิดการทำเกษตรให้แก่ผู้อื่นจนเป็นที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ซึ่ง "สวนดอยแก้ว" ถือเป็นสวนเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเก็บเองได้ สตอเบอรี่ของสวนดอยแก้วแห่งนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ ได้แก่ พันธุ์พระราชทาน 60, 72 และ 80 ที่มีรสชาติหอมหวานกว่าพันธุ์ 329 ที่ขายในท้องตลาดทั่วไป และมีให้เลือกเก็บได้ตามความชอบ ซึ่งตอนนี้ก็มีองุ่นไร้เมล็ด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสตอเบอรี่มากมาย อาทิ ไวน์ แยมเนื้อสตอเบอรี่ สตอเบอรี่อบแห้ง ฯลฯ


"ก่อนหน้านี้เจอผลกระทบเรื่องโรคระบาดของสตอเบอรี่เมื่อปี 51 จึงคิดที่จะเปลี่ยนวิธีการและรูปแบบการปลูกสตอเบอรี่แบบเก่าๆ เพื่อหาหนทางที่ดีกว่า และเพื่อเป็นการพัฒนารูปแบบการปลูกสตอเบอรี่แบบใหม่ ที่จะให้ได้ผลผลิตที่ดีและปลอดภัยที่สุด การเรียนรู้ดูงานตามที่ต่างๆ ทำให้สนใจว่าจะทดลองขยายพันธุ์สตอเบอรี่ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในขวดแก้ว แทนการใช้ไหลสตอเบอรี่มาชำเหมือนเก่า เพราะวิธีนี้จะช่วยให้ได้สายพันธุ์สตอเบอรี่ที่ดี แข็งแรง และปลอดโรค รวมทั้งเติบโตง่าย ความยุ่งยากในการทำงาน เมื่อก้าวผ่านมาได้แล้ว ย่อมส่งผลลัพธ์ที่ดีเสมอ คงเหมือนกับวิธีการปลูกสตอเบอรี่ ขั้นตอนดูเหมือนจะยุ่งยากและซับซ้อน แต่เมื่อสตอเบอรี่เติบโต ออกผลให้ชื่นใจ ดูจะเป็นผลงานที่คุ้มค่ากับความเหน็ดเหนื่อยจริงๆ" นายวิทยา กล่าว
         "อนุพงษ์ วาวงศ์มูล" นายอำเภอสะเมิง กล่าวว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลสตอเบอรี่และของดีอำเภอสะเมิง เพื่อส่งเสริมสตอเบอรี่สะเมิงให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสตอเบอรี่ปลอดภัยจากสารเคมี เนื่องจากสะเมิงมีพื้นที่ปลูกสตอเบอรี่กว่า 3 พันไร่ มากที่สุดในประเทศไทย ปีหนึ่งๆ ทำรายได้เข้าจังหวัดมากกว่า 400 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้นำผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียงมาจำหน่าย และยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติของอำเภอสะเมิงให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเชื่อมโยงไร่สตอเบอรี่กับธุรกิจการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีชาวพื้นเมืองและชนเผ่าต่างๆ ของอำเภอสะเมิง
   
           "ดำรงค์สิริวิชัย อิ่มวิเศษ" เลขานุการกรมการปกครอง กล่าวว่า อำเภอสะเมิง นับได้ว่าเป็นหนึ่งในหลายอำเภอที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาส่งเสริมอาชีพเพื่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่อำเภอสะเมิงให้เป็นแหล่งปลูกสตอเบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาอีกอาชีพให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ยังได้นำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ โดยปัจจุบันอำเภอสะเมิงมีเนื้อที่ปลูกไร่สตอเบอรี่มากกว่า 3 พันไร่ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในอำเภอสะเมิงกว่า 300-400 ล้านบาทต่อปี
               ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ"  ผลไม้สีแดงสด รูปร่างหน้าตาน่ารัก มีรสชาติอมหวานอมเปรี้ยว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี กรดโฟลิก และเส้นใยอาหาร อีกทั้งยังสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย ทั้งไวน์ แยม และน้ำผลไม้นั้น ยังเป็นผลไม้ขี้อายชอบหลบใต้ใบสีเขียวๆ ที่มีชื่อว่า "สตอเบอรี่" นั้น ถือเป็นสิ่งที่ตื่นตาตื่นใจ หากใครได้มาเยือนสตอเบอรี่ปลอดสารพิษ และมีโอกาสที่จะเด็ดผล "สตอเบอรี่" สดๆ จากไร่ ค่อยๆ หย่อนเข้าปากแล้วงับกัดเข้าไปในเนื้อในของผลไม้ขี้อายชนิดนี้...คุณก็จะรู้ว่ามันชื่นใจอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว...!!!
                                                        นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น