วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิถีชีวิตไทยในอดีต ภูมิปัญญาคนโบราณ

         "ะลอนตามอำเภอใจ"-"มหกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรักเรา ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง" ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่วันที่ 25-29 ม.ค.ที่ผ่านมา ณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษ 85 พรรษา เผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยะภาพด้านการเกษตร และถ่ายทอดความรู้นวัตกรรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวาง

           ภายในงานมีกิจกรรมความรู้ต่างๆ ผ่านอาณาจักรมหัศจรรย์ อาทิ อาณาจักรในหลวงรักเรา พระราชประวัติ พระอัจริยะภาพและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย นิทรรศการน้อมนำคำพ่อสอนที่ประสบความสำเร็จ ภาพยนตร์ 3 มิติเรื่อง แผ่นดินของเรา เกี่ยวกับบรรพบุรุษไทยที่ปกปักรักษาแผ่นดินเพื่อลูกหลาน และกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับโลกเกษตรร่วมสมัย ซึ่งเป็นการนำเสนอวิถีชีวิตท้องทุ่งธรรมชาติ นวัตกรรมการเกษตร เกษตรยุคใหม่ นวัตกรรมเกษตรและพลังงาน เศรษฐกิจพอเพียงในเมือง
         การจัดสรรพื้นที่การเกษตรจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนกิจกรรมความบันเทิง กิจกรรมเสริมความรู้ให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย
         แม้งาน "มหกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรักเรา ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง" จะผ่านพ้นมาหมาดๆ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าประชาชนคนไทยที่มีโอกาสมาเที่ยวภายในงานดังกล่าว คงจะได้รับความสุข และได้รับความรู้จากนิทรรศการต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยกับความสัมพันธ์ในด้านการเกษตร
 ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งโครงการพระราชดำริ พระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านการเกษตรมากมาย
           ผมหยิบยกเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติมาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" มาท่องเที่ยวในงาน "มหกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรักเรา ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง" ซึ่งตรงกับวันที่ "สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล" ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 25 ม.ค.56 โดย "นายสมศักดิ์" บอกว่า การจัดนิทรรศการ

"น้อมนำคำสอนพ่อ" เพื่อต้องการปลุกสำนึกคนในสังคมว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตา ทรงพระกรุณาให้ความรักแก่พสกนิกรอย่างถ้วนทั่ว เสมอหน้ากัน พวกเราในฐานะพสกนิกรจะตอบแทนความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างไร ตนเชื่อว่าการน้อมนำเอาคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติให้เป็นจริง นั่นคือองค์ประกอบที่สำคัญของการตอบแทนความรักของพสกนิกรที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
        "นายสมศักดิ์" บอกด้วยว่า ทุกครั้งที่เผชิญกับ
 วิกฤติเศรษฐกิจ ต้นเหตุของปัญหาก็มาจากภาคอุตสาหกรรม ภาคการส่งออก ซึ่งภาคเกษตรนั่นแหละที่จะช่วยเกื้อหนุน แก้วิฤติของประเทศ จนทำให้พวกเราอยู่รอด และภาคเกษตรเท่านั้นที่จะช่วยเหลืออนาคตของลูกหลานของพวกเราได้อย่างแท้จริง ซึ่งทางกระทรวงเกษตรฯ จึงได้ให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมออกกฎหมายคุ้มครองพื้นที่การเกษตร เตรียมสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรของประเทศไทย
         "ผมต้องขอบคุณปราชญ์เกษตรทั้งหลาย และเวทีชาวบ้าน ที่พวกท่านให้ความสำคัญกับภาค
 การเกษตร พยายามที่จะปลูกฝังเด็ก เยาวชน ให้กลับมาใช้วิถีชิตแบบเดิม นำภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ และเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขณะที่ภาคการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้านของเรากำลังพัฒนาตัวเอง ดังนั้น เราต้องมาร่วมกันสร้างสังคม สร้างประเทศของพวกเรา โดยการน้อมนำคำสอนของพ่อมาปฏิบัติใช้ให้เป็นจริง และยึดถือเป็นแนวทางการก้าวเดินต่อไป เพื่อจะทำให้พวกเราสามารถยืนอยู่บนโลกประชาคมอาเซียนได้ ในฐานะผู้ชนะอย่างแท้จริง" นายสมศักดิ์ กล่าว
         "จารุรัตน์ จงพุฒิศิริ" ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) บอกว่า สำนักงานฯ ได้ปรับปรุงพัฒนาอาคารสถานที่ภูมิทัศน์ ตลอดจนนิทรรศการทั้งในอาคารและนอกอาคาร การถ่ายทอดองค์ความรู้ การจัดกิจกรรมต่างๆ จากการดำเนินงานมา ณ บัดนี้ พิพิธภัณฑ์เราสามารถที่จะเปิดการจัดแสดงนิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 โซนด้วยกันคือ พิพิธภัณฑ์ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งในปีนี้เราก็ได้สร้างเสร็จทั้ง 3 อาคารแล้ว และก็ได้จัดนิทรรศการกลางแจ้ง
 เพื่อให้ได้เห็นต้นแบบของจริง ได้มีการสาธิต ได้ฝึกปฏิบัติ ในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง และพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกษตรตามรอยพ่อ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้ และนำเอาความรู้นั้นกลับไปใช้ ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาก็ได้รับผลการตอบรับจากสังคม โดยมีผู้เข้าชมจำนวนเพิ่มขึ้น มีทั้งนักเรียน นักศึกษา เกษตรกรและประชาชนทั่วไป 
            "นางจารุรัตน์" กล่าวอีกว่า สำหรับพิพิธภัณฑ์ในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ในชั้นที่ 1 เป็นเรื่องของความรักอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อ
 ปวงชนชาวไทย ส่วนชั้น 2 จะเน้นการน้อมนำคำพ่อสอน แนวพระราชดำรัส พระราชดำริ โดยมีผู้คนจำนวนมากนำไปใช้และประสบผลสำเร็จ มหัศจรรย์ท้องทุ่ง นวัตกรรมการเกษตรและภูมิปัญญาไทย และที่พลาดไม่ได้ คือภาพยนตร์แอนนิเมชั่น 3 มิติ เรื่องใหม่ "แผ่นดินของเรา"
          "ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดที่เราได้ทำนี้ ก็คาดว่าจะให้พี่น้อง ลูกหลาน ปวงชนชาวไทย น้อมรำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ ความรักอันยิ่งใหญ่ของในหลวงซึ่งมีต่อปวงชนชาวไทย และจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชนและลูกหลานได้เห็นถึงความสำคัญของวิถีเกษตรไทย เพื่อให้ลูกหลานได้ช่วยกันสืบทอดแผ่นดินไทย ทั้งยังกระตุ้นให้สังคมได้เห็นความสำคัญของการเกษตรไปสู่การเรียนรู้และนำเอาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตของตน แล้วจะนำไปสู่อนาคตที่มั่นคงต่อไป" นางจารุรัตน์ กล่าว
              ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นอกจากจะได้เดินชมการจำลองวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต ภาพจำลองความเก่าในอดีต แม้บางช่วงบางตอนผมเองจะเกิดไม่ทัน แต่ก็สามารถสัมผัสได้ว่า ถ้าวันนี้คนไทยหากลืมรากเหง้าภูมิปัญญาของคนในอดีตที่สร้างไว้ เพราะมัวแต่พึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ๆ จนมากเกินไป สุดท้ายอนาคตประเทศไทยจะเป็นเช่นไร
              สอดคล้องกับคำกล่าวของ "สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล" ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่บอกว่า "หากผืนแผ่นดินถูกกลืนหายไปหมด พื้นที่ภาคการเกษตรจะไม่มีหลงเหลืออยู่ ถ้าหากประเทศไทยไม่มีพื้นที่การเกษตรหลงเหลืออยู่ อะไรจะเกิดขึ้น"...!!!
                                                      นวย เมืองธน
*************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น