วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

"ไม่เผา"เพื่ออากาศบริสุทธิ์

            "ะลอนตามอำเภอใจ"-ปัจจุบันไฟป่าทั้งหมดเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ผลจากไฟป่าทำให้สภาพป่าถูกทำลาย ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือหมอกและควันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและก่อให้เกิดทัศนวิสัยที่เลวร้าย มีผลต่อการจราจรทั้งทางบกและทางอากาศ ในแต่ละปีมีผู้เจ็บป่วยจากการสูดดมควันพิษที่เกิดไฟป่ามิใช่น้อย รัฐบาลต้องใช้งบประมาณในการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความสูญเปล่าของงบประมาณจำนวนมาก


         ผมเขียนเกริ่นนำปัญหาหมอกควันในภาคเหนือของประเทศไทย เพราะเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (19 ม.ค.) มีโอกาสเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมงานโครงการรณรงค์ "ไม่เผาป่า รักษาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์" ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2556 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ ที่มี "ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข" รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมกันนี้ "นายโชติ ตราชู" ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ "บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์" อธิบดีกรมป่าไม้ "จตุพร บุรุษพัฒน์" อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม "มโนพัศ หัวเมืองแก้ว" อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำข้าราชการในสังกัดเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน
        โดย "ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข" รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า การรณรงค์ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงอันตรายและผลกระทบจากการเผาป่าและปัญหาหมอกควันไฟป่า ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงหน้าแล้งของทุกปี และทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัดที่ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ และตาก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวอย่างรุนแรงในรอบหลายปีที่ผ่านมา
 ทั้งในด้านสุขภาพของประชาชน สภาพแวดล้อม และผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยขบวนรณรงค์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะออกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ 9 จังหวัดได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาป่า วัชพืช หรือเศษวัสดุทางการเกษตร พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนละเว้นการเผาเพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อม
           "รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" กล่าวอีกว่า การปล่อยขบวนรณรงค์ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่
 ภาคเหนือ โดยกิจกรรมดังกล่าว กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทุกภาคส่วนจะร่วมกันรณรงค์ในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด โดยมีเป้าหมายเพื่อขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเว้นการเผา เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในปีนี้รุนแรงเหมือนในปีที่ผ่านมา
         "กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติละสิ่งแวดล้อมได้กำหนดมาตรการในการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยกรมป่าไม้จะทำหน้าที่รับผิดชอบ
ดูแลในส่วนของป่าสงวน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชดูแลในส่วนของอุทยานแห่งชาติ ขณะที่กรมควบคุมมลพิษจะรับผิดชอบในส่วนของการตรวจสอบและติดตามสภาพอากาศ นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมประจำหมู่บ้าน ประมาณ 3 แสนคนทั่วประเทศ ซึ่งจะร่วมรณรงค์และดูแลใน
 พื้นที่ไม่ให้มีการเผา ตลอดช่วง 80 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.-10 เม.ย.56" รมว.ทส.กล่าว
        "นายปรีชา" กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาการควบคุมเรื่องการเผานั้นอาจจะยังไม่จริงจังมากนัก แต่ในปีนี้จะต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าจะต้องงดเว้นการเผาอย่างเด็ดขาด เพราะปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของประชาชน การคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว อีกทั้งในปีนี้จะมีการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หาก
 สามารถควบคุมไม่ให้มีการเผาเกิดขึ้นได้ ก็จะทำให้ความรุนแรงของปัญหาหมอกควันไฟป่าลดลง
         "บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์" อธิบดีกรมป่าไม้ บอกว่า ในส่วนของกรมป่าไม้ก็คงต้องรณรงค์กับชาวบ้านไม่ให้มีการเผาป่าในช่วง 80 วันอันตราย รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเป็นหูเป็นตาในชุมชนท้องถิ่น ในหมู่บ้านนั้นๆ ให้ร่วมมือกันในการรักษาระบบนิเวศน์ เพราะการเผาป่าไม่ใช่แค่เกิดปัญหากับคนเผาเท่านั้น ยังส่งผลกระทบก่อให้เกิดปัญหากับส่วนรวมด้วย ซึ่งเชื่อว่าปีนี้อากาศคงจะแล้ง การที่ไม่มีฝนตกในช่วงฤดูแล้งเลย
 จะทำให้มีหมอกปกคลุมยาวนาน ซึ่งเกิดผลกระทบทุกพื้นที่ในเมือง และที่สำคัญกระทบการท่องเที่ยวทางภาคเหนือของเราด้วย คงต้องขอร้องชาวบ้านว่าอย่ามีการเผาในช่วงนี้ เพื่อเห็นแก่ส่วนรวมของประเทศ
            "จตุพร บุรุษพัฒน์" อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม บอกว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เรามีพี่น้องอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือทสม.ซึ่งอยู่ในการดูแลของกรม โดยเราจะขอให้ ทสม.ที่อยู่ทุกหมู่บ้านลงไปประชาสัมพันธ์ และเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการ ซึ่งจะได้ผลอย่างมาก เพราะว่าพี่น้อง ทสม.

 จะรู้ว่าจุดไหนที่มีปัญหา คนไหนที่ชอบเข้าไปล่าสัตว์ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการเจาะลึกถึงพื้นที่ นอกจากนี้ทางกรมก็จะมีการอบรมให้กับภาคประชาชนใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยการให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการเผามีปัญหาอะไร ควรจะทำอย่างไร การขัดแยกขยะทำอย่างไร การฝังกลบทำแบบไหน
         "ในปี 56 นี้ในส่วนของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมก็จะไปสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เชื่อว่าจะสามารถทำให้สถานการณ์หมอกควันดีขึ้น คือทสม.เหมือนกับหน่วยชี้เป้า เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ จะสามารถรู้ถึงปัญหาต่างๆ ส่วนปัญหาหมอกควันในปีนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ที่น่าห่วงคือปัญหาหมอกควันข้ามพรหมแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านจะต้องหารือร่วมกัน" นายจตุพร กล่าว
     ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" การประชุม ครม.สัญจร ที่จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.56 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการป้องกันไฟป่าและหมอกควันประจำปี 2556 เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันภาคเหนือ 9 จังหวัด ปี 2556 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดการบูรณาการ มีผู้รับผิดชอบและเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยมาตรการเดิมที่ใช้ควบคุมการเผาให้เปลี่ยนเป็น "ไม่มีการเผา"  และหันมาใช้ระบบ Single Command โดยกลไลของกระทรวงมหาดไทย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใช้ระบบ Area Approach โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนหน้า พร้อมมอบหมายให้ "ปลอดประสพ สุรัสวดี" รองนายกรัฐมนตรี รวมถึง รมว.มหาดไทย เป็นฝ่ายอำนวยการและควบคุมการ
 สั่งการระดับประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าวเบื้องต้นครอบคลุม 9 จังหวัดภาคเหนือ ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนครึ่ง ตั้งแต่เดือน ม.ค.-เม.ย.56...ส่วนสถานการณ์หมอกควันในปีนี้จะลดลงหรือไม่นั้น ประชาชนถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมแรงร่วมใจกับภาครัฐ....!!!
                                                         นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น