วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"ฝายชะลอน้ำ" ชาวบ้านยิ้มป่าชุ่มชื้น

          "ะลอนตามอำเภอใจ"-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสำคัญ ของการอยู่รอดของป่าไม้เป็นอย่างยิ่ง ทรงพระราชดำริเสนออุปกรณ์อันเป็นเครื่องมือที่จะใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ที่ได้ผลดียิ่ง กล่าวคือ ปัญหาที่สำคัญที่เป็นตัวแปรแห่งความอยู่รอดของป่าไม้นั้น
             น้ำ คือสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยแท้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริแนะนำให้ใช้ฝายกั้นน้ำ หรือเรียกว่า Check Dam หรืออาจเรียกว่า ฝายชะลอความชุ่มชื้น ก็ได้เช่นกัน Check Dam คือ สิ่งก่อสร้างขวางกั้นทางเดินของลำน้ำ ซึ่งปกติมักจะกั้นห้วยลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ทำให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ และหากช่วงที่น้ำไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลลงไปในบริเวณลุ่มน้ำตอนล่าง นับเป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำได้ดีมากวิธีการหนึ่ง
             "ฝายชะลอน้ำ" หรือ Check Dam คือสิ่งก่อสร้าง ที่ทำขึ้นเพื่อขวางหรือกั้นทางน้ำ โดยปกติมักจะกั้นลำห้วย ลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือ พื้นที่ที่มีความลาดชันสูงให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ และหากเป็นช่องที่น้ำไหลแรงก็สามารถช่วยในการชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลงด้วย เพื่อการกักเก็บตะกอนเอาไว้ไม่ให้ไปทับถมลำน้ำตอนล่าง อันเป็นเป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและแหล่งน้ำ นอกจากนี้ ยังนิยมสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ต้นน้ำที่แห้งและเสื่อมโทรม โดยมักจะสร้างในบริเวณร่องน้ำ
          เมื่อฝนตกฝายจะทำการชะลอน้ำไม่ให้ไหลเร็วจนเกินไป ทำให้ในบริเวณดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ ดินเกิดการอุ้มน้ำ ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น พื้นที่มีความชุ่มชื้น อันจะส่งผลดีต่อบริเวณโดยรอบซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกี่ยวกับการพัฒนาและฟื้นฟูป่าไม้ ด้วยการใช้ทรัพยากรที่เอื้ออำนวย เกิดการสัมพันธ์ซึ่งกันและกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด  
     ประโยชน์จาก Check Dam อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ ช่วยลดการพัลทะลายของดินและลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย ทำให้ระยะเวลาการไหลของน้ำเพิ่มมากขึ้น ความชุ่มชื้นมีมากขึ้น และแผ่ขยายกระจายความชุ่มชื้นออกไปเป็นวงกว้างในพื้นที่ทั้งสองฝั่งของลำห้วย ช่วยกักเก็บตะกอนที่ไหลลงมากับน้ำในลำห้วยได้ดี เป็นการช่วยยืดอายุแหล่งน้ำตอนล่างให้ตื้นเขินช้าลง คุณภาพของน้ำมีตะกอนปะปนน้อยลง เพิ่มความหลาดหลายทางชีวภาพให้แก่พื้นที่ จากการที่ความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น ความหนาแน่นของพันธุ์พืชก็ย่อมจะมีมากขึ้น ที่สำคัญการที่สามารถ
กักเก็บน้ำไว่ได้บางส่วนนี้ ทำให้กิดเป็นที่อยู่อาศัย
 ของสัตว์น้ำ และใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการบริโภคของมนุษย์และสัตว์ต่างๆ ตลอดจนนำไปใช้ในการเกษตรได้อีกด้วย Check Dam จึงนับเป็นพระราชดำริที่เป็นทฤษฎีการพัฒนาป่าไม้ที่ยังประโยชน์สุขแก่มนุษยชาติทั้งมวล
        ผมหยิบยกเรื่อง "ฝายชะลอน้ำ" มาเขียนถึงเพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" กับกรมป่าไม้ ที่นำคณะสื่อมวลชนสัญจร ลงพื้นที่ติดตาม ผลการดำเนินงานตามโครงการฟื้นฟู การอนุรักษ์ป่าและดิน การทำฝายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูเปือย บริเวณห้วยรวงทิพย์ บ้านน้ำพุง ต.โป่ง อ.ด่านซ้าย จ.เลย และชมแปลงเพาะกล้าไม้
และแปลงเพาะชำหญ้าแฝก ที่สวนป่าดงน้อยอ.วังสะพุง จ.เลย
         "นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์" อธิบดีกรมป่าไม้ บอกว่า ช่วงปี 2550 บริเวณห้วยรวงทิพย์ ซึ่งเป็นต้นน้ำสาขาของลำน้ำพุง และไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก เคยเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 3 ราย ซึ่งชาวบ้านได้ร้องขอให้กรมป่าไม้ ช่วยสร้างฝายถาวร เพื่อเป็นการชะลอน้ำ เพื่อช่วยป้องกันฏณธน้ำป่าไหลหลาก ที่สร้างความสูญเสียอันตรายกับชาวบ้าน อีกทั้งในยามแล้ง ยังสามารถชะลอน้ำไว้ใช้ในการเกษตรได้อีกด้วย ปัญหาไฟป่าก็จะลดน้อยลง สำหรับพื้นที่บ้านน้ำพุง มีการก่อสร้างฝายถาวร  และฝายกึ่งถาวร พบว่ามีชำรุดไม่มากนัก สาเหตุจากน้ำป่าช่วงที่ผ่านมามีปริมาณมากและกระแสน้ำรุนแรง
         "อธิบดีกรมป่าไม้" กล่าวอีกว่า ส่วนการได้งบประมาณ
          จากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) ที่มาสร้างฝายชะลอน้ำ ขณะนี้หากดำเนินการสร้างทั้งประเทศยังถือว่างบประมาณยังไม่เพียงพอ โดยขณะนี้พิจารณาก่อสร้างฝายเป็นลุ่มน้ำไป คือต้องถาวชาวบ้านในพื้นที่ด้วยว่า เหมาะสมจะสร้างฝายกี่จุด ซึ่งหลังจากการสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว 4-5 ปีเราจะมองเห็นภาพความชุ่มชื้น ไม่ใช่พอถึงเวลาหน้าแล้งแล้วเห็นแต่หิน ไม่มีน้ำสักหยดนึง ซึ่งตนคิดว่าในอนาคตจะเกิดความชุ่มชื้น และทำให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น และสามารถนำน้ำไปใช้ในการอุปโภค และบริโภคได้
            "นายบุญชอบ" กล่าวถึงกรณีที่มีการสร้างฝายชะลอน้ำ แล้วเกิดชำรุดหรือพังว่า เนื่องจากเมื่อปีที่แล้วเป็นโครงการเร่งด่วน เราเริ่มดำเนินการในช่วงหน้าฝน ทำให้การดำเนินการก่อสร้างฝายเกิดปัญหา พอสร้างเสร็จก็เจอปัญหาหาน้ำหลาก เจอฝนที่รุนแรง ก็มีบางส่วนที่เสียหายไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่เนื่องจากการสร้างฝายทั้งหมดของโครงการ มีผู้รับจ้างทำซึ่งอยู่ในระยะประกันความเสียหาย 2 ปี ซึ่งฝายบางจุดไม่ได้พัง แต่เราก็มีมาเสริมบางจุดให้แข็งแรงแน่นหนามากยิ่งขึ้น และยืนยันว่าในระยะ 2 ปีไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ

สำหรับการใช้ฝายให้เกิดประโยชน์ต่อไป
          "ส่วนเรื่องสเปกยืนยันว่าเราไม่ได้คิดเองเขียนเอง ซึ่งกรมอุทยานฯเป็นผู้ออกแบบ เมื่อเราเอามาใช้เราก็สอบถามไปที่กรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลางก็เอาวิศกรมาตรวจสอบทุกอย่าง
ขณะเดียวกันในการก่อสร้าง กรมป่าไม้ก็ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาตั้งแต่การประกวดราคา จนถึงการตรวจรับงาน ซึ่งในการตรวจรับทุกจุดยืนยันว่า เราขอให้ช่างโยธาของท้องถิ่น หรืออบต.เข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ ในส่วนสเปก กว้าง ยาว หนา
 ยืนยันทุกที่เป็นไปตามสเปกหมด เพียงแต่สภาพพื้นที่ในแต่ละแห่ง ภูมิประเทศอาจไม่เหมือนกัน มีทั้งกว้าง แคบ แตกต่างกันไป สเปกที่สร้างอาจเป็นไปตามธรรมชาติของแต่ละพื้นที่ ยืนยันทุกจุดไม่มีการสร้างต่ำกว่าสเปก"นายบุญชอบ กล่าว
          นายชนาธิป กุลดิลก ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่า กล่าวว่า ในท้องจ.เลยได้ดำเนินการก่อสร้างฝายถาวร จำนวน 57 แห่ง พบว่ามีฝายที่ชำรุดและดำเนินการซ่อมเสร็จเรียบร้อย จำนวน 17 แห่ง และก่อสร้างฝายถาวร จำนวน 57 แห่ง พบว่ามีฝายชำรุดและดำเนินการซ่อมเสร็จเรียบร้อย
 จำนวน 17 แห่ง และก่อสร้างฝายกึ่งถาวร จำนวน 296 แห่ง มีเพียง 11 แห่ง ที่พบว่ามีการชำรุด ซึ่งได้จัดการซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเพาะกล้าไม้ จำนวน 1.68 ล้านกล้า และเพาะชำหญ้าแฝก จำนวน 1.75 ล้านกล้า    
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับชาวบ้านน้ำพุง โดย "นายฉลาด ศรีคำภา" ผู้ใหญ่บ้านม.3  บ้านน้ำพุง ต.โป่ง อ.ด่านซ้าย จ.เลย  บ่อกว่า หมู่บ้านของตนนั้นมีประชากรอาศัยอยู่ทั้งหมด 180 ครัวเรือน ฝายชะลอน้ำที่กรมป่าไม้มาสร้างให้กับชาวบ้านน้ำพุง
              ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยชะลอน้ำ กักน้ำ เวลาหน้าฝนน้ำไหลหลากแรงมาก ทำให้กระแสน้ำไม่ไปถึงหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ส่วนในช่วงฤดูแล้งชาวบ้านก็จะนำน้ำจากฝายชะลอน้ำไปทำการเกษตร ถือว่าฝายชะลอน้ำที่กรมป่าไม้สร้างให้กับชาวบ้านที่นี่มีประโยชน์อย่างมาก ...!!!
                                                        นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น