วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปปง.พร้อมก้าวสู่ ประชาคมอาเซียน

        "ะลอนตามอำเภอใจ"-การก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่ประกอบด้วยสามเสาหลัก ได้แก่ การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม วิสัยทัศน์ร่วมของผู้นำอาเซียน
           คือ การสร้างประชาคมอาเซียนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง มีกฎเกณฑ์กติกาที่ชัดเจน และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเมื่อปี 2551 ได้มีการจัดทำกฎบัตรอาเซียน หรือธรรมนูญอาเซียน เพื่อวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กร และแผนงานการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ในทั้งสามเสาหลัก โดยเป้าหมายหลักของการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน คือ การสร้างประชาคมที่มีความแข็งแกร่ง สามารถสร้างโอกาส และรับมือสิ่งท้าทายทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และประชาชนในอาเซียนมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
         ในปี 2553 ไทยได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นของประชาคมอาเซียน และนำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 อีกทั้ง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในเวทีโลก นอกจากการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง และมีประชาชนเป็นศูนย์กลางแล้ว อาเซียนยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์กับนอกภูมิภาค โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และเพิ่มบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก รวมทั้งการมีท่าทีร่วมกันในเวทีโลกในปี 2565
          จากคำแถลงนโยบายรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีต่อรัฐสภา หนึ่งในจุดมุ่งหมายของนโยบายรัฐบาล คือ "เพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 อย่างสมบูรณ์ โดยสร้างความพร้อมและความเข้มแข็ง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และการเมืองและความมั่นคง" โดยนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรกยังรวมถึงการเร่งดำเนินการตามข้อผูกพันในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ตลอดจนการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งภายในและภายนอกภูมิภาค นอกจากนี้ ยังมีนโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมอีกหลายประการเพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคม
        ผมหยิบยกเรื่องการเปิดเสรีอาเซียน มากล่าวถึงเพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ถูกรับเชิญมาร่วมงานแถลงข่าวผลงานความคืบหน้าของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงานปปง.) อยู่บ่อยครั้ง และประเด็นข่าวอื่นๆของปปง. ก็นำข่าวสารไปเผยแพร่ตีพิมพ์ใน "พิมพ์ไทยรายวัน" เรื่อยมาโดยตลอดเช่นกัน แต่มีบางประเด็นซึ่งเป็น "คำถามเฉพาะ" หรือจะเรียกว่า "สัมภาษณ์พิเศษ" ผู้บริหารของสำนักงานปปง. ก็คงไม่ผิดอะไร ก็พยายามหาโอกาสเหมาะๆมานำเสนอตามโอกาส และความเหมาะสมกับสถานการณ์ความพร้อมของตัวผมเองด้วย
         จากการที่มาร่วมการแถลงข่าวของปปง.หลายครั้ง หลายหครา ซึ่งมีครั้งหนึ่งที่ผมมีโอกาสซักถาม ประเด็นต่างๆ จาก "พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์" เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) มากมาย โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมตัวของปปง.ในการเปิดเสรีอาเซียน และรับมือกับการก้าวเข้าสู่การเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่ง "พ.ต.อ.สีหนาท" บอกว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ไปประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ได้ให้ข้อสังเกตเรื่องของการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ  คือ การเปิดอาเซียนในเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน จะต้องเดินหน้าไปพร้อมๆกัน เพราะมาตรฐานสากลมีเกณฑ์บังคับในเรื่องของข้อมูลว่า จะต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง เช่น ที่อยู่ จำนวนเงิน ฯลฯ
          ที่สำคัญมีข้อมูลบังคับอยู่ และทุกประเทศจะต้องทำให้ได้มาตรฐานสากล ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะต้องไปรับความเสี่ยงจากประเทศที่มีความอ่อนแอในระบบทางการเงิน เนื่องจากปปง.ในแต่ละประเทศ พอขอข้อมูลไม่สามารถหาข้อมูลได้ครบถ้วน หรือไม่ได้ทำระบบข้อมูลการรับฟากเงินกับประเทศเหล่านั้น ถ้าสถาบันการเงินของไทยรับธุรกรรมที่ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ปฎิบัติตามมาตรการที่ถูกต้อง สถาบันการเงินของไทยก็จะมีภาระหนักใจ เนื่องจากไม่ได้ทำระบบข้อมูลการรับฟากเงิน ก็จะถูกปปง.กัน ซึ่งปปง.ต้องทำความเข้าใจกับสถาบันการเงิน เพื่อปรับมาตรฐานตรงนี้ให้ไปได้พร้อมๆกัน และลดความเสี่ยงของสถาบันการเงินไทยอีกด้วย
           "เลขาธิการ ปปง." บอกอีกว่า ปัจจุบัน การรับมือการเปิดเสรีอาเซียน เกี่ยวกับเรื่องนี้ของประเทศไทยไปได้ไกลแล้ว แต่ทั้งนี้คงต้องคุยกับประเทศเพื่อนบ้านในการปรับระบบสถาบันการเงินให้สอดคล้องกับประเทศไทยด้วย แต่การที่เรามีระบบการโอนเงิน และการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศตามกฎหมายที่เราออกมาแล้ว ข้อดีอย่างหนึ่งจะทำให้สถาบันการเงินในต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมการเงินกับประเทศไทย ซึ่งสามารถรับธุรกรรมจากเราได้โดยไม่ต้องขอข้อมูลมากขึ้นซึ่งจะเป็นภาระกับผู้ประกอบการ
          ส่วนเรื่องรายงานการประเมินความเสี่ยงของประเทศนั้น "พ.ต.อ.สีหนาท" บอกว่า ช่วงที่เดินทางไปที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุธิธรรม นั้นก็ได้ไปสอบถาม เพราะอยากจะเร่งรัด เนื่องจากเราต้องทำงานร่วมกับกองทุนระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ซึ่งจริงๆแล้วรายงานฉบับสุดท้ายน่าจะเสร็จตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา แต่ได้ล่าช้ามาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากว่าเรายังไม่มีข้อมูลสถิติในหลายเรื่อง หลายประการ ก็อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เนื่องจากเกรงว่าหากข้อมูลไม่ตรง รายงานนี้หากเผยแพร่ออกมา จะได้ไม่เกิดผลกระทบอะไร และได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะล่าช้าไปบ้าง
       ขณะที่ "โพยก๊วน"  ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมนอกระบบอีกประเภทหนึ่ง รูปแบบวิธีการฟอกเงินนอกระบบ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับการ "ไซฟ่อนเงิน"  "พ.ต.อ.สีหนาท" กล่าวถึง "โพยก๊วน" ว่า เป็นการทำธุรกรรมนอกระบบอีกประเภทหนึ่ง ที่นิยมใช้ในการโอนเงินเข้าออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน และการใช้ "โพยก๊วน"เป็นธุรกรรมทางการเงินที่ไม่ทิ้งร่องรอยแห่งพยานหลักฐานให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ โดยมีวิธีการเริ่มจากผู้ที่ต้องการโอนเงินไปต่างประเทศผ่าน "โพยก๊วน" ต้องไปวางเงินกับกลุ่มที่เปิดทำธุรกิจดังกล่าว เช่น ธุรกิจแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ร้านทอง เป็นต้น
          จากนั้นทางร้านจะออกกระดาษเปล่าๆ เพียงใบเดียวเพื่อเบิกจ่ายเงินจำนวนหลายล้านได้ หรือการชำระราคาที่สำเร็จเสร็จสิ้นได้โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายเงินทุนหรือทองรูปพรรณ เป็นต้น โดย "โพยก๊วน" ที่ว่า องค์กรอาชญากรรมที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย อาทิ แก๊งค้ายาเสพติด การหลีกเลี่ยงภาษี การโอนเงินเข้าออกนอกประเทศ ฯลฯ นิยมหันมาใช้วิธีการโอนเงินทางธนาคารใต้ดิน หรือ "โพยก๊วน" เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ได้ 
         ต่อข้อถามที่ว่า ที่ผ่านมาทางปปง.เคยมีข้อมูลนอมินีของนักการเมืองเข้าไปมีส่วนพัวพันกับ "โพยก๊วน" หรือไม่นั้น 
           "พ.ต.อ.สีหนาท"  บอกว่า ถือเป็นเรื่องที่ตรวจสอบยาก แต่หากมีหน่วยงานต่างๆส่งข้อมูลมา ทางปปง.ก็จะตรวจสอบให้ เพราะถ้ามีนอมินีก็ต้องตรวจสอบเจอในระบบใดระบบหนึ่ง เพราะปปง.มีการตรวจสอบในหลายระบบ ที่สำคัญต้องรู้ว่าเป็นใคร ทางปปง.ก็จะรับพิจารณาดำเนินการ เหมือนที่ทางปปง.ได้รับรายงานทั่วไป 
          "พวกนอมินีทางปปง.ก็เคยได้รับหนังสือร้องเรียน และรับแจ้งจากหน่วยงานต่างๆขอให้ปปง.ตรวจสอบ ถ้าลักษณะเช่นนี้ ก็สามารถตรวจสอบเจอ" "พ.ต.อ.สีหนาท" กล่าว
        
          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "เลขาธิการ ปปง." กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของสำนักงานปปง. ว่าเป็นเรื่องของการกำกับดูแลสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการต่างๆ ไม่ให้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและการกระทำความผิดมูลฐาน ส่วนอีกบทบาทหนึ่ง คือ ด้านการปราบปราม ซึ่งปปง.ก็จะเข้าไปทำงานในเรื่องของการอายัติทรัพย์สิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด โดยขณะนี้ทางปปง.ได้มีการเสนอกฎหมายและกฎกระทรวงต่างๆ เพื่อควบคลุมการฟอกเงิน และปราบปรามการฟอกเงินด้วย...!!!
                      นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น