วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดีเอสไอลุยสางปัญหาขยะภูเขาทำเดือดร้อน

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย มีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรจำนวนมาก  และมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้แทน โดยก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากขึ้น
           สำหรับปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย หลักๆก็คงจะได้แก่ ปัญหาคุณภาพและการกระจายตัวของประชากร ปัญหาการเสื่อมโทรมของดิน ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าหรือบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่เกิดจากการทำเมืองแร่ การระบายน้ำเสียลงสู่ทะเล
       ปัญหาความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำจืดที่เกิดจากการทำลายป่าเพื่อการเกษตร การขยายตัวของชุมชนและเมืองต่างๆที่ก่อให้เกิดปัญหาแหล่งน้ำเสื่อมคุณภาพ ปัญหาสารพิษตกค้างในอาหารและสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้สารพิษกำจัดแมลงทางการเกษตร ปัญหามลพิษทางน้ำ ทางอากาศ ที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนเมืองใหญ่ และสุดท้าย คือ ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นตามเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น สุรินทร์  ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง สมุทรสาคร และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

          ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นตามเมืองใหญ่นั้น ถือเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังวิตกว่า จังหวัดของตัวเองนั้นจะกลายเป็นปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งบางจังหวัดก็ล้นเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ คือ ที่ทิ้งขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มักจะทำลายสิ่งแวดล้อมพื้นที่ใกล้เคียง สร้างความเดือดร้อน และความเสียหายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ จนนำมาสู่การร้องเรียนมากมาย ทั้งในอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน
         แน่นอนครับว่าผมหยิบยกเรื่องขยะมากล่าวถึง เพราะช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีโอกาสร่วมเดินทางไป
 กับคณะเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อลงพื้นที่ติดตามปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน จากกองขยะในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่มีปริมาณสะสมมากกว่า 3 แสนตัน กองสูงเป็นภูเขาเท่าตึก 8 ชั้น อยู่กลางทุ่งนาในพื้นที่กว่า 30 ไร่ บริเวณหมู่ 8 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากถนนสายอยุธยา-เสนา ประมาณ 1 กิโลเมตร ห่างจากทุ่งมะขามหย่อง สถานที่ประวัติศาสตร์ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายหลังจากชาวบ้านหมู่ 8 และหมู่ 11 และอีกหลายหมู่บ้านในพื้นที่ต.บ้านป้อม
    ได้ร้องเรียนมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงปัญหากองขยะดังกล่าว ที่สร้างความเดือดร้อน ส่งกลิ่นเหม็น ทำน้ำเน่าเสีย พืชทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ที่สำคัญเกรงว่ามลพิษดังกล่าวจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้าน
         ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
     ถือเป็นสถานที่ซึ่ง "พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว" ผบ.สำนักคดีความมั่นคง พ.ต.ท.ทศพร ณ หนองคาย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ และคณะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้ใช้เป็นสถานที่ เพื่อประชุมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง  อาทิ "มานพ บุญแจ่ม" นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กรมควบคุมมลพิษ "เพชรราวุธ ชูอำนาจ" นายกอบต.บ้านป้อม"ปรีชา ขันธไพรศรี" รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากกองขยะดังกล่าว ถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น    
        "เพชรราวุธ ชูอำนาจ" นายกอบต.บ้านป้อม บอกว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่าแหล่งทิ้งขยะดังกล่าว เกิดกลิ่นเหม็นและอาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงได้แจ้งทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยทางทางเทศบาลฯรับปากจะดูแลแก้ไข และจะใช้วิธีเปลี่ยนจากขยะเป็นพลังงาน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ สำหรับพื้นที่ตรงนี้ ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้ซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ทิ้งขยะ
       "ปรีชา ขันธไพรศรี" รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา บอกว่า ปัจจุบัน อบต. เทศบาลต่างๆ ในจังหวัดได้นำขยะมา
 ทิ้งรวมด้วย รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มจำนวนมาก ส่วนกองขยะที่ปากทางเข้านั้นเป็นขยะหลังจากน้ำท่วมรถบรรทุกขยะเข้าไปทิ้งด้านในไม่ได้จึงได้กองไว้ริมถนนสายอยุธยา-เสนา ทางเทศบาลฯได้เร่งกำจัดขนย้ายเกือบหมดแล้ว ที่เหลือแทบเป็นดินแล้ว
           ขณะที่ชาวบ้านป้อมที่ได้รับผลกระทบจากกองขยะ บอกว่า นอกจากได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นของกองขยะมาอย่างยาวนานแล้ว และน้ำจากองขยะไหลลงบริเวณที่นาของชาวบ้าน ทำนาปลูกข้าวไม่ได้  ส่วนพื้นที่นาของเพื่อนบ้าน เกือบทั้งทุ่ง ลามไปถึง ต.บ้านกลึง
อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ข้าวจะเติบโตช้า และออกรวงไม่ได้ตามที่กำหนด จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
    "พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว"  ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ บอกว่า กรณีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน เรื่องนี้คงต้อง
        หาลือกันหลายหน่วยงาน ซึ่งกองขยะดังกล่าวอยู่ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ มีขยะประมาณ 3 แสนตัน ตั้งอยู่บริเวณกลางทุ่ง ติดกับทางสาธารณะ ซึ่งจาก


การบินสำรวจพบว่ามีน้ำจากขยะกระจายเป็นวงกว้าง และชาวบ้านเดือดร้อนมากจากเรื่องกลิ่นเหม็น แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลแก้ไขเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังมีความกังวลอยู่ ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ได้ประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อมาตรวจขยะ และตรวจดูน้ำที่มีการแพร่กระจายจากกองขยะว่าเข้าข่ายตามกฎหมายใดที่ต้องดำเนินการหรือไม่
         "พ.ต.ท.พงศ์อินทร์" บอกอีกว่า เนื่องจากกองขยะดังกล่าว ยังอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆหลายแห่ง อาทิ อนุเสาวรีย์พระสุริโยทัย อนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช
 ทุ่งมะขามหย่อง พระราชวังบางปะอิน และศูนย์ศิลปะชีพบางไทร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในเรื่องของการแพร่กระจายของขยะ และในระยาวคงต้องมีการกำจัดขยะตตรงนี้อย่างเป็นรูปธรรม ดำเนินการให้เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน
      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "ผบ.สำนักคดีความมั่นคง" บอกว่า ในส่วนที่ดีเอสไอห่วงใยเป็นกรณีพิเศษ เพราะเนื่องจากจ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ใกล้กับนิคมอุสาหกรรมหลายแห่ง เป็นเมืองที่มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรม

       ทางดีเอสไอมีความกังวลว่าอาจจะมีการลักลอบนำสารเคมี หรือวัตถุอันตรายมาทิ้งเหมืองอย่างจ.ฉะเชิงเทรา หรือจังหวัดที่มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมจึงได้ประสานกับกรมควบคุมมลพิษเข้ามาตรวจน้ำที่เกิดจากการชะล้าง และเก็บตัวอย่างกองขยะเพื่อมาตรวจ และหากดีเอสไอตรวจพบกากอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุอันตรายก็จะหาตัวผู้กระทำความผิดเพื่อนำไปสู่คดีพิเศษต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบ 2 สัปดาห์...!!!
                นวย เมืองธน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น