วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ

         "ะลอนตามอำเภอใจ"-ในการประชุมสรุปผลการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดปี 2555 ของศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศพส.ชน.) เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2555
         โดยมี "พล.ต.ปราการ ชลยุทธ" รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน พร้อมด้วย "นฤมล ปาลวัฒน์"  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน "พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว" รอง ผบช.ภ.5 พร้อมผู้แทนจาก 44 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือเข้าร่วมประชุมที่โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
         สิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดของประเทศไทย เห็นจะหนีพ้นข้อมูลที่พบว่า ในพื้นที่ว้าเหนือ ฝั่งพม่า มีโรงงานผลิตยาเสพติด 6 โรงงาน และ 5 โรงงานในเขตรัฐฉาน
 และแม้จะมีขนาดเล็กลง แต่สามารถผลิตยาเสพติดได้ทุกชนิด ทั้ง เฮโรอีน ไอซ์ และยาบ้า ส่งผลให้ปี 2555 การผลิตยาบ้า และไอซ์ยังสูงขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้าสารตั้งต้นทั้งอีเฟดรีน และซูโดอีเฟดรีนจากประเทศอินเดีย จีน เวียดนาม ตุรกี และเกาหลีใต้ มากขึ้น หลังจากนำเข้าจากไทยได้ยากขึ้น ในขณะเดียวกันพื้นที่ปลูกฝิ่นในพม่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 ตัน
         "พล.ต.ปราการ ชลยุทธ" รองแม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่า ภาพรวมการดำเนินการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่
ลดลง แต่ในแง่ของการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลพม่ามีการเจรจาปรองดองกับชนกลุ่มน้อย และมีนโยบายเร่งปราบปรามยาเสพติด ทำให้กลุ่มขบวนการเคลื่อนย้ายแหล่งผลิตเข้ามาใกล้แนวชายแดนไทย และมีการเร่งระบายยาเสพติดที่ตกค้างออกมามาก ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเม็ด ที่สำคัญยาเสพติดมีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว และยังปรับเปลี่ยนวิธีการหลบเลี่ยงจากเส้นทางสายหลักสู่สายรอง ทั้งการทำช่องลับ ดัดแปลงถังน้ำมัน เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด       
         แน่นอนครับว่าผมนำเรื่องราวสถานการณ์ยาเสพติดพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ มากล่าวถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดูภารกิจในการสกัดกั้นเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ตามแนวชายแดนภาคเหนือที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทางบกและทางน้ำ ในพื้นที่จ.เชียงราย เมื่อช่วงเกือบๆจะปลายเดือนก.ย.55 นำทีมโดย
"วิตถวัลย์ สุนทรขจิต" รองเลขาธิการป.ป.ส.พร้อมคณะผู้บริหารป.ป.ส. ถือว่าเปิดหูเปิดตาพอสมควร
          จุดแรกการสกัดกั้นทางบก
 เป็นการวางแนวลวดหนาม (หีบเพลงแบบใบมีด) ตามแนวชายแดนบริเวณท่าข้ามสบสาย ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีการวางแนวลวดหนามเป็นทางยาวตรงข้ามบ้านสบสาย เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก ของพม่า  อยู่ในเขตรับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง
    "พ.อ.กิดากร จันทรา" รองผู้บังคับยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง บอกว่า ตามแนวชายแดน ระยะทาง 342 กิโลเมตร ตั้งแต่ซ้ายสุดบริเวณดอยสามเส้า รอยต่อระหว่างอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กับอ.แม่จัน จ.เชียงรายจนถึงขวาสุด
 ดอยห้วยน้ำลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา มีช่องทางและท่าข้ามยาเสพติดและสื่งผิดกฏหมายต่างๆ สามารถลักลอบผ่านเข้ามายังประเทศไทยได้ จำนวน 164 ช่องทาง ซึ่งทางฝ่ายไทยได้วางมาตราการใช้เครื่องกีดขวางลวดหนาม (หีบเพลงแบบใบมีด) เป็นมาตราการเสริมในการสกัดกั้น
            "รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3" บอกอีกว่า การวางเครื่องกีดขวางลวดหนาม (หีบเพลงแบบใบมีด) ตามแนวชายแดนได้เริ่มการดำเนินงานตั้งแต่ 21 ธ.ค. 54 ถึงปัจจุบัน สรุปจำนวนทั้งสิ้น 100 จุด คิดเป็นระยะทาง 15,281 เมตร ใช้ลวดหนาม 2,876 ขด และยังมีแผนที่จะวางเพิ่มเติมอีกในอ.แม่สาย จำนวน 3 จุด และอ.แม่ฟ้าหลวง 2 จุด คิดเป็นระยะทางรวม 1,700 เมตร จากมาตรการดังกล่าวทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายต่างๆ ทำการลักลอบเข้ามาได้ยากขึ้น และยังมีการวางกำลังทหารตามช่องโหว่ เนื่องจากยัง
 มีผู้ที่พยายามหาช่องทางอื่นๆ ที่ผ่านมามีสถิติการจับกุมเพิ่มมากขึ้นอันเป็นผลมาจากมาตรการวางลวดหนาม
          "วิชัย ไชยมงคล"  ผอ.สำนักงานป.ป.ส.ภาค 5 บอกว่า ก่อนหน้านี้ ได้ติดตามเรื่องการวางรั้วลวดหนามตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันขบวนการค้ายาเสพติดใช้เส้นทางธรรมชาติลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ สืบเนื่องจากมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านตามนโยบายของ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรีที่
มอบหมายให้กองทัพและสำนักงานป.ป.ส.วางลวดหนามในเส้นทางธรรมชาติตามแนวชายแดนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ขบวนการค้ายาเสพติดใช้เป็นทางผ่านได้ ซึ่งที่ผ่านมาในส่วนที่วางลวดหนามสามารถสกัดได้ถึงร้อยละ 80  และได้เน้นย้ำให้วางเพิ่มตามการข่าวในจุดเน้นหนักที่ผาหมี ผาฮี้ ป่าขาง บ้านม้งแปดหลัง บ้านม้งเก้าหลัง และบริเวณน้ำสาย โดยขอ
 ให้วางสองชั้นเพื่อกันไม่ให้มีการส่งผ่านได้ด้วย และพบว่าที่ผ่านมาการวางลวดหนามส่งผลให้ขบวนการค้ายาเสพติดไม่สามารถใช้ช่องทางธรรมชาติบริเวณที่วางลวดหนามได้ ต้องเปลี่ยนไปใช้ช่องทางอื่นแทน ซึ่งสถานการณ์ยาเสพติดภาคเหนือ จริงๆแล้วเป็นพื้นที่ซึ่งปลอดภัยที่สุด เพียงแต่ว่าการขบวนการยาเสพติดใช้เป็นทางผ่าน ทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถสกัดจับได้บ่อยครั้ง จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่รุนแรง
        "วิตถวัลย์ สุนทรขจิต" รองเลขาธิการป.ป.ส. บอกว่า สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจ.เชียงราย ยังคง
 ต้องดูแลใกล้ชิด เพราะพื้นที่ตรงจุดนี้ไม่สามารถปลอยปะละเลยได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้มแข็งดีอยู่แล้ว แต่ต้องให้กำลังใจและต้องทำต่อเนื่อง เพราะยังมีชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มยังต้องการหาเงินมาซื้ออาวุธ จึงต้องเร่งผลิตยาเสพติด แต่เดิมบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ยังมีปัญหาการลักลอบปลูกฝิ่นเพื่อนำไปผลิตเฮโลอีน หลังจากทางไทยโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้นำแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนโดยแนะนำให้หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างพอเพียง
         "รองเลขาธิการป.ป.ส." บอกด้วยว่า มาตราการการสกัดกั้น
 ยาเสพติดทั้งทางบกและทางน้ำ ตามแผนที่ร่วมมือกันทั้ง 4 ประเทศ คือไทย จีน พม่า และลาว ดำเนินการอยู่เชื่อว่าจะป้องกันการลักลอบการขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการประสานงานระหว่างประเทศโดยเฉพาะพม่าที่มีชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม ทางการพม่าได้ดำเนินการให้ลดปัญหายาเสพติดได้ผลเป็นอย่างมาก แต่ยังมีชนกลุ่มน้อยจำนวนหนึ่งที่ยังค้าและผลิตเพื่อแลกอาวุธและรถยนต์ที่มีระบบพิกัดดาวเทียม หรือ จีพีอาร์เอส และเรดาร์เพื่อนำไปแยกชิ้นส่วนใช้ประโยชน์ในการก่อความไม่สงบ
          
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" หลังจากการตรวจเยี่ยมมาตรการการวางลวดหนามตามแนวชายแดนแล้ว "รองเลขาธิการป.ป.ส." พร้อมคณะคณะได้ลงเรือตรวจการตามแนวลำแม่โขงจากบริเวณบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อตรวจความพร้อมตามมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวแม่น้ำโขงในพื้นที่ "สามเหลี่ยมททองคำ" ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน 3 ประเทศซึ่งมีไทย ลาว และพม่า     หลังจากการประชุมอาเซียนเมื่อต้นเดือนก.ย.55 มีมติร่วมกัน 4 ประเทศจัดกำลังลาดตะเวนในแม่น้ำโขงเพื่อป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฏหมายเบื้องต้นกำหนดให้จัดกำลังแต่ละประเทศทำงานร่วมกันในการออกตรวจตามเส้นทางแม่น้ำตั้งแต่ประเทศจีนจนถึงเขตแดนไทย และการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของไทยในปี 2558 ปัญหายาเสพติด จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังขบวนการค้ายาเสพติดที่แฝงเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้...!!!
                            นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น