วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ตลาดโรงเกลือ มนต์เสน่ห์สระแก้ว

         "ะลอนตามอำเภอใจ"-หากเอ่ยถึง "ตลาดโรงเกลือ" น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก สำหรับตลาดชายแดนบ้านคลองลึก แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา
        เพราะถือเป็นตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออก ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่สำคัญ "ตลาดโรงเกลือ" ยังถือเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ปลีก-ส่ง สินค้ามือสองที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวนับพัน นับหมื่นคนมาจับจ่ายสินค้าแบรนด์เนม ทั้งของจริง ของปลอม ราคาถูก คุณภาพดี ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก หรือแม้แต่สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ชนิดต่างๆ กันอย่างล้นหลาม ที่ผมบอกเช่นนี้ เพราะมา "ตลาดโรงเกลือ" ทีไรถูกหลอกขายแว่นตากันแดดปลอม ทุกครั้งไป
       ปัจจุบัน "ตลาดโรงเกลือ" แม้จะมีการปรับปรุงด้านความสะอาด
 รวมถึงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวเดินจับจ่ายสินค้าได้อย่างสบายใจ แล้วก็ตาม แต่มนต์เสน่ห์ของ "ตลาดโรงเกลือ" ถ้าเดินจับจ่ายซื้อสินตามถนน ตรอก ซอกซอย แล้วไม่เจอฝุ่น อาจจะดูแล้วเหมือนว่ายังมาไม่ถึง "ตลาดโรงเกลือ" ว่าจริงมั้ยครับ ภายในบริเวณตลาดโรงเกลือ ยังมีศูนย์การค้าในร่ม สร้างใหม่ ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "โกลเด้น เกต พลาซ่า" หรือตลาดมิตรภาพชายแดน เป็นศูนย์รวมสินค้านานาชนิด ภายใต้การจัดระเบียบที่ดี ง่ายต่อการเดินเลือกซื้อสินค้า เนื่องจากร้านค้าในพลาซ่านั้นจัดเรียง
 อย่างเป็นหมวดหมู่อยู่ภายในตลาดที่มีหลังคากันแดดกันฝน
        แต่ถ้าหากเดินช้อปปิ้งกันไม่ไหว เกิดเมื่อขากันขึ้นมา ผมขอแนะนำว่า "ตลาดโรงเกลือ" ที่นี่เค้ามีบริการให้เช่ารถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถลาก และรถกอล์ฟ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้บริการ ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่มาเลือกซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้เอง และผู้ประกอบการรายย่อย ที่มาเลือกซื้อสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายต่อในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าที่ "ตลาดโรงเกลือ" บางครั้งอาจสงสัยว่า
 ผู้ประกอบการที่ค้าขาย ใน "ตลาดโรงเกลือ" มีคนไทยมากน้อยแค่ไหนกัน เพราะเห็นแต่คนกัมพูชา เต็มไปหมด จริงๆแล้ว ที่ "ตลาดโรงเกลือ" แห่งนี้ มีผู้ประกอบการคนไทยประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เห็นจะได้ นอกนั้น ส่วนมากเป็นชาวเขมรเชื้อสายจีน และเวียดนาม เสียส่วนใหญ่ ขณะที่ลูกจ้างขายของตามร้านต่างๆ คนเขมรเข้ายึดครองหมดแล้วครับ
        สำหรับสีสันของการค้าขายที่นี่ คงอยู่ที่ความหลากหลายของสินค้า ที่จำหน่ายทั้งในแบบปลีกและส่ง ส่วนผู้ซื้อผู้ขายสามารถเจรจาต่อรองราคากันได้จนกว่าจะเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย เรียกได้ว่าคนซื้อเองก็
ต้องมีชั้นเชิงในการต่อรองราคา ถ้าอยากได้ของดีราคา หรือของปลอมก็ว่ากันไป เพราะถ้าไม่มีชั้นเชิง หากซื้อของกลับบ้านไปอาจจะบ่น 7 วันไม่เลิกว่าเสียค่าโง่เสียแล้วงานนี้555...เหมือนอย่างผมที่เสียค่าโง่ซ้ำแล้วซ้ำอีกเวลาแวะเวียนมาที่ "ตลาดโรงเกลือ" ทุกครั้งเฮ่อๆๆ
        "ตลาดโรงเกลือ" ในปัจจุบันนอกจากจะกลายเป็นแหล่งขายสินค้าทั่วไปแล้ว เพราะมีสินค้าขายกันตั้งแต่สากกะเบือ (ไม้ตีพริก) ยันเรือรบ ไม่ต่างกลับตลาดนัดจตุจักร ที่กรุงเทพฯ สินค้าราคาถูกๆจากจีนแดง มีวางขายเกลื่อน ส่วนประเภทของบริจาค ที่เคยในอดีต ที่เคยฮือฮาคงต้องค่อยๆมองหาและเลือกหากันเอาเอง คนซื้อก็ต้องพิจารณากันหน่อย ของดี ของบริจาค ของปลอมย้อมแมว มีครบทุกประเภท หากใครมาเที่ยวและตั้งใจซื้อของเฉพาะอย่าง ก็ควรต้องสอบถามให้ชัดเจนว่าอยู่ตรงไหน อาคารไหน เพราะที่นี่ใหญ่โตกว่าตลาดนัดจตุจักร
ประมาณ 3 - 4 เท่า ประเภทเดินไปเรื่อยๆ รับรองว่าขาลากแน่ เพราะทั้งร้อน ทั้งกว้างขวางใหญ่โต
     ที่สำคัญ ใครเคยมาเที่ยว "ตลาดโรงเกลือ" ในสมัยแรกๆ พอมาวันนี้อาจจะงงๆว่า "ตลาดโรงเกลือ" เปลี่ยนไปแล้วอย่างเหลือเชื่อ ทั้งสถานที่และสินค้าที่นำมาวางขาย จากที่เคยบอกว่าเป็นของบริจาคที่ส่งมาช่วยเขมรในฐานะเป็นประเทศยากจน
 แต่คนเขมรกลับนำของที่ชาติตะวันตกส่งมาช่วยเหลือ แอบลักลอบขายตามแนวชายแดนไทย รองเท้า คู่ละตั้งแต่ 99 บาทจนถึง  350 บาท ที่เห็นขายกันทุกหัวระแหงในบ้านเรา ก็มาจาก "ตลาดโรงเกลือ" แทบทั้งสิ้น
           ทริปนี้ผมเดิน "ตลาดโรงเกลือ" จนเหนื่อยล้าพอสมควร พยายามจะสอดส่องทุกซอกซอย ว่ามีขบวนการกองทัพมด ขนผ้าเถื่อนข้ามแดน อยู่ตรงไหนบ้าง...ล้อเล่น55 เหลือบไปเห็นไอศกรีม ที่ชาวเขมรเข็นรถขายใน "ตลาดโรงเกลือ" สีสันน่ากิน แถมใส่ขนมปังอันใหญ่ๆ คิดอยู่ในใจ ถ้ากินหมดอันคงมีจุกแน่ๆ โอ่โหกัดเข้าไปคำแรก คิดอยู่ในใจ มันเอาขนมปัง หรือเอาอิฐบล็อก มาใส่ไอศกรีมให้เรากิน ว่ะเนี่ย แข็งมากขนมปังของเค้า ไม่เหมือนที่กรุงเทพฯ อ่อนนุ่มกว่าเยอะเลย หรืออาจจะเป็นสูตรประจำท้องถิ่น แต่ไม่เป็นไรผมพยายามคิดว่าเป็นขนมปังกรอบชนิดแข็งมาก อาจเป็นสูตรเฉพาะของเค้าก็ถือเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ "ตลาดโรงเกลือ" แห่งนี้ครับ
              ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" บ่นกันมาเสียยาวเหยียด ถ้ามาที่จังหวัดสระแก้ว แล้วไม่แนะนำร้านอาหารอร่อยๆ เอาภาพมาโชว์กัน เดี๋ยวก็จะมีแฟนๆส่วนหนึ่งที่ชอบเหลือเกินเวลาผมไปตะลอนฯที่ไหนอยากให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบ้างล่ะ ร้านอาหารบ้างล่ะ ส่วนแฟนๆอีกกลุ่มก็ชอบเหลือเกินที่อยากจะให้ผมไปตะลอนฯอะไรที่มันโหดๆ บอกตามตรงหนักใจเวลาตอนถ่ายรูปนี่ซิ ต้องถ่ายรูปเอง จดรายเอียดชงเองเสร็จสรรพ โอ้กรรมจริงๆ ยิ่งช่วงไหนมีวินาทีตื่นเต้นด้วยแล้ว ก็ถือว่ากรรมยกกำลังสองก็ว่าได้
             ใครที่ชอบเต้าข่าวในเหลือบ ในรู คนเหล่านี้จะนึกภาพไม่ค่อยออกหรอก ว่าพวกที่เค้าอยู่ภาคสนามน่ะเค้าเผชิญอะไรกันบ้างว่าจริงมั้ยอ่ะ เอาล่ะบ่นกันมากเดี๋ยวจะรำคาญกันเฮ่อๆๆ  เอาล่ะมาที่ "เจ๊เง็ก อาหารเวียดนาม" ย่านถนนสุวรรณศร อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เป็นร้านอาหารที่ผมมีโอกาสแวะเวียนในทริปนี้ แล้วนำภาพอาหารมาฝากกัน ภายในร้านมีหลากหลายโซนถูกแบ่งไว้เป็นสัดส่วนอย่างลงตัว เมนูอาหาร อาทิ แหนมเนือง บั้นหอย ข้าวเกรียบปากหม้อ ก๊าจ๋า ทอดมันปลากรายเวียดนาม  และไก่ทอด สูตรเฉพาะของที่นี่  เสริฟคู่กับ ข้าวเหนียวดำ และอื่นๆอีกเพียบ วันนี้ลากันไปก่อนครับ...!!!
                                                        นวย  เมืองธน

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ดีเอสไอลุยสางปัญหาขยะภูเขาทำเดือดร้อน

           "ะลอนตามอำเภอใจ"-ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย มีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรจำนวนมาก  และมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้แทน โดยก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากขึ้น
           สำหรับปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย หลักๆก็คงจะได้แก่ ปัญหาคุณภาพและการกระจายตัวของประชากร ปัญหาการเสื่อมโทรมของดิน ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าหรือบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่เกิดจากการทำเมืองแร่ การระบายน้ำเสียลงสู่ทะเล
       ปัญหาความเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำจืดที่เกิดจากการทำลายป่าเพื่อการเกษตร การขยายตัวของชุมชนและเมืองต่างๆที่ก่อให้เกิดปัญหาแหล่งน้ำเสื่อมคุณภาพ ปัญหาสารพิษตกค้างในอาหารและสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้สารพิษกำจัดแมลงทางการเกษตร ปัญหามลพิษทางน้ำ ทางอากาศ ที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนเมืองใหญ่ และสุดท้าย คือ ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นตามเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น สุรินทร์  ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง สมุทรสาคร และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

          ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นตามเมืองใหญ่นั้น ถือเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังวิตกว่า จังหวัดของตัวเองนั้นจะกลายเป็นปัญหาขยะล้นเมือง ซึ่งบางจังหวัดก็ล้นเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ คือ ที่ทิ้งขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มักจะทำลายสิ่งแวดล้อมพื้นที่ใกล้เคียง สร้างความเดือดร้อน และความเสียหายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ จนนำมาสู่การร้องเรียนมากมาย ทั้งในอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน
         แน่นอนครับว่าผมหยิบยกเรื่องขยะมากล่าวถึง เพราะช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีโอกาสร่วมเดินทางไป
 กับคณะเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อลงพื้นที่ติดตามปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน จากกองขยะในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่มีปริมาณสะสมมากกว่า 3 แสนตัน กองสูงเป็นภูเขาเท่าตึก 8 ชั้น อยู่กลางทุ่งนาในพื้นที่กว่า 30 ไร่ บริเวณหมู่ 8 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากถนนสายอยุธยา-เสนา ประมาณ 1 กิโลเมตร ห่างจากทุ่งมะขามหย่อง สถานที่ประวัติศาสตร์ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายหลังจากชาวบ้านหมู่ 8 และหมู่ 11 และอีกหลายหมู่บ้านในพื้นที่ต.บ้านป้อม
    ได้ร้องเรียนมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงปัญหากองขยะดังกล่าว ที่สร้างความเดือดร้อน ส่งกลิ่นเหม็น ทำน้ำเน่าเสีย พืชทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ที่สำคัญเกรงว่ามลพิษดังกล่าวจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้าน
         ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
     ถือเป็นสถานที่ซึ่ง "พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว" ผบ.สำนักคดีความมั่นคง พ.ต.ท.ทศพร ณ หนองคาย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ และคณะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้ใช้เป็นสถานที่ เพื่อประชุมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง  อาทิ "มานพ บุญแจ่ม" นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กรมควบคุมมลพิษ "เพชรราวุธ ชูอำนาจ" นายกอบต.บ้านป้อม"ปรีชา ขันธไพรศรี" รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากกองขยะดังกล่าว ถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น    
        "เพชรราวุธ ชูอำนาจ" นายกอบต.บ้านป้อม บอกว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่าแหล่งทิ้งขยะดังกล่าว เกิดกลิ่นเหม็นและอาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงได้แจ้งทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยทางทางเทศบาลฯรับปากจะดูแลแก้ไข และจะใช้วิธีเปลี่ยนจากขยะเป็นพลังงาน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ สำหรับพื้นที่ตรงนี้ ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้ซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ทิ้งขยะ
       "ปรีชา ขันธไพรศรี" รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา บอกว่า ปัจจุบัน อบต. เทศบาลต่างๆ ในจังหวัดได้นำขยะมา
 ทิ้งรวมด้วย รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มจำนวนมาก ส่วนกองขยะที่ปากทางเข้านั้นเป็นขยะหลังจากน้ำท่วมรถบรรทุกขยะเข้าไปทิ้งด้านในไม่ได้จึงได้กองไว้ริมถนนสายอยุธยา-เสนา ทางเทศบาลฯได้เร่งกำจัดขนย้ายเกือบหมดแล้ว ที่เหลือแทบเป็นดินแล้ว
           ขณะที่ชาวบ้านป้อมที่ได้รับผลกระทบจากกองขยะ บอกว่า นอกจากได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นของกองขยะมาอย่างยาวนานแล้ว และน้ำจากองขยะไหลลงบริเวณที่นาของชาวบ้าน ทำนาปลูกข้าวไม่ได้  ส่วนพื้นที่นาของเพื่อนบ้าน เกือบทั้งทุ่ง ลามไปถึง ต.บ้านกลึง
อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ข้าวจะเติบโตช้า และออกรวงไม่ได้ตามที่กำหนด จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
    "พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว"  ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ บอกว่า กรณีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน เรื่องนี้คงต้อง
        หาลือกันหลายหน่วยงาน ซึ่งกองขยะดังกล่าวอยู่ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ มีขยะประมาณ 3 แสนตัน ตั้งอยู่บริเวณกลางทุ่ง ติดกับทางสาธารณะ ซึ่งจาก


การบินสำรวจพบว่ามีน้ำจากขยะกระจายเป็นวงกว้าง และชาวบ้านเดือดร้อนมากจากเรื่องกลิ่นเหม็น แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลแก้ไขเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังมีความกังวลอยู่ ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ได้ประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อมาตรวจขยะ และตรวจดูน้ำที่มีการแพร่กระจายจากกองขยะว่าเข้าข่ายตามกฎหมายใดที่ต้องดำเนินการหรือไม่
         "พ.ต.ท.พงศ์อินทร์" บอกอีกว่า เนื่องจากกองขยะดังกล่าว ยังอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆหลายแห่ง อาทิ อนุเสาวรีย์พระสุริโยทัย อนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช
 ทุ่งมะขามหย่อง พระราชวังบางปะอิน และศูนย์ศิลปะชีพบางไทร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในเรื่องของการแพร่กระจายของขยะ และในระยาวคงต้องมีการกำจัดขยะตตรงนี้อย่างเป็นรูปธรรม ดำเนินการให้เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน
      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "ผบ.สำนักคดีความมั่นคง" บอกว่า ในส่วนที่ดีเอสไอห่วงใยเป็นกรณีพิเศษ เพราะเนื่องจากจ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ใกล้กับนิคมอุสาหกรรมหลายแห่ง เป็นเมืองที่มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรม

       ทางดีเอสไอมีความกังวลว่าอาจจะมีการลักลอบนำสารเคมี หรือวัตถุอันตรายมาทิ้งเหมืองอย่างจ.ฉะเชิงเทรา หรือจังหวัดที่มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมจึงได้ประสานกับกรมควบคุมมลพิษเข้ามาตรวจน้ำที่เกิดจากการชะล้าง และเก็บตัวอย่างกองขยะเพื่อมาตรวจ และหากดีเอสไอตรวจพบกากอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุอันตรายก็จะหาตัวผู้กระทำความผิดเพื่อนำไปสู่คดีพิเศษต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบ 2 สัปดาห์...!!!
                นวย เมืองธน



วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ปปส.หนุนหมู่บ้านเข้มแข็ง บ้านศรีดอนมูลปลอดยาเสพติด

        "ะลอนตามอำเภอใจ"-ภัยพิบัติอันเกิดจากยาเสพติด นับเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศและนับวันมีแต่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิกฤติดังกล่าว
 เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถฯ ซึ่งเป็น พ่อ และแม่ของแผ่นดิน ทรงมีพระปริวิตกและทรงเรียกร้องให้พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะวิกฤติปัญหานี้ ในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้านี้
        จากการที่ทรงเล็งเห็นภัยพิบัติของปัญหายาเสพติด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เริ่มโครงการ หลวงเมื่อ ปี พ.ศ.2512 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 ได้จดทะเบียน
 เป็นมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งเป็นพระบรมราโชบายที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การพัฒนาชาวเขาให้อยู่อาศัยและทำมาหากินเป็นหลักแหล่ง เลิกการทำลายป่าและเลิกการปลูกฝิ่น ความสำเร็จของโครงการหลวง ได้เป็นที่ยอมรับและรู้จักแพร่หลายในนานาประเทศ
        ด้วยความห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องเผชิญกับวิกฤติยาเสพติดและเพื่อเป็นกำลังใจต่อกลุ่มมวลชนพลังแผ่นดินที่อาสาต่อสู้กับภัยยาเสพติด ในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จทรงงานเยี่ยมราษฏรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านมาทาง
เลขาธิการ ป.ป.ส.หลายท่าน โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้นำไปใช้เป็นประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายา เสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน
         การเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน จึงมีเพียงหนทางเดียว คือต้องน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทานมาใช้อย่างกว้างขวางทั้งประเทศ  เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสังคม จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาโดยมิติทางสังคมทั้งระบบได้แก่ปัญหาความยากจน ปัญหาความอ่อนแอของวัฒนธรรมที่ดีงาม ปัญหาความอ่อนแอของปัจเจกบุคคล ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ ภายหลังการประกาศชัยชนะเหนือสงครามยาเสพติด
 การดำรงสถานะเช่นนี้ให้ได้อย่างถาวร จึงต้องมีการกำหนดงานยาเสพติดผนวกเข้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นหลักที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นหลักชัยนำทางมาโดยตลอดผ่านโครงการพระราชดำริที่เกี่ยวกับการพัฒนาต่างๆ ต่อมา พ.ศ.2547 จึงได้มีการพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นครั้งแรกของประเทศ
          ผมหยิบยกเรื่องราวของ "กองทุนแม่ของแผ่นดิน" มากล่าวถึงเพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ติดตามผลการดำเนินงาน
 ปฏิบัติการ 1 ปี วาระแห่งชาติพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดูภารกิจการดำเนินงานของหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน บ้านศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อไม่นานเท่าไหร่
          "กิตชนพงศ์ อินต๊ะมูล"  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านศรีดอนมูล ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน บ้านศรีดอนมูล เล่าว่า "บ้านศรีดอนมูล" ได้รับเลือกให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่าง ของกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งสามารถดำเนินการทำได้ครบองค์ประกอบ 3 ด้าน ตามปรัชญากองทุนแม่
ประกอบด้วยทุนที่ได้รับพระราชทาน ทุนต่อยอดจากทุนพระราชทาน และทุนปัญญาที่ทุกคนในชุมชนได้ช่วยเหลือกันและกัน หมู่บ้านศรีดอนมูล มีประชากร 806 คน 251 ครัวเรือน ภายหลังได้รับเงินพระราชทาน จำนวน 8,000 บาท และจัดตั้งกองทุน เมื่อปี 2548 ได้รับแรงศรัทธาจากชาวบ้าน ช่วยบริจาคเงินสมทบกองทุน เพื่อนำไปแก้ปัญหายาเสพติด และมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนมีความร่วมมือกับกิจกรรมของหมู่บ้าน จึงทำให้ประสบความสำเร็จ
 จนปัจจุบันมีเงินในกองทุนดังกล่าว 184,000 บาท
         "ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 " เล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ บ้านศรีดอนมูลเคยมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าอย่างหนัก จนมีการจัดตั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินขึ้นในพื้นที่ สถานการณ์ยาเสพติดจึงคลี่คลายลง เพราะความร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับสมาชิกในหมู่บ้าน โดยเฉพาะการสร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชน ค่าช่วยเหลือในการทำศพแก่สมาชิกหมู่บ้าน รวมถึงกิจกรรมทุกประเภทที่ช่วยสร้างความสามัคคีสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และยังเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่จะเป็นมาตรการทางสังคมที่จะกดดันไม่ให้คนในหมู่บ้านยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
           "วิตถวัลย์ สุนทรขจิต" รองเลขาธิการ ป.ป.ส. บอกว่า "บ้านศรีดอนมูล" นับเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการสร้างความเข้มแข็งเพื่อเอาชนะยาเสพติดได้เป็นอย่างดี และเป็นหมู่บ้านดีเด่นระดับภาคปี 2520 และเป็นหมู่บ้าน 1 ใน 12,889 หมู่บ้านที่สำนักงาน ป.ป.ส.จัดตั้งเป็นหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินในการร่วมกันต่อต้านยาเสพติด ยึดหลักให้ชุมชนควบคุมดูแลกันเอง และการดำเนินการก็ได้
ผลเป็นอย่างดี ซึ่ง "บ้านศรีดอนมูล"  ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงเพราะเป็นเส้นทางผ่านของยาเสพติด แต่ชาวบ้านเข้มแข็งร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านยาเสพติดอย่างเต็มที่ 2-3 ปีมานี้แทบไม่พบว่ามีใครในหมู่บ้านพัวพันยาเสพติด หากทุกชุมชนสามารถทำได้เหมือน "บ้านศรีดอนมูล" และการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศ
 จะหมดไปอย่างแน่นอน
          "รองเลขาธิการ ป.ป.ส." บอกอีกว่า การเฝ้าระวัง ถือเป็นกิจกรรมแรก ที่ทางสำนักงานป.ป.ส.อยากให้ชาวบ้านช่วยกัน  คือจัดชุดเฝ้าระวังหมู่บ้านขึ้นมา ก็เหมือนกับกรรมการหมู่บ้าน ที่จะคอยดูว่ามีใครแปลกปลอมเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ มาใช้พื้นที่หมู่บ้านค้ายาเสพติด หรือมาส่งยาเสพติดหรือเปล่า ในหมู่บ้านมีแหล่งมั่วสุมมั้ย โดยชาวบ้านจะเอาเงินมาลงขันกัน เป็นค่าอาหาร ส่วนทางป.ป.ส.เองก็สนับสนุนบ้างเป็นปัจจัยเสริม ส่วนบทบาทในการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านนั้น เมื่อชาวบ้านเกิดขวัญและกำลังใจ
 ก็กล้าที่จะทำมาหากินในประกอบอาชีพต่างๆ ทางป.ป.ส.เองก็จะเป็นคนกลางในการประสานหน่วยงานต่างๆเพื่อมาเชื่อมโยงกับชาวบ้าน เช่น การรวมกลุ่มทำการเกษตรของชาวบ้าน และการทำอาชีพต่างๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลชาวบ้าน
          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันที่ผมได้แวะเวียน "บ้านศรีดอนมูล" ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่น โดยเฉพาะอาหารหลากหลาย ที่ชาวบ้านนำขายนานาชนิด ภายในบริเวณที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลศรีดอนมูล กาดอบต. "กาดพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง" และงานฝีมือหัตถกรรม
 ต่างๆของกลุ่มแม่บ้านผู้สูงอายุ ภูมิปัญญาล้านนา ถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่นี่ จนกระทั่ง "บ้านศรีดอนมูล" เป็นหมู่บ้านตัว อย่างหมู่บ้านหนึ่ง ที่เข้มแข็งในการเอาชนะยาเสพติด และถูกกล่าวขานจนถึงทุกวันนี้...!!!
                                                           นวย เมืองธน
*******************************************