วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

ลุยทุจริตบางภาษี ลือเรื่องตลาดโบราณ 100 ปี

            ะลอนตามอำเภอใจ-สำหรับต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม นอกจากจะมี ตลาดโบราณ 100 ปี รางกระทุ่ม ริมแนวคลองพระพิมลและคลองบางภาษี ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน ห่างจากตัวอำเภอบางเลนประมาณ 5 กิโลเมตร 
             ถือได้ว่าเป็นแหล่งวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นตลาดริมน้ำแบบดั้งเดิม สามารถสัมผัสบรรยากาศของบ้านเรือนไม้เก่า หรือวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีการค้าขายสินค้าท้องถิ่นแบบดั้งเดิม เช่น ร้านขายกาแฟโบราณ เป็ดพะโล้ ขนมครกโบราณ หมี่กรอบโบราณ ขนมทองม้วนมิ่ม และมีบ้านโบราณ (ร้านบังเอิญพาณิชย์) อยู่ในตลาดรางกระทุ่ม มีอุปกรณ์การค้าขายของแบบโบราณที่ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดี เช่น การขายกาแฟโบราณ การทำขนมแต่งงาน เครื่องพิมพ์ขนมโก๋ เครื่องพิมพ์ขนมกวางตุ้งเครื่องพิมพ์ถั่ว และเครื่องเล่นเพลง เป็นต้น ตลาดโบราณเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
             ส่วนร้านอาหารอร่อยๆในพื้นที่ต.บางภาษี ที่ถูกกล่าวขานมานาน ก็คงจะหนีไม่พ้น "ร้านสมชัย เป็ดพะโล้  (โกเท้)" ปากทางเข้าวัดเวฬุวราราม ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งถือกำเนิดมาจากครอบครัวคนจีน เล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง ตลอดระยะเวลากว่า 80 ปี จากรุ่นสู่รุ่น แรกเริ่มได้ประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเรือเป็ดพะโล้ตามคลองต่างๆ ในย่าน ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยได้สูตรต้มเป็ดพะโล้มาจากเมืองจีน จากก๋วยเตี๋ยวเรือลำแรก ขยายเพิ่มจนเป็น 3 ลำ ต่อมาได้เปิดเป็นร้านขาย อาหารตามสั่งและเป็ดพะโล้ โดยมีชื่อร้านว่า "สมชัย เป็ดพะโล้ (โกเท้)"
 

         "บางภาษี" ช่วงปลายปี2554 ที่ผ่านมา เป็นอีกพื้นที่หนึ่งของจ.นครปฐม ที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมสูง และจากน้ำท่วมดังกล่าวส่งผล ให้ ไร่ นา บ้านเรือนประชานในต.บางภาษี ได้รับความเสียหาย รวมถึงสาธารณูปโภค สะพาน ถนน เกิดความเสียหาย ส่งผลกระทบทำให้ชาวต.บางภาษีได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
         "ตะลอนตามอำเภอใจ" หยิบยกเรื่องราวของต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม มากล่าวถึง เพราะช่วงปลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา ( 14 ก.ย.) มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ"

          ดูภารกิจของสำนักงาน
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม ในการลงพื้นที่ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งการซ่อมแซมถนน และซ่อมแซมสะพานไม้หลายแห่งของอบต.บางภาษี วงเงินงบประมาณกว่า 83 ล้านบาท โดยเป็นการปรับปรุงซ่อมแซมถนนและประปา 46 โครงการ งบประมาณ 82 ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่เหลืออีกกว่า 1,800,000 บาท ใช้ในการซ่อมสะพานไม้ ในโครงการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย ของรัฐบาล
  
     ภายหลังจากชาวบ้านต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายอำเภอบางเลน จ.นครปฐม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผอ.สำนักงานป.ป.ท.เขต 7 นครปฐม  ผอ.สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 3 นครปฐม ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการป.ป.ช.เขตพื้นที่ 7 นครปฐม
 และผอ.สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ว่า มีการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณทั้งการซ่อมแซมถนน และซ่อมแซมสะพานไม้หลายแห่งของอบต.บางภาษีดังกล่าว
         "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ" เลขาธิการสำนักงานป.ป.ท. บอกว่าภายหลังนำเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.เข้าตรวจสอบพื้นที่ต.บางภาษี ในโครงการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย โดยมีการตรวจสอบการสร้างสะพานและถนน 11 โครงการ ที่ชาวบ้านร้องเรียนและพบมีการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตราฐานคุณภาพต่ำว่า จากการตรวจสอบพบการซ่อม
 แซมสะพานซึ่งไม่มีการรื้อสะพานเก่า แต่นำไม้มาปะซ่อมแซมด้านล่างและคอสะพาน ส่วนบริเวณราวสะพานไม่มีการซ่อมแซมมีสภาพผุพัง ขณะที่การซ่อมแซมถนนเลียบคลองวัดรางกระทุ่ม ฝั่งตะวันตก ความยาวประมาณ 1.5 ก.ม.ใช้งบประมาณซ่อมแซม 3 ล้านบาท พบว่ามีการเบิกเงินงบประมาณไปครบแล้ว แต่ถนนยังมีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อเกือบตลอดเส้นทาง ซึ่งทางป.ป.ท.จะตรวจสอบเอกสารว่า มีเจ้าหน้าที่คนใดเกี่ยวข้องบ้าง
          "เลขาธิการสำนักป.ป.ท."บอกด้วยว่า จากการตรวจสอบสันนิษฐานว่าผู้รับเหมายังไม่ซ่อม
แซมโครงสร้างพื้นฐานให้แล้วเสร็จ อาจมีเหตุผลว่าจะรอให้น้ำท่วมอีกครั้งแล้วค่อยซ่อมแซมให้เสร็จรอบเดียว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และจะต้องมีการตรวจสอบเอกสารทีโออาร์ ว่าการว่าจ้างผู้รับเหมาดำเนินการถูกต้องตามหลักมาตรฐานตามที่กำหนดไว้หรือไม่
         เบื้องต้นพบว่าเอกสารชี้แจงมีตัวเลขงบจัดซื้อวัสดุที่ราคาค่อนข้างสูง หากพบว่ามีมูลกระทำความผิดก็จะเร่งนำเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้าสู่ชั้นอนุกรรมการไต่สวนภายใน 2 สัปดาห์
         "ประยงค์ ปรียาจิตต์" รองเลขาธิการ ป.ป.ท. บอกว่า การดำเนินงานปัญหาโครงการงบฟื้นฟู เยียวยา และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ขอให้แจ้งข่าวหรือประสานงานมาที่ป.ป.ท. ตนจะรับมาดำเนินการต่อและลงไปตรวจสอบทันที ที่ผ่านมาของเก่าก็ยังไม่เรียบร้อย ถ้าอุทกภัยใหม่มาก็จะกลายเป็น
 ปัญหาดินพอกหางหมู เก่าก็รั่วไหลใหม่ก็รั่วไหลอีก ในที่สุดงบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ขอยืนยันว่าป.ป.ท.จะทำการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและจริงจัง


        "รองเลขาธิการ ป.ป.ท." บอกด้วยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่ต.บางภาษี ตามที่ชาวบ้านร้องการเบิกจ่ายงบประมาณในการซ่อมแซมถนน และสะพานไม้หลายแห่งของอบต.บางภาษีนั้น ทางป.ป.ท.ก็จะดูว่าเป็นไปตามที่ประชาชนร้องเรียนหรือไม่ เมื่อดูพื้นที่ก่อสร้างแล้ว ก็ต้องไปตรวจสอบสอบสัญญาว่าได้กำหนดไว้อย่างนี้หรือเปล่า
         เบื้องต้นเชื่อว่าการกำหนดในสัญญาคงไม่ได้กำหนดแค่นี้แน่นอน ปกติแล้วสัญญาของรัฐจะกำหนดทำแล้วให้สมบูรณ์ ดังเดิม ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ การซ่อมถนน และสะพาน มีการตรวจรับและเบิกเงินไปแล้ว ถนนและสะพานยังมีสภาพอย่างที่เห็น คงต้องดูว่าทางอบต.บางภาษีได้ทำตามทีโออาร์ ที่กำหนดหรือเปล่า ถ้าไม่ทำตามทีโออาร์ก็ถือว่าผิด และแม้จะทำตามทีโออาร์แล้วเกิดผิดพลาดทางเทคนิค ก็ต้องมีเหตผลชี้แจ้งได้ ซึ่งสามารถตรวจสอบจากเอกสารได้ทั้งหมดขั้นตอนจากนี้ป.ป.ท.จะนำไปสรุปและเสนอคณะกรรมการป.ป.ท.ต่อไป
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว  การเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันสาธารณภัย  และการใช้จ่ายเงินงบประมาณ
 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี 3 หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการติดตามข้อมูลและบูรณาการทำงานร่วมกัน ในการแก้ปัญหาทุจริต 3 เรื่องดังกล่าว หลังจากนี้คงต้องดูว่า จะแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน เพราะส่วนใหญ่คนที่ทุจริต ก็คือนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นหัวคะแนนของนักการเมืองระดับชาติ...!!!
                                                          นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น