วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บุกเกาะช้างต้านโกง สร้างเครือข่ายข้าราชการไทย ใจสีขาว

            "ะลอนตามอำเภอใจ"-"เกาะช้าง" เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดา 52 เกาะของบรรดาหมู่เกาะทั้งหมด ถือเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจาก "ภูเก็ต"  อาจเรียกได้ว่าเป็น "เกาะสวรรค์แห่งสุดท้ายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ก็ว่าได้ 
           เพราะเป็นสถานที่อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความเขียวขจีของธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง" จังหวัดตราด จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศนิยมแห่แหนมาเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ "เกาะช้าง" ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 330 กม. ใช้เวลาเดินทางเพียง 4 ชม. และข้ามฟากจากท่าเรือเฟอร์รี่ ประมาณ 20 นาที
            การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของเกาะช้าง ทำให้มีนักลงทุนจากภายในประเทศ และภายนอกประเทศ ต่างเดินทางมาลงทุนทำกิจการต่างๆ มากมาย ทั้งร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก เป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้เกินกว่าศักยภาพของเกาะช้างจะรองรับได้ทัน
              การจัดวางผังเมืองและโซนนิ่ง เพื่อให้ "เกาะช้าง" เติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีคุณภาพ และยั่งยืน จึงถือมีความจำเป็นในการพัฒนา "เกาะช้าง" ในอนาคต
            ด้วยเหตุที่ "เกาะช้าง" มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกขณะ ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ จึงกลายเป็นผลพวงตามมา จนนำมาสู่การทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน การบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานฯ เพื่อสร้างรีสอทร์ และนำมาสู่การร้องเรียน จนเกิดข้อพิพากขึ้นมา หลายครั้งหลายครา
          ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม เองก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรีสอร์ทหรู แห่งหนึ่งที่ถูกระบุว่า รุกพื้นที่อุทยานฯ  และมีคนของรัฐอยู่ในข่ายที่จะต้องถูกตรวจสอบว่ามีการทุจริตคอรัปชั่น ในการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หลังจากประชาชนได้ร้องเรียนมาที่สำนักงานป.ป.ท.
          ผมหยิบยกเรื่องราวของ "เกาะช้าง" มาเขียนถึง เพราะเมื่อช่วงปลายๆเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (30 มิ.ย.55) มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมงาน "โครงการสร้างเครือข่ายข้าราชการไทย ใจสีขาว" 
 ณ ห้องสวัสดีคอนแวนชั่นฮอล โรงแรมเกาะช้างแอนด์สปา อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด ซึ่งจัดโดยสำนักงานป.ป.ท. นอกจากจะมีข้าราชการ  ผู้ประกอบการภาคเอกชน ประชาชน ในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ต่างเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ภายในงานกันเป็นจำนวนมากแล้ว
        การเดินหน้า "สร้างเครือข่ายข้าราชการไทย ใจสีขาว"  ของสำนักงานป.ป.ท.ที่ "เกาะช้าง" ยังถือเป็นครั้งแรก ที่หวังให้ "ข้าราชการไทย ใจซื่อ มือสะอาด" จึงได้รับความสนใจจากประชาชนทุกหมู่เหล่า
 ในพื้นที่ "เกาะช้าง" ซึ่งเสมือนเป็นมิติ ในการสร้างความตระหนัก ถึงปัญหาการทุจริต คอรัปชั่นของบ้านเราก็ว่าได้
          "พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ" เลขาธิการ ป.ป.ท. บอกว่า ทุกวันนี้ไปที่ไหนจะพบแต่ปัญหาเรื่องของการทุจริต สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีข้าราชการเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้กระทำความผิด หรือผู้สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการโกงทรัพยากรธรรมชาติ หรือการโกงงบประมาณแผ่นดิน สำนักงานป.ป.ท. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ที่ได้ประกาศนโยบายรัฐบาลไว้ว่า จะดำเนินการต่อต้านทุจริตในภาครัฐ และความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีข้าราชการ
ในท้องถิ่น ให้ความร่วมมือในการทำงานร่วมกับทางสำนักงานป.ป.ท. และที่ขาดไม่ได้คือภาคประชาชน เพราะประชาชนจะรู้เห็นการทุจริตของเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ถึงเวลาแล้วที่ภาคประชาชนจะต้องให้ความร่วมมือ ร่วมใจกัน ที่สำคัญข้าราชการด้วยกันเอง จะร่วมมือกันขนาดไหน ทำจริงจังแค่ไหน เพราะยิ่งร่วมมือกันมาก ประชาชนก็จะเล็งเห็น และให้ความร่วมมือตอบกลับมา
       "อย่างไรก็ตามจะขาดพี่น้องสื่อมวลชนไม่
 ได้ เพราะคนที่กระทำความผิด ข้าราชการที่ทุจริต กลัวสื่อมวลชน กลัวคนอย่างพวกท่านที่ตรงไปตรงมา ที่ดึงเอาข้าราชการที่กระทำผิดเหล่านั้น ออกจากมุมมืดมาสู่ที่สว่าง นี่ไม่ใช่คำพูดของผม แต่เป็นคำพูดที่ผมนำมาจาก "ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล" เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือก "ข้าราชการไทย ใจสีขาว" ซึ่งรางวัลนี้ สำนักงานป.ป.ท. จัดมอบให้กับข้าราชการที่ทุ่มเทเสียสละในการทำงาน" 
         "พ.ต.อ.ดุษฎี" บอกด้วยว่า งานวันนี้จะสำเร็จได้มากน้อย แค่ไหน ทางป.ป.ท.จำเป็น
 ที่จะได้รับข้อมูล จำเป็นที่จะต้องได้พยาน หลักฐานเอกสารต่างๆ จำเป็นที่จะได้รับการคุ้มครอง ในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งจะต้องพึ่งพาทางจังหวัด อำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชน และอุทยานฯ  เพราะรู้ดีว่าอันไหน คือแนวเขตป่า ตรงไหนคือแนวเขตอุทยานฯ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะประกาศเจตนารมย์ร่วมกันว่าจะต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น
         "คุณประธีป จงสืบธรรม" รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดตราด และประธานเปิดงาน บอกว่า การเปิด 

 "โครงการสร้างเครือข่ายข้าราชการไทย ใจสีขาว" ถือเป็นโครงการที่เริ่มประเดิมขึ้นครั้งแรกที่เกาะช้างแห่งนี้ ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตราด พร้อมที่จะร่วมกันอยู่ในเครือข่ายนี้ ซึ่งเราควรเริ่มที่เครือข่ายภาครัฐก่อนเป็นอันดับแรก และต่อมาที่เครือข่ายภาคเอกชน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวโยงกับส่วนราชการไม่มากก็น้อย ดังนั้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนรับรู้ข้อเท็จจริง  ทางสำนักงานป.ป.ท. จึงได้ให้ความรู้ความเข้าใจ ความร่วมมือต่างๆที่ภาคประชาชนควรรู้ ก็จะเป็นประโยชน์ในการทำงานร่วมกัน ทั้งการแจ้งเบาะแส การให้ข้อมูล
อันเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
      "ในนามของส่วนราชการจังหวัดตราดขอยืนยันว่าโครงการนี้ จะได้รับความร่วมมือจากทุภาคส่วน ทั้งภาคส่วนราชการ เอกชน และประชาชน จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นที่อาจจะเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้ว ที่บ้านเกิดเมืองนอนของเราแห่งนี้ ที่สำคัญกว่านั้น ลูกหลานของเราที่มาร่วมงานใน
             วันนี้ ถือเป็นตัวแทนของภาคเยาวชนที่จะต้องมีส่วนร่วมรับรู้ ในอนาคตจะต้องมีส่วนร่วมปกป้องแผ่นดิน และผลประโยชน์ของชาติต่อไป"
             ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นอกจาก "โครงการสร้างเครือข่ายข้าราชการไทย ใจสีขาว" จะสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ประชาชนในทุกพื้นที่ ร่วมเป็นหูเป็นตา คอยสอดส่องดูแลความไม่โปร่งใสของเจ้าหน้าที่รัฐ แล้ว
              สำนักงานป.ป.ท. ยังเล็งเห็นถึงการสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในการมีส่วนร่วมแจ้งเบาะแสการทุจริต และเปิดโอกาสผู้ที่จะร่วมอาสาเป็นเครือข่ายสามารถ ลงทะเบียนผ่านช่องทาง ACEBOOK โดยกดไลค์ ใน FACEBOOK FANPAGE คนรุ่นใหม่ (เครือข่ายต่อต้านทุจริต) ได้อีกด้วย...!!!
                                                         นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น