วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

"เสียงปืน-บึ้ม"สงบ "สุไหงโก-ลก"คึกคัก

             "ะลอนตามอำเภอใจ"-การบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ในอ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ปัจจุบัน นอกจากจะทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เบาบางลง หรือไม่มีเหตุเกิดขึ้น 
               ซึ่งอ.สุไหงโก-ลก ถือเป็นแบบอย่างในการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ที่เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตามจุดต่างๆ ของอ.สุไหงโกลก ได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก ยังถือเป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง และถือเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญ เนื่องจากเป็นแนวชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย
               สำหรับอ.สุไหงโก-ลก เป็น 1 ใน 13 อำเภอของจ.นราธิวาส ถือเป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย มีอาณาเขตต่อกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย มีเนื้อที่ 139.43 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 87.149 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.11 ของพื้นที่ทั้งหมดของจ.นราธิวาส พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม  ไม่มีเทือกเขา มีป่าน้อย ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ มีลำน้ำ 3 สาย คือ คลองโต๊ะแดง คลองชลประทาน  มูโนะ แม่น้ำโก-ลกกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ภูมิอากาศเป็นแบบมรสุม 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนก.พ.
 – เดือนก.ย. และฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. – เดือนม.ค.  มี  4  ตำบล 19 หมู่บ้าน  มีประชากรทั้งสิ้น 74,794  คน แยกเป็นชาย  35,724  คน หญิง  39,070  คน   มีครัวเรือนทั้งสิ้น  21,813  ครัวเรือน  นับถือศาสนาอิสลาม  75 %  ศาสนาพุทธ  20 %  ศาสนาอื่น 5  %  ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวน  ค้าขาย   และรับจ้าง
           ย้อนกลับไปประมาณกลางเดือนกันยายน 2554 เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ และมอเตอร์ไซค์บอมบ์รวม 3 จุดที่ อ.สุไหงโก-ลก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย บาดเจ็บกว่า 40 คน เหตุการณ์
 ครั้งนั้น ถือเป็นการสูญเสีย และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ และบรรยากาศการท่องเที่ยวของอ.สุไหงโก-ลก ครั้งสำคัญ
          ต่อมาช่วงเดือนเมษายน 2555 หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เข้าปฏิบัติการตามแผน 36411 เพื่อรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ และผลจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้ ทำให้มีความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะมากขึ้น จุดตรวจ 3 จุด ซึ่งเป็นพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างอำเภอ ทั้งจาก อ.ตากใบ
 สุไหงปาดี และแว้ง มีการตรวจสอบบุคคล และยานพาหนะที่เข้าออกพื้นที่อย่างเข้มงวด รวมถึงที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก และจุดผ่อนปรน บริเวณท่าข้ามริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก
         เพื่อป้องกันการเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดี หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนในพื้นที่เขตเมือง และพื้นที่รอบนอกของ อ.สุไหงโก-ลก ก็ได้เริ่มปฏิบัติการตามแผน 36411 โดยเป็นการบูรณาการร่วมของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ และการสนับสนุนจากชุดปฏิบัติการอื่นๆ รวมกว่า 2,000 นาย เพื่อให้ครอบ
 คลุมการรักษาความปลอดภัยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยแผนดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนพิทักษ์โก-ลก 55 ที่ได้นำมาใช้ในห้วงเดือนเมษายน เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ตลอดทั้งเดือนมากถึง 6 กิจกรรม
        แม้ในห้วงเวลานั้น เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ยะลา และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะส่งผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่บ้าง แต่ในทางกลับกันกับพบว่านักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ยังคง
มีการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว
 ในอ.สุไหงโก-ลก  อย่างต่อเนื่อง โดยมีการเดินออกมารับประทานอาหารตามร้านค้าในย่านเศรษฐกิจ และใช้บริการตามสถานบันเทิงในพื้นที่กันตามปกติ
           ผมหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนถึง เพราะเมื่อเร็วๆนี้ มีโอกาสเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เยี่ยมชมภารกิจการบูรณาการร่วมของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ของเจ้าหน้าที่อส. ทหาร และตำรวจ ในการรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้อง ประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาที่ อ.สุไหงโก-ลก
        แน่นอนครับว่าคนต่างถิ่นอย่างผมเมื่อมาเยือนอ.สุไหงโก-ลก
เป็นครั้งแรก
ย่อมรู้สึกเสียวบ้างเป็นธรรมดา แต่ขณะเดียวกันก็อดชื่นชมหน่วยงานความมั่นของอ.สุไหงโก-ลก ไม่ได้ที่สามารถบูรณาการทำงานร่วมกัน จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่แห่แหนเข้ามาเที่ยว
 ในอ.สุไหงโก-ลก กันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงราตรี
           "นายกองตรีจำนัล เหมือนดำ" นายอำเภอสุไหงโก-ลก ในฐานะผบ.ร้อยอ.สุไหงโกลก บอกว่า ทางอำเภอสุไหงโก-ลก ได้จัดแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่อส. มากกว่า 300 นาย เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่างๆ พร้อมทั้งให้ให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีการท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันใจในการดูความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่ และภาคประชาชนในพื้นที่เองก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในการช่วยกันดูแล สอดส่องสิ่งผิดปกติต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การก่อเหตุร้าย และรุนแรงตามมา ส่งผลให้การเดินทางเข้า - ออก ของประชาชนทั้ง 2 ฝั่งเป็นไปด้วยดี มีทั้งการค้าขาย การท่องเที่ยว และการทำงานในพื้นที่
               "นายกองตรีจำนัล" บอกด้วยว่า จุดผ่อนปรนผ่านแดนในแต่ละเดือนมีประชาชนจากทั้ง 2 ประเทศใช้เป็นเส้นทางผ่าน
           นอกเหนือจากจุดผ่านแดนถาวร เดือนละกว่า 1 แสนคน และหากเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ จะมีประชาชนมาท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ส่งผลให้เศรษฐกิจในพื้นที่เกิดการหมุนเวียนดีขึ้น และนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันของเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ภาคประชาชน ในการร่วมกันตรวจสอบสิ่งผิดปกติ และแจ้งเบาะแสหากพบเห็นสิ่งผิดปกติทำให้ในพื้นที่อ.สุไหงโก-ลกมีความเข็มแข็งขึ้นเรื่อยๆ
         "พ.ท.วุธยา จันทมาศ"  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 บอกว่า พื้นที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 รับผิดชอบอยู่ 2 อำเภอ คืออ.สุไหงโกลก และอ.ตากใบ ในการปฎิบัติงานที่ผ่านมาได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทางอ.สุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยเหตุที่อ.สุไหงโก-ลก เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และจัดกิจกรรมมากมาย
          ตั้งแต่ต้นปี 55 ที่ผ่านมายังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงด้านความมั่นคง กำลังทั้ง 3 ฝ่าย โดยเฉพาะอส.ได้ทำงานกันอย่างหนัก ไม่ว่าจะในด้านการประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ ก่อนหน้านี้คณะท่านนายกรัฐมนตรี ได้มีดำริสั่งการในการประชุม ต้องการให้มีห้องวอร์รูม มีซีซีทีวี และขณะนี้ได้จัดกำลังทั้ง 3 ฝ่ายมาเป็นเซ็นเตอร์ดูแลห้องวอร์รูมดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ในอ.สุไหงโก-ลก มีกล้องซีซัทีวี อยู่ทั้งหมด 66 ตัวที่ติดตั้งอยู่ ในการเฝ้าระวังจับตาผู้ที่จะเข้ามาก่อความไม่สงบในพื้นที่
         "พ.ท.วุธยา" บอกด้วยว่า การจัดกำลัง 3 ฝ่าย
 มาดูห้องวอร์รูมแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีขีดความสามารถในการสังเกตุพฤติกรรมของคนร้าย โดยได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยสอนเทคนิคกับเจ้าหน้าที่ทุกนายในการสังเกตุและดูพฤติกรรมของคนร้ายด้วย ขณะเดียวกันเมื่อพบรถต้องสงสัย หรือผิดสังเกตุจอดอยู่
          ที่ศูนย์วอร์รูมแห่งนี้ ก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่กองกำลังทั้ง 3 ฝ่ายซึ่งอยู่ในพื้นที่เข้าตรวจสอบในทันที ที่สำคัญซีซีทีวี สามารถออนไลน์ ในทุกที่ซึ่งมีสัญญาณอินเทอเน็ต สามารถดูและตรวจสอบได้ทุกที่ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฯได้ใช้ทั้งเชิงรับและเชิงรุกในการปฎิบัติหน้าที่ มีการซักซ้อมกันอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันมีการซ้อมกันวันละประมาณ 6 ครั้ง
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" จากการบูรณาการ่วมกันของของเจ้าหน้าที่อส.สุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ในปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่างๆใน การส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่
 พร้อมทั้งให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จึงเชื่อได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ "สุไหงโก-ลก" จะกลายเป็นอำเภอหนึ่ง ในจังหวัดชายแดนใต้ ที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเป็นอำเภอที่ได้รับความนิยมด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
           แต่หากใครแวะเวียนผ่านมาที่ อ.สุไหงโก-ลก แล้วท้องหิวขึ้นมา ขอแนะนำ "ร้านอ้วนบะกุดเต๋" หลังโรงแรมแกรนด์การ์เด้น ย่านถนนประชาวิวัฒน์ อ.สุไหงโก-ลก ร้านนี้ขึ้นชื่อ  "บะกุดเต๋"  
สูตรมาเลเซีย
 เป็นกระดูกหมูตุ๋นยาจีน เพิ่มรสหวานหอมด้วยการใส่ผักต่าง ๆ เคี่ยวลงในน้ำแกง เช่น ผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม ฟองเต้าหู้ และไส้หมู
              ส่วนใครอยากเพิ่มเติมส่วนผสมที่บำรุงกำลังก็มีให้เลือกตั้งแต่ซุปไก่สกัดสำเร็จรูป เป๋าฮื้อ และหน่อไม้ทะเลกระป๋อง ราคาก็ตามแต่จะสั่ง ถือเป็นอาหารจีนที่ถูกปากในรสชาติของคนไทย กินกับข้าวสวยร้อนๆ ถึงขั้นจุกได้เหมือนกัน..!!!
                                                          นวย เมืองธน

1 ความคิดเห็น: