วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ลุยป่าสาละวินดูภารกิจกรมป่าไม้

          "ะลอนตามอำเภอใจ"- "จังหวัดแม่ฮ่องสอน" เป็นจังหวัดที่สวยงาม มีอากาศดี เนื่องจากเป็นดินแดนแห่งภูเขา และแม่น้ำ โดยเฉพาะ "อำเภอสบเมย" มีความเกี่ยวพันธ์กับแม่น้ำสายสำคัญ ๆ หลายสาย
             อาทิ  แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำเมย แม่น้ำยวม แม่น้ำเงา และแม่น้ำริด สำหรับประชากรของอำเภอสบเมย มีด้วยกัน 2 เผ่าใหญ่ ๆ คือ ชาวไทยพื้นราบ หรือคนเมือง และชาวไทยภูเขามีจำนวนร้อยละ 60 ของจำนวนประชากรทั้งหมด "อำเภอสบเมย" มีลักษณะภูมิประเทศ สภาพโดยทั่วไป เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน คิดเป็นพื้นที่ร้อยละ 90 หรือประมาณ 1,059 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ราบที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำยวม และที่ราบลุ่มแม่น้ำเล็กๆ ส่วยทรัพยากรป่าไม้ พื้นที่อำเภอสบเมยส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนถึง 726,813 ไร่ หรือประมาณ ร้อยละ 98 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณที่มีค่าทาง
 เศรษฐกิจ ได้แก่ ไม้สัก ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้เต็ง เป็นต้น
             ผมหยิบเรื่องราวของ "อำเภอสบเมย" มาเขียนถึง เพราะเมื่อเร็วๆนี้ มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ติดตามภารกิจของกรมป่าไม้ ในการปฎิบัติงานปราบปรามดำเนินคดีตรวจยึดไม้สักท่อน และไม้สักที่แปรรูปแล้ว ณ หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ มส. 17 ตำบลแม่ยวม อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และการตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อน รวมถึงไม้ซุงของกลางที่ถูกตัดโค่น และยังไม่สามารถลำเลียงออกจากป่าได้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสาละวินตอนล่าง บ้านขุนแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
            "คุณประหยัด ดาวราย" เจ้าหน้าที่ป่าไม้อาวุโส รักษาการผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ 1 (แม่ฮ่องสอน) บอกว่า หลังได้รับการประสานจากที่เจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานฯ จึงได้จัดกำลังลงในพื้นที่เข้าตรวจสอบพบกองไม้วางกระจายอยู่ในป่า พบการแปรรูปไม้ด้วยเลื่อยวงเดือน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆจึงได้สนธิกำลังกัน ช่วยกันนำไม้แปรรูปที่ตรวจยึดได้กลางป่านำมาเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ มส. 17 ตำบลแม่ยวม อำเภอสบเมย ส่วนไม้ท่อนขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้แปรรูปจำนวนมากที่ถูกตัดโค่นนั้น ยังไม่สามารถลำเลียงออกมาจากป่าได้ เพราะขาดพาหนะในการขน และเนื่อง
 จากพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันจึงเป็นอุปสรรคในการทำงาน ส่วนสถานการณ์การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในขณะนี้นั้น เชื่อว่าหากมีการจับกุมกันอย่างต่อเนื่อง การลักลอบตัดไม้ในพื้นที่คงจะเบาบางลง
            "คุณธนะวัตติ์ รุ่งสิทธิ์ศุภรัฐ"  ผู้อำนวยการส่วนยุทธการป้องกันและปราบปรามภาค 3 (ภาคเหนือ) กรมป่าไม้ บอกว่า รู้สึกดีใจที่สื่อมวลชนให้ความสำคัญด้านป่าไม้ ซึ่งหากร่วมมือร่วมใจกันทำงาน จะทำให้มีคนช่วยกันรักษาทรัพยากรป่าไม้มากขึ้น เพราะประชาชนได้รับรู้ถึงความสำคัญของป่าไม้ ในส่วนของการสืบสวนหาผู้กระทำผิดนั้นคงต้องเป็นหน้าที่ของ
 พนักงานสอบสวนสภ.สบเมย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากทางกรมป่าไม้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน เมื่อพบการกระทำผิด และยึดของกลางได้ ก็ต้องส่งเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย
        ระหว่างที่คณะของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้นำ สื่อมวลชนเดินทางไปยังป่าสาละวินตอนล่าง บ้านขุนแม่คะตวน อำเภอสบเมย เพื่อดูพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ ตรวจยึดไม้สักแปรรูปได้ ระหว่างทางเดินเล็กๆ จากถนนสายหลัก ขนาบสันเขา ที่ขบวนการลักลอบตัดไม้ ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงไม้ออกมานั้น มีร่องรอยของมูลช้างแห้ง
ตลอดทาง ซึ่งเชื่อได้ว่าขบวนการลักลอบตัดไม้ได้นำช้างมาลำเลียงไม้ออกจากป่า และมีร่องรอยการเผาป่า เพื่อเคลียทางให้เห็นเป็นระยะตลอดระยะทางเกือบ 1 ก.ม.ก่อนจะถึงจุดไม้สักท่อนที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ 23 ท่อนวางกองกันอยู่ในป่า แถมบริเวณโดยรอบจุดนี้ ยังพบไม้สักถูกกานยืนต้นตายโดยรอบพื้นที่ เพื่อรอการตัดโค่นอีกเป็นจำนวนมาก
           ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในวันนี้ ระหว่างเดินทางกลับมาที่ หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ มส. 17 ตำบลแม่ยวม อำเภอสบเมย  คณะของเรามีโอกาส แวะเวียนแถวบ้านขุนแม่คะตวน ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยง ก็เลยได้มีโอกาสสัมผัสชาวกระเหรี่ยงชนิดประชิดตัวถึงหน้าบ้านเลยก็ว่าได้ ส่วนไฮไลน์ เห็นจะเป็นการที่ได้มีโอกาสซื้อเห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ ที่ชาวบ้านเก็บกันมาสดๆร้อนๆ ซึ่งเห็ดดังกล่าวถือเป็นเห็ดหายากที่เก็บได้เฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมเพียง 1 เดือนในรอบปี
 และตามปกติไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้ จึงเป็นของป่าที่ผู้บริโภคต้องรอคอยกันนานกว่าจะมีรับประทานกันในแต่ละปี
        โดยในปีนี้พบว่าเห็ดเผาะต้นฤดูมีราคาเริ่มต้นแพงกว่าลิตรละ 300 บาท แต่วันนี้หลายคนบอกโขคดี เพราะได้ซื้อหากันในราคาลิตรละ 100 บาทเท่านั้น เพราะซื้อจากคนหาเอง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง บางคงถึงกับเหมาไปคนละหลายๆลิตรก็มี
        ขณะที่รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อของเจ้าหน้าที่ฯ วิ่งผ่านเส้นทางที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา และป่าไม้เบญจพรรณ 
      ภาพเขาหัวโล้น ที่เกิดจากการบุกรุกแผ้วถางป่าของราษฎรให้เห็น ลูกแล้ว...ลูกเล่า มีให้เห็นเป็นระยะๆ ดูแล้วช่างน่าเศร้าใจนัก เพราะจากสภาพที่เห็นบางพื้นที่ซึ่งถูกบุกรุกยึดครองน่าจะเป็นฝีมือนายทุน มากกว่าฝีมือชาวบ้านธรรมดา ชั่วอึดใจเดียวก็มาถึงหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ มส. 17 ทีมงานไม่รอช้ารีบจัดข้าวผัด ข้าวพัดกระเพรา มาแจกจ่ายกันอย่างอึกทึก เพราะหลายคนท้องร้องจ๊อก...จ๊อก..เนื่องจากเลยเวลาเที่ยงมาหลายชั่วโมงแล้ว
             สำหรับผมแล้วไม่แปลกที่ข้าวผัด กล่องนี้...จะอร่อยโคตร...โคตรครับ 55 หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ "อำเภอสบเมย" ก็มีโอกาสมาแวะเวียนที่ตัวอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
 ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆดูอบอุ่น สภาพบ้านเรือนถนนหนทาง ดูเงียบสงบไม่พลุกพล่านเหมือนที่อื่นๆที่เคยพบเห็น เหลือบไปเห็น "ร้านก๊วยเตี๋ยวหมูโบราณ" ที่เปิดบ้านขายริมทาง อดไม่ได้ที่จะแวะลิ้มชิมรส แต่น่าเสียดาย กล้องถ่ายรูปของผมดันถ่านหมดกระทันหัน ถ่ายได้แค่ภาพบรรยากาศในร้านเพียงรูปเดียวเท่านั้นเอง
              ส่วนร้านอาหาร "ครัวกันเอง" ริมน้ำยวม ในตัวอำเภอแม่สะเรียง ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่ผมได้มาแวะเวียน มีอาหารหลากหลายเมนู โดยเฉพาะอาหารพื้นบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศชิว...ชิวริมน้ำยอม มีนักดนตรี เล่นกีต้าโฟล์กซอง คอยขับกล่อมระหว่างการรับประทานอาหาร...วันนี้คงต้องทิ้งท้ายกันแค่นี้ก็แล้วกัน...!!!
                                                          นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น