วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ยกระดับปราบละเมิดลิขสิทธิ์

         "ะลอนตามอำเภอใจ"-การละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ กลายเป็นธุรกิจเฟื่องฟู ที่เป็นมหันตภัยร้ายกับวงการภาพยนต์ของไทย และต่างประเทศ ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อผู้ผลิตภาพยนตร์ และเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ลงทุนลงแรง และสติปัญญาในการสร้างหนัง หรือภาพยนต์ในแต่ละเรื่องขึ้นมา
            ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ได้ต่อสู้ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ กันอย่างหนักขึ้นเรื่อยๆ สองวันก่อน (30 พ.ค.) "คุณภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ บอกว่า ว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการต่อต้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโลก (Global Anti-Counterfeiting Group : GACG) ซึ่งเป็นเครือข่ายอย่างไม่เป็นทางการขององค์กรที่ให้ความสำคัญด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ 22 องค์กร มีเครือข่ายครอบคลุม 40 ประเทศ เช่น เบลเยียม อินเดีย ฝรั่งเศส สหรัฐฯ
 จีน เป็นต้น ได้ประกาศให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ได้รับรางวัล Global Anti-Counterfeiting Awards ประจำปี 2555 ประเภทสาขาหน่วยงานภาครัฐ จากการเสนอชื่อจากบริษัท ลาคลอส์ จำกัด
         โดยรางวัล Global Anti-Counterfeiting Awards เป็นรางวัลที่ GACG คัดเลือกมอบให้แก่หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญเรื่องการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้เปิดให้หน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกสามารถเสนอชื่อผู้เข้ารับรางวัลได้ โดย GACG ได้ดำเนินการแจ้งรางวัลในลักษณะนี้มาแล้ว 14 ปี และได้
 แบ่งการคัดเลือกในปีนี้ออกเป็น 4 ประเภทสาขา คือ สาขาหน่วยงานภาครัฐ สาขาสถาบันองค์กรนานาชาติ สาขาบริษัทเอกชน หรือสื่อสารมวลชน และสาขาสมาคมระหว่างประเทศ
          "คุณปัจฉิมา ธนสันติ" อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการปราบปรามการละเมิด และได้ปราบปรามสินค้าที่ละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรม
 ศุลกากร เพื่อตั้งคณะทำงานระดับชาติขึ้นเพื่อปราบปรามสินค้าละเมิดอย่างเป็นรูปธรรม และการได้รับรางวัลดังกล่าว ถือเป็นความภาคภูมิใจ และความสำเร็จของทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จนเป็นที่ยอมรับจากองค์กรในระดับสากล  ด้วยเหตุนี้ รางวัลนี้จะเป็นกำลังใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่น ป้องกัน และปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
         ผมหยิบยกเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสมา
 "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ ร่วมงานแถลงข่าวดีเอสไอจับมือภาคเอกชนป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ยกระดับความเชื่อมั่นของประเทศไทย สู่เวทีโลก เมื่อวันที่ 30 พ.ค.55 ที่ผ่านมา โดยมี "คุณจาฤก กัลย์จาฤก" ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย "คุณธัญญ์วารินทร์ สุขะพิสิษฐ์" นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย "คุณก้องเกียรติ โขมศิริ" ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง พร้อมด้วยดารา นักแสดง อาทิ "ติ๊ก"-เจษฎาภรณ์ ผลดี "เต๋า" สมชาย เข็มกลัด
 "วีเจจ๋า"-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี "สายป่าน" อภิญญา สกุลเจริญสุข
และ "ตรี"-นันทรัตน์ ชาวราษฎ์ โดยมอบกระเช้าให้ "คุณธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอบคุณที่ทางดีเอสไอ ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนสอบสวนจับกุมขบวนการผลิตซีดี ดีวีดี ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์มาอย่างต่อเนื่อง
       "คุณธาริต เพ็งดิษฐ์"  อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า ก่อนหน้านี้ "พ.ต.ท.พงศ์พร พราหณ์"  ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ นำกำลังศูนย์สืบสวนแกะรอย ของดีเอสไอ เข้าจับกุมแหล่งผลิตแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ขนาดใหญ่
 ในหมู่บ้านกลางเมืองมอนติคาร์โล ย่านประชาชื่น ยึดเครื่องไรท์ซีดี 50 เครื่อง เครื่องไรท์ดีวีดี 99 เครื่อง ยึดแผ่นซีดีของกลางได้จำนวนมาก พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 8 คน และขยายผลนำกำลังเข้าตรวจค้นร้านพรชัยกิจการพิมพ์ หมู่บ้านกฤษดานคร  26 ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม  ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ติดกัน  4 คูหา
          หลังสืบทราบว่าเป็นเครือข่าย "นายพีระ กอสุวรรณสกุล" ผู้ผลิตซีดีภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตรวจสอบภายในพบ แท่นพิมพ์ขนาดใหญ่  4 เครื่อง ปกซีดีภาพยนตร์ชนโรง สติกเกอร์ติดแผ่นซีดี แผ่นปกซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ ใบสั่งงาน และสำเนาเช็คเงินสดของ "นายพีระ" และได้สั่งการให้สืบสวนสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่ายผลิตซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ต้องหา ที่ยังพบว่ายังมีผู้ต้องสงสัยอีก  3 กลุ่ม ที่ยังผลิตแผ่นซีดีเถื่อน ส่งขายให้ผู้ขายรายย่อยทั่วประเทศ นอกจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประชุมร่วมกับอัยการก่อนมีความเห็นว่า จะเสนอศาลขอให้ลงโทษกลุ่มผู้ต้องหาตามกฎหมายสถานหนัก เพื่อให้เข็ดหลาบเป็นเยี่ยงย่าง
         นอกจากจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา
 คดีดังกล่าวแล้ว ดีเอสไอจะเร่งดำเนินการเรียกปรับภาษีย้อนหลังอีกด้วย เพราะผู้ต้องหาทำผิดกฎหมายจนได้เงินไปเป็นจำนวนมาก  สำหรับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ตนจะลงมาคุมคดีด้วยตนเอง โดยเตรียมจะเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้ความผิดการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพราะเชื่อว่าวิธรการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือการเข้ายึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดแบบถอนรากถอนโคน เชื่อว่ารัฐบาลจะให้ความสนับสนุนเร่งรัดผลักดันให้กฎหมายดัง
 กล่าวออกมาใช้บังคับให้เร็วที่สุด
           "คุณธาริต" กล่าวว่า ผู้ต้องหา "นายพีระ" ที่เป็นตัวการใหญ่ ได้เข้ามอบตัวกับดีเอสไอแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลไปยังตัวการที่ใหญ่กว่า "นายพีระ" ซึ่งดีเอสไอ จะเร่งดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อไป โดยพนักงานสอบสวนมีหลักฐานทั้งรายชื่อลูกค้าและการสั่งซื้อ การโอนเงินให้กัน จึงฝากไปถึงร้านค้าย่อยที่เป็นลูกค้าของ "นายพีระ" ให้เก็บสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด  มิเช่นนั้น ดีเอสไอจะเข้าจับกุมตามรายชื่อที่ได้จากเครือข่าย
  "นายพีระ"  และจะดำเนินคดีภาษีควบคู่เพื่อติดตามยึดทรัพย์ ซึ่งคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มักมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง และกรณีนี้ก็เช่นกันมีข้าราชการผู้ใหญ่หลายคนโทรมาหา
         "คุณจาฤก กัลย์จาฤก" ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย บอกว่า ในอดีตที่ผ่านมามีการจับกุมในลักษณะนี้บ่อยครั้ง แต่เป็นรายเล็กหมด ไม่เคยประสบความสำเร็จเท่าครั้งนี้ ในนามสมาพันธ์ฯ จึงอยากขอบคุณดีเอสไอที่เล็งเห็นถึงความสำคัญการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ และขอให้กำลังใจในการปราบเพิ่มขึ้นอีก เพราะจะทำให้อุตสาหกรรมภาพยนต์เติบโตเทียบเท่ากับต่างชาติไดในอนาคต
                "คุณธัญญ์วารินทร์ สุขะพิสิษฐ์" นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ซึ่งมีผลงานจากภาพยนตร์ที่เพิ่งลาโรง...มาหมาด "ไม่ได้ขอให้มารัก" (it gets better) และกำลังจะวางแผ่นขายทั่วประเทศ (14 มิ.ย.55) บอกว่า งานหนังเป็นงานเชิงพาณิชย์ มีต้นทุนแพงมาก และใช้ขบวนการทำงานที่ยาวนาน อยู่ๆมีคนมาก๊อปปี่แผ่นไปขาย ถือว่าใจร้าย ไม่น่าจะเอาสิ่งที่คนตั้งใจทำงาน และลงทุนสูง ใช้เวลามาก อยู่ๆก็มาตักตวง เอากำไรกัน รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง และไม่สมควรที่จะทำ รวมถึงคนที่เคยซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ควรเลิกซื้อสินค้าเหล่านี้ และอยากให้คนไทยหันมาสนับสนุนสินค้าที่ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์กัน
                "ติ๊ก" เจษฎาภรณ์ ผลดี พระเอกจากภาพยนต์ "ไอมิสยู รักฉันท์ ก็คิดถึงฉันท์" ที่เข้าโรงฉายวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา บอกว่า ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์มีในสินค้าทุกชนิด อยากให้คนไทยเล็งเห็นถึงปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะเป็นปัญหาระดับโลก ทุกคนๆ ลงใจลงแรงในการทำงาน ทุกอย่างจะย้อนเป็นภาษีบำรุงประเทศชาติต่อไป ส่วนตัวตนก็ทำงานด้านสื่อมีส่วนสนับสนุนและให้ความรู้ประชาชนอย่าซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และงานปราบเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเดินตลาดที่ไหนก็เจอ เรารู้สึกว่าทำไม่มีใครมาจับ เราก็เสียใจ อยากให้มีการปราบ
 ปรามเอาจริงเอาจังแม้ว่ามีอุปสรรค อยากให้ทุกหน่วยงานทำงานด้วยความซื้อสัตย์สุจริต เหมือนที่ได้ปฎิญาณตนว่า จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
          "เต๋า" สมชาย เข็มกลัด  พระเอกจากภาพยนต์เรื่อง"อันธพาล" บอกว่า การสร้างภาพยนต์ มันเกิดกระบวนความคิดในหลายๆด้าน พอมาโดนละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ซึ่งอยากจะบอกว่าหนัง "อันธพาล" จะเข้าฉายวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ก็ยังลุ้นอยู่ว่า จะถูกก๊อปปี้ รวมกับหนังอื่นๆ ไปวางขายอยู่ที่ไหนด้วยหรือเปล่า และดูเหมือนจะกลายเป็นประเพณีไปแล้ว ก่อนหนังจะเข้าโรงฉาย ก็มีการก๊อปปี้หนังไปขายแล้ว ถูกไปรวมกับหลายๆเรื่อง ซึ่งดูแล้วน่าเสียใจสำหรับบ้านเรา และไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยสำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์
               สำหรับหนังเรื่อง "อันธพาล" "เต๋า-สมชาย" บอกว่ารับบทเป็น "แดง" และ "น้อย-วงพรู" รับบทเป็น "จอร์ด" โดยมี "ตรี-นันทรัตน์" รับบทเป็นนางเอก ซึ่ง "เต๋า-สมชาย" บอกว่าภาพยนต์เรื่องนี้อยากให้แฟนๆติดตามกัน เพราะเป็นหนังมิตรภาพบวกกับความเป็นเพื่อน เป็นภาคต่อจากภาพยนต์เรื่อง "2499 อันธพาลครองมือง" ส่วนใครอยากชมภาพยนต์ "อันธพาล" แนวแอ็คชั่น-ดราม่า ที่พระเอกหนุ่มอย่าง "เต๋า-สมชาย" ทุ่มสุดตัวถึงขนาดฟิตร่างกาย ก็ติดตามให้กำลังใจกัน โดยเฉพาะ "คุณก้องเกียรติ โขมศิริ" ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ชื่อนี้การันตีคุณภาพแน่นนอน...!!!
                                                            นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น