วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คืนสันติสุข

          "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ระชาชนหลากหลายอาชีพ รวมถึงคนของรัฐพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกชีวิตย่อมกลัวตายเป็นธรรมดา เพราะฝ่ายกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้การข่มขู่ ทำร้าย และลอบสังหาร
           โดยเฉพาะผู้ที่ร่วมมือกับรัฐ ทำให้ผู้นำท้องถิ่นเกิดความหวาดกลัว หากให้ความร่วมมือกับรัฐ ซึ่งก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย แต่ที่จะยอมรับไม่ได้ คือ การสร้างอิทธิพล และสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยหวังผลประโยชน์ในการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ธุรกิจเถื่อน ผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการขยายที่ดินและยาเสพติด
            โดยผู้นำท้องถิ่นเหล่านี้มีอำนาจ อิทธิพลล้นเหลือในพื้นที่ ทั้งยังสามารถควบคุมพื้นที่ของตนไม่ให้มีเหตุร้ายได้ แต่หากใครมาขวางทางการค้ายาเสพติด แจ้งข่าวสารให้รัฐ มักถูกฆ่า โดยโยนความผิดให้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง หรือที่รู้กันดีว่าเลี้ยงโจรไว้ใช้งาน ความตื้นลึกหนาบางของเครือข่ายยาเสพติด ผู้ทรงอิทธิพล ผู้ก่อเหตุรุนแรง ชาวบ้านตาดำๆ ต่างรู้ดี นี่คือ "ปัญหาที่ต้องสะสาง"
            หากผู้นำท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ หรือมุสลิม มีจิตสำนึกในความรัก และความหวงแหนในแผ่นดินเกิด และสำนึกในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้รับความวางใจจากชาวบ้าน และความร่วมมือของประชาชน สามารถนำมาซึ่งหมู่บ้าน ตำบลสันติสุขอย่างยั่งยืน
           ชาวบ้านดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงย่อมไม่สามารถสร้างอิทธิพลในพื้นที่ได้แน่ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ที่ทุกฝ่ายต่างมองว่ากลุ่มก่อความไม่สงบนั้นต้องการแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี
           ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวด้านความมั่นคงให้ข้อมูลว่า กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการเลี้ยงโจร และสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทางด้านการเงินในรูปของการบริจาค ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุระดับสั่งการใช้เงินเสวยสุขอยู่ต่างประเทศได้อย่างสุขสบาย แถมยังให้กองกำลังอาร์เคเคก่อเหตุ โดยอ้างว่ารับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ เท่ากับว่าได้ผลประโยชน์สองทาง ทำให้กลุ่มขบวนการก่อเหตุรุนแรงสามารถดำรงสถานภาพก่อเหตุในพื้นที่ และยังได้เงินไว้เสพสุข เพราะเมื่อรัฐทำการปราบปรามธุรกิจการค้าของ
 เถื่อน และยาเสพติดครั้งใด มักถูกตอบโต้โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทันทีเช่นกัน
       แน่นอนครับว่า ผมเขียนเกริ่นนำปัญหาไฟใต้ เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" เมื่อช่วงปลายๆ เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา (26 เม.ย.) เพื่อติดตามภารกิจของกรมการปกครอง ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และได้เดินทางมาที่โรงเรียนบ้านแป้น ม.6 ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อตรวจเยี่ยมชุดรักษาความปลอดภัย
 หมู่บ้าน หรือชรบ. และรับฟังผลการปฏิบัติงานในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ และประชาชน ให้การต้อนรับคณะของเราอย่างอบอุ่น และสิ่งที่น่าประทับใจ คือ การสาธิตการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัย หรือชรบ. ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ มีการแสดงศักยภาพด้านอาวุธทั้งเชิงรบและเชิงรุก หากต้องเผชิญกับเหตุการณ์จริง โดยมีครูฝึกจากทหารนาวิกโยธินดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นความเข้มแข็งของชาวบ้านที่นี่ ผมสัมผัสได้จากสองตาที่เห็นภาพอยู่เบื้องหน้า
       "คุณจรัญ ขยัน" ผู้อำนวยการสำนักกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง บอกว่า ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ถือเป็นชุมชนเข้มแข็งที่มีชาวไทยพุทธ และมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เนื่องจากชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือชรบ.ของ ต.แป้น มีการเพิ่มศักยภาพการทำงานอย่างเข้มข้น โดยมีหน่วยงานรัฐโดย
เฉพาะฝ่ายปกครองเป็นหน่วยงานหลักเข้ามาดูแลและสนับสนุนภารกิจการปฏิบัติงานให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ทั้งด้านยุทธศาสตร์ปกป้องตนเอง ตั้งจุดตรวจบนถนน และงานมวลชนสัมพันธ์ ซึ่งการตรวจเยี่ยมในวันนี้ ได้เน้นย้ำให้ชุดรักษาความปลอดภัย และประชาชนในพื้นที่ช่วยกันปกป้องและป้องกันภัยจากปัญหายาเสพติดและปัญหาความไม่สงบ โดยช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่หน่วยงานของรัฐ เพื่อให้พื้นที่เกิดความสงบสุข และปลอดจากปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน
         "คุณไกรศร วิศิษฎ์วงศ์" นายอำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี บอกว่า แม้ อ.สายบุรี จะมีสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรง แต่สามารถใช้ภารกิจของกรมการปกครองมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ จนเป็นที่ยอมรับของข้าราชการและประชาชน ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชน เพราะถือเป็นคณะสื่อมวลชนคณะแรกที่มาดูงานที่ อ.สายบุรี ซึ่งถือเป็นพื้นที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะที่ผ่านมามีสถิติก่อเหตุรุนแรงค่อนข้างมาก ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าสื่อมวลชนที่มาดูงานในครั้งนี้ จะนำสิ่งที่ดี และความตั้งใจของชาวสายบุรี ไปนำเสนอให้สังคมได้รับรู้ ส่วนการก่อความไม่สงบในพื้นที่นั้น
 ปัจจุบันมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นส่วนใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตรวจค้นผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.สายบุรี ตามหมายจับ ภายในบ้านพบกัญชา ยาบ้า และใบกระท่อมจำนวนหนึ่ง
          สำหรับการแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตและปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ "นายอำเภอสายบุรี" ได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ  เข้าถึง พัฒนา"  ควบคู่ไปกับแนวทางการดำเนินชีวิตของประชาชนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และนำยุทธศาสตร์ "ปัตตานี สันติสุข" มาเป็นแนวทางในการ
 ดำเนินงานของอำเภอ "ทำความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง สร้างความยุติธรรม นำปัตตานี สันติสุข"
           "คุณสัจภูมิ ละออ" ผู้สื่อข่าว (สกู๊ป) หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และนักเขียนสารคดีประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีผลงานเขียน อาทิ "เดี่ยวเขมร" ที่ร่วมเดินทางมาด้วย สะท้อนในมุมมองสื่อว่า ความมั่นคงของหมู่บ้านชายแดนใต้ มีความจำเป็นต้องพึ่งพาตนเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความเข้มแข็งที่มาจากภายใน โดยชาวบ้านสามารถรวมตัวกันเองได้ ส่วนการที่กรมการปกครอง และทหาร เข้ามาฝึกชาวบ้านนั้น เป็นส่วนเสริมที่ทำให้ชาวบ้านรู้จักยุทธวิธี การปฏิบัติการณ์ ซึ่งชาวบ้านต้องสามัคคีกัน โดยเฉพาะผู้นำต้องมีความเข็มแข็งและเป็นตัวอย่างที่ดี โดยเฉพาะการฝึกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านของ ต.แป้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะทำให้ชาวบ้านเข้มแข็ง เกิดความสามัคคี และสามารถดูแลตนเองได้
             นอกจากนี้ ผมยังมีโอกาสเดินทางไปรับฟังบรรยายการปฏิบัติงานของสมาชิก อส.ตามโครงการ อส.พิทักษ์เมือง การจัดชุดคุ้มครองครู การ รปภ.เส้นทาง ในเขตเทศบาลตำบลตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
             โดย ร.ท.อำพร พรหมยก ทหารนาวิกยธิน หัวหน้ากองร้อย อรบ.ที่ 5 บอกว่า หน้าที่ของ อส.พิทักษ์เมือง คือ การป้องปรามไม่ให้เหตุร้ายต่างๆ เกิดขึ้นในเขตเทศบาลตำบลตะลุบัน โดยมีการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับหน่วยอื่นๆ แบ่งออกเป็น 3 โซน และสิ่งสำคัญในการปฏิบัติงาน คือ การหาข่าวของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งมีประมาณ 8 เป้าหมายที่กำลังเฝ้าจับตาอยู่
            ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สิ่งสำคัญแม้สังคมภายนอกจะมองว่า "สายบุรี" เป็นพื้นที่สีแดง เนื่องจากมีการก่อเหตุบ่อยครั้ง
            แต่สำหรับผมกลับมองว่า "สายบุรี" นั้นเป็นอำเภอน่าอยู่ และยังมีสิ่งต่างๆ ที่ดีงาม ควรค่าแก่การบอกเล่าอีกมากมาย โดยเฉพาะวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีคุณค่า และต้องขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่อำเภอสายบุรี ทหารนาวิกโยธิน อส.สายบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี ที่คอยดูแล และอำนวยความสะดวก รวมถึงอาหารมื้อเที่ยงที่นำมาเลี้ยงพวกเราที่โรงเรียนบ้านแป้น โดยเฉพาะน้ำบูดูแกล้มกับผักสด เมนูนี้ไม่ว่าเชื้อชาติ หรือศาสนาใดก็ตาม สามารถร่วมวงรับประทานด้วยกันได้อย่างมีความสุขครับ...!!!
                                                        นวย เมืองธน

1 ความคิดเห็น: