วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ดีเอสไอล่าทุจริต สค.1 เกาะสมุย

          "ะลอนตามอำเภอใจ"- "กาะสมุย" จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพที่เห็นในปัจจุบันวันนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ท ที่ผุดขึ้นมากมาย ลบภาพธรรมชาติเดิมๆ อันงดงามออกไปจนเกือบหมดสิ้น
 ที่สำคัญบรรดานายทุน ก็พยายามหาช่องทางสร้างรายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยวให้คึกคัก รุกคืบและตักตวงเอาผลประโยชน์จากที่ดิน และธรรมชาติอันสวยงามของ "เกาะสมุย" ให้หมดลงไปทุกขณะ  ย้อนกลับไปช่วงเช้ามืดเดือนกรกฎาคม 2549 ข่าวคราวกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สนธิกำลังหน่วยงานอื่นๆ เข้าจับกุมขบวนการมาเฟียข้ามโลก "แก๊งแบนดิโดส" ยึดเอกสารหลักฐานการโอนเงินหลายพันล้านบาท ที่หวังเข้ามายึดเกาะสมุยเป็นแหล่งฟอกเงิน กระทำผิดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร สถานบันเทิงและธุรกิจท่องเที่ยว จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลกในช่วงนั้น
     และต่อมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พิพากษาให้จำคุกจำอดีตเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี รายหนึ่งที่ออกโฉนดเอกสารสิทธิที่ดินอันมิชอบด้วยกฎหมายนับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ดีเอสไอ ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย
         โดยมิชอบรวมทั้งสิ้นแล้ว 11 คดี ซึ่งเกือบทุกพื้นที่พบมีนักการเมือง และนายทุนใหญ่เกี่ยวข้องด้วย
         ผมหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนถึง เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมา ( 22 พ.ค.) มีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ติดตามดูภารกิจของดีเอสไอ สนธิกำลังร่วมกับตำรวจน้ำ. พนักงานอัยการและพยานในพื้นที่ ชี้ตำแหน่งที่ดินที่ถูกต้องว่าเดิมที่ดินดังกล่าวอยู่จุดใด โดยลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์รวม 9 แปลง เนื้อที่ 170 ไร่ พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลอ่างทอง และหมู่ที่ 6 ตำบลแม่น้ำ อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งส่วนหนึ่งระบุว่าเป็นของ
  "ลูกชายนักการเมืองดังรายหนึ่ง" ซึ่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ  และก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ก็ได้สรุปผลการสอบสวนกรณีการออกโฉนดโดยมิชอบจำนวน 40 ไร่ และจากข้อมูลการสำรวจสภาพพื้นที่จริง และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ ในช่วง 6 ปีของป.ป.ช.พบว่าเนื้อที่หลายแปลงเป็นพื้นที่ป่าดิบชื้น อยู่บนที่ลาดชัน เกิน 35 องศา และบางแปลงออกโฉนดเกินเนื้อที่ จาก นส.3 ก.
 ซึ่งป.ป.ช.ก็ส่งเรื่องให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดดังกล่าว
         จากการบินสำรวจทางอากาศ บริเวณพื้นที่เขาแพง ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของดีเอสไอ ครั้งล่าสุด ได้ใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเปรียบเทียบกับภาพถ่ายทางดาวเทียมในปัจจุบัน โดยมีการตรวจสอบพบว่า มีการตัดถนนจากพื้นที่ราบเชิงเขาขึ้นสู่ยอดเขาอย่างชัดเจนและเจ้าหน้าที่ยังพบว่า ในพื้นที่มีการขุดสร้างสระน้ำขึ้นมา ซึ่งจากหลักฐานที่ได้มาเปรียบ
 เทียบกับภาพถ่ายทางดาวเทียม ทำให้เจ้าหน้าที่พบว่า เดิมมีหลักฐานในเอกสาร ส.ค.1 จำนวน 20 ไร่ แต่นำมาขอเอกสาร นส. 3 ก กลับมีเนื้อที่เพิ่มเป็น 40 ไร่ และเมื่อเป็นโฉนดที่ดิน กลับมีเนื้อที่เพิ่มขึ้นกว่า 60 ไร่ ซึ่งหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่เขาแพง มีข้อพิรุธในการออกโฉนดที่ดินไม่ตรงกับพื้นที่ความเป็นจริง
เมื่อเปรียบเทียบกับภาพถ่ายทางดาวเทียม จะเห็นแนวเส้นสีแดง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า เป็นพื้นที่ที่มีการออกเอกสาร ส.ค.1 ขณะที่แนวเส้นสีเหลืองเป็นพื้นที่ซึ่งมีการออกโฉนดที่ดินในปัจจุบัน นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บริเวณเขาแพงที่มีการออกเป็นโฉนดที่ดินอีกจำนวน 110 ไร่ มีที่มาที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่จำนวน 62 ไร่ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของดีเอสไอ
           "พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล" ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม  บอกว่า จากการตรวจสอบพบพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ยังมีสภาพเป็นป่า ขณะที่การสอบปากคำพยานเจ้าพนักงานที่ดิน และเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงพบว่า แปลงที่เกิดเหตุไม่ตรงกับเอกสารสิทธิ์  สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจมีการนำ ส.ค. 1 จากพื้นที่อื่นมายื่นประกอบการขอออกโฉนด เพื่อขยายการครอบครองพื้นที่ ที่ผ่านมาดีเอสไอ ได้เข้าตรวจสอบการทุจริตออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในเกาะสมุยมาอย่างต่อเนื่อง และรับเป็นคดีพิเศษมากมาย
 ส่วนใหญ่ผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ยืนยันไม่ได้มุ่งตรวจสอบเฉพาะที่ดินเขาแพง และการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง เนื่องจากการบุกรุกพื้นที่เกาะสมุย มีการตรวจสอบและได้รับการร้องเรียนเป็นเวลานานแล้ว และพยานในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการได้รับความเป็นธรรมในการครอบครองที่ดิน
         "พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข" รองอธิบดีดีเอสไอ บอกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ดีเอสไอนำเครื่องจีพีเอสตรวจสอบพิกัดตามที่ระบุในใบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เปรียบเทียบกับพิกัดที่เพิ่มขึ้นภายหลังแจ้งการครอบครองเพื่อออกโฉนด โดยการสนธิกำลังดังกล่าว ได้แบ่งชุดเข้าตรวจสอบ 3 ชุด ทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลกับเจ้าของพื้นที่เดิมก่อนออกเอกสารใบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค. 1
เนื่องจากพบว่าบางพื้นที่ได้นำใบ ส.ค.1 จากพื้นที่อื่นมาสวมทับ โดยมีประเด็นต้องตรวจสอบ คือการนำใบ ส.ค. 1 เนื้อที่ 20 ไร่ มาขยายเป็น น.ส. 3 ก. จำนวน 40 ไร่ และขยายเป็นโฉนด
 60 ไร่ รวมถึง การนำใบ ส.ค. 1 เนื้อที่ 110 ไร่ ไปขอออก น.ส. 3 ก. และโฉนด เนื้อที่ 117 ไร่ ซึ่งมีประเด็นต้องสงสัยว่า อาจแก้ไขตัวเลขเนื้อที่ที่ดินในใบ ส.ค. 1 โดยได้สอบปากคำพยานไปกว่า 20 ปาก ซึ่งให้การเป็นไปตามข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของพนักงานสอบสวน และหลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้เจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าหน้าที่รังวัดเข้าชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใด จึงอนุมัติออกโฉนดเนื้อที่ไม่ตรงกับใบ ส.ค. 1 และมีการนำ ส.ค. 1 จากพื้นที่อื่นมาสวมทับบริเวณเขาแพง
 ซึ่งเมื่อได้ความชัดเจนดีเอสไอจะเรียก "ลูกชายนักการเมืองดัง" เข้าให้การชี้แจงรายละเอียดการได้มาซึ่งที่ดิน และเอกสารสิทธิ์ต่อไป
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ"    "เกาะสมุย" ถือเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อยู่บริเวณอ่าวไทย ห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก
 84 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 247 ตารางกิโลเมตร มีถนนทวีราษฎร์ภักดี รอบเกาะ ความยาว 52 กิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบ ล้อมรอบภูเขา ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงคลื่นลมสงบเหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด "เกาะสมุย" เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว สวยงาม มีชื่อหลายแห่ง อาทิ หาดเฉวง หาดนาเทียน หาดตลิ่งงาม หาดละไม นักท่องเที่ยวที่ต้องการหาดทราย ทะเล สายลม และแสงแดด ชายหาดที่ทอดยาวขนานไปกับทะเล ต้นมะพร้าวริมชายหาดและน้ำทะเลใสสวย  อาหารทะเลสดๆ ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่เคยไป "เกาะสมุย" มาแล้วต้องหวนกลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่บรรดานายทุนทั้งหลาย ต่างโหยหาที่จะเข้าครอบครองพื้นที่บน "เกาะสมุย" แม้จะได้มาซึ่งการครอบครองที่ผิดกฎหมายก็ตาม...!!!
                                               นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น