วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

ครั้งหนึ่งที่หัวหิน

           "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ากนึกถึงที่สถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเล และใกล้กรุงเทพฯ ผมค่อนข้างมั่นใจว่า หลายคนคงต้องคิดถึง "หัวหิน" จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นลำดับต้นๆ อย่างแน่นอนที่สุด
           "หัวหิน" ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศที่เก่าแก่ อยู่บริเวณริมฝั่งทะเลอ่าวไทย อยู่ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ไปประมาณ 90 กิโลเมตร ตัวเมืองหัวหินมีพื้นที่ประมาณ 86.36 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้จะผ่านวันเวลาล่วงเลยมานับร้อยปีแล้วก็ตาม การได้แวะเวียนมาท่องเที่ยวหัวหิน ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็ยังคงได้เจอะเจอสิ่งต่างๆอย่างมากมาย อยู่เช่นเดิมเหมือนครั้งในอดีต
         เหตุที่ "หัวหิน" อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ระยะทาง
 จากกรุงเทพฯ ถึง "หัวหิน" มีระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง เท่านั้น ซึ่งสามารถเดินทางไป – กลับได้ภายในหนึ่งวัน โดยที่ไม่เหนื่อยมาก แถมการเดินทางมาที่ "หัวหิน" นั้น ก็สะดวกสบายครับ มีทั้งทางรถไฟ รถโดยสารประจำทาง หรือจะขับรถยนต์ส่วนตัวไปเองก็ได้ ไม่ผิดกติกาในการมาเยือน "หัวหิน" เช่นกัน
         นอกจากนี้ ที่เที่ยว "หัวหิน" ที่มีชื่อเสียงมีอยู่มากมาย อาทิ เช่น เพลินวาน ชายหาดหัวหิน น้ำตกป่าละอู เขาตะเกียบ เขาหินเหล็กไฟ ตลาดจั๊กจั่น ตลาดโต้รุ่งหัวหิน และ
 อีกเยอะที่ผมไม่ได้เอ่ยถึง "หัวหิน" นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่มากมายก่ายกองแล้ว คงต้องบอกว่า "หัวหิน" ยังถือเป็นแหล่งอาหารการกิน หลากหลาย และในแต่ละร้านนั้น ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงกันมากมาย ทั้งอาหารทะเลสดๆ อาหารตำหรับชาววัง อาหารแบบไทยๆ ส่วนเรื่องที่พัก โดยเฉพาะโรงแรมที่หัวหินนั้น มีที่พักให้นักท่องเที่ยว เลือกพักผ่อนกันหลากหลาย ตั้งแต่แบบราคาประหยัด ไปจนถึงแบบหรูหรามีระดับ หรือหากชอบบรรยากาศเย็นสบายติดทะเล ก็มีให้เลือกพักตามความพอใจ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่น่าแปลกใจเลยครับว่า "หัวหิน" จะเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมไปท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย
           "หัวหิน" เดิมมีชื่อว่า "บ้านสมอเรียง" หรือ "บ้านแหลมหิน" อำเภอหัวหิน ในอดีตเป็นพื้นที่เขตปกครองของส่วนหนึ่งในเมืองปราณบุรี (เมืองชั้นจัตวา) ขึ้นตรงแขวงเมืองเพชรบุรี จนกระทั่งมีการจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล จึงได้อยู่ในพื้นที่ของอำเภอปราณบุรี เมืองเพชรบุรี (จังหวัดเพชรบุรี)
           ต่อมา วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชองการเหนือเกล้าให้รวมเอาอำเภอเมืองปราณบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธุ์ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อนเข้ารวมเป็นจังหวัดปราณบุรี และภายหลังได้รับการจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอหัวหิน ได้รับประกาศยกฐานะจากกิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี ตั่งแต่วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2492 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2492
            ชุมชนหัวหินก่อตั้งขึ้นในราวปี พ.ศ. 2377 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เมื่อชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจากทางตอนเหนือละทิ้งถิ่นฐาน และเดินทางมาจนถึงพื้นที่ที่เป็นบริเวณใกล้กับเขาตะเกียบในปัจจุบัน แล้วได้ตั้งถิ่นฐานที่บริเวณนี้ เพราะเห็นว่าเป็นหาดทรายที่สวยงามและแปลกกว่าที่อื่น คือมีกลุ่ม หินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป อีกทั้งที่ดินก็มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเกษตรและการประมง แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านสมอเรียง"
              ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนเรศวรฤทธิ์ (พระองค์เจ้าชายกฤษดาภินิหาร ต้นราชสกุลกฤดากร) ได้มาสร้างตำหนักหลังใหญ่ชื่อ "แสนสำราญสุขเวศน์" ที่ด้านใต้ของหมู่หินริมทะเล (ปัจจุบันคือบริเวณที่อยู่ติดกับโรงแรมโซฟิเทลฯ) และทรงขนานนามหาดทรายบริเวณนี้เสียใหม่ว่า "หัวหิน" จนเมื่อเวลาล่วงไป ทั้งตำบล ในบริเวณนี้ก็ถูกเรียกในชื่อเดียวกันว่า "หัวหิน" และเจริญเติบโตขยายขึ้นเป็นอำเภอหัวหินจนถึงปัจจุบัน
           แน่นอนครับว่า ผมเขียนถึง "หัวหิน" เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "หัวหิน" แต่จำไม่ได้จริงๆว่า มาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว แต่ทุกครั้งที่มาผมก็จะเก็บความประทับใจ ไว้ในลำดับต้นๆของผมเลยทีเดียวก็ว่าได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เขียนเกี่ยวกับ "หัวหิน" มีอีกหลากหลาก ที่ผมเก็บความประทับใจ และความทรงจำด้วยภาพถ่าย เพื่อรอที่จะร้อยเรื่องราวต่างๆในครานั้นออกมา แต่ก็ไม่สบโอกาสเสียที การเขียนถึง "หัวหิน" ในวันนี้ ก็ถือเป็นเรื่องราวหนึ่ง จากหลายๆเหตุการณ์ที่ผมมาเยือน "หัวหิน" อยากบอกเล่า...เพราะถ้าไม่ระบายออกมาผ่าน
 ตัวหนังสือให้ท่านอ่าน กลัวจะจุกอกเสียก่อน...ไปนู่นทีเดียว
         "หัวหิน" นอกจากจะเป็นสถานที่พักตากอากาศที่มีชื่อเสียง เพราะมีภูมิประเทศงดงาม มีน้ำทะเลใส หาดทรายขาว และอากาศบริสุทธิ์แล้ว  ผู้คนที่มาเยือน "หัวหิน" แห่งนี้ก็มักจะนิยมเก็บความประทับใจที่ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งภาพถ่าย และของที่ระลึก เป็นสิ่งหนึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ "หัวหิน" 
         "ตลาดน้ำหัวหิน" ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของหัวหิน ที่ผมมาเยือนเมื่อไม่นานเท่าไหร่ การเดินทางมายัง "ตลาดน้ำหัวหิน"
หากเริ่มจากตัวเมืองหัวหิน ก็ขับรถมาตามเส้นทางทางเขาตะเกียบ เมื่อถึงสามแยกที่ตัดเข้าเขาตะเกียบ ให้เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน ไปทางเดียวกับปราณบุรี ประจวบฯ แล้วยูเทรินแรก เข้า ซอยหัวหิน 112 ตามถนนไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกตลอดทางครับ "ตลาดน้ำหัวหิน" จะอยู่ทางซ้ายมือ ที่ทางเข้า "ตลาดน้ำหัวหิน" จะมีน้ำพุ และเรือลำใหญ่ ติดป้ายตัวโตๆ ว่า "ตลาดน้ำหัวหิน" เป็นมุมที่คนชอบมาถ่ายรูปกัน ผมเองก็ไม่พลาดเช่นกัน เข้ามาด้านในมีอีกป้ายให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป สังเกตุที่รั้วของตลาดน้ำ โทนสีและลายคล้ายๆ กับสถานีรถไฟหัวหินเลย
          สะพานแรกที่เดินข้ามมีชื่อว่า "สะพานเทพวัลย์"  เห็นน้ำเขียวใสดูแล้วอยากลงไปแหวกว่ายเหลือเกิน แต่ที่นี่ไม่
ต้องแหวกว่ายให้เสียเวลา เพราะเค้ามีเรือถีบ พร้อมเรือพาย บวกเสื้อชูชีพ ไว้บริการให้เราล่องเรือ ชมรอบตลาดน้ำ เปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินมาล่องเรือแทน ส่วนการเดินชม "ตลาดหัวหิน" นั้นจะคลาสสิก อีกแบบ เพราะคุณ ต้องห้ามอก ห้ามใจ เพื่อไม่ให้กระเป๋าฉีก เพราะมีของขายมากมายก่ายกอง ในแต่ละซุ้ม แต่
ละร้านค้า ทั้งของกิน ของใช้ ของแต่งบ้าน เสื้อผ้า ของที่ระลึก...เยอะมาก เช่น ร้าน น้ำแข็งไสนมสด ICE OASIS อากาศร้อนๆ แบบนี้ขายดีครับ รูปแบบของร้านค้าที่นี่จะเป็นห้องแถวโทนสีขาว มีประตูพับเหมือนบ้านโบราณ และร้านขายเสื้อยืด "ตลาดน้ำหัวหิน" ใครอยากได้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ว่าไปเที่ยวมา ลองเข้าไปเลือกซื้อกัน
            "มุมถ่ายรูป" มีรถสามล้อมาตั้ง ฉากหลังเป็นกำแพงตลาดน้ำหัวหิน ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเก็บภาพเป็นที่ระลึกไม่ขาดสาย การเดินชมภายใน "ตลาดน้ำหัวหิน" จะเดินเป็นวงกลม ตรงใกล้ๆ กับทางออกจะเป็นโซนร้านอาหาร สามารถซื้ออาหารแล้วมานั่งทานที่โต๊ะได้เลย โต๊ะที่อยู่ริมน้ำจะบรรยากาศดีมองเห็น "ตลาดน้ำหัวหิน" ได้โดยรอบ สุดท้ายแล้ว หากใครผ่านมา ก็ลองมาแวะเวียนเที่ยว "ตลาดน้ำหัวหิน"  กันดูก็ได้บรรยากาศอีกแบบที่ "หัวหิน"  

      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" จากถนนเพชรเกษม เลี้ยวเข้าสู่ถนนดำรงราช (หัวหิน 51) ตรงไปจนสุดซอย (ข้ามถนนแนบเคหาสน์ไปจนถึงทะเล) จะพบเจอกับร้านอาหาร "อยู่เย็น" โครงสร้างของร้านอาหารอยู่เย็น ถูกดัดแปลงมาจากบ้าน
ทรงไทยโบราณ ล้อมรอบด้วยสวนสวยหันหน้าออกสู่ทะเล ที่นั่งส่วนใหญ่อยู่กลางแจ้งติดกับชายหาด ซึ่งทางร้านจัดเก้าอี้นั่งเล่นชิว...ชิว...ไว้ให้ชมทิวทัศน์ก่อนหรือหลังอาหารอีกด้วย แม้ตัวตัวบ้านจะเก่าโบราณ แต่

ก็มีการซ่อมแซมบูรณะ และอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เพื่อรักษาคุณค่าของงานสถาปัตยกรรมในยุคโบราณไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อๆ ไปได้มีโอกาสเห็น
      ร้าน "อยู่เย็น"
นอกจากจะมีบรรยากาศนั่งสบาย ดูอบอุ่น ย้อนยุค "ท่านขุน" แล้ว อาหารแต่ละเมนู เรียกได้ว่าหากใครได้ลิ้มรสแล้ว ต่างติดอกติดใจทุกครั้งที่มาเยือนร้านอาหารแห่งนี้ ซึ่งลูกค้าประจำส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ ต้มยำปลาทูใบมะขาม ถือเป็นเมนูเด็ดของร้านนี้ ส่วนน้ำพริกไข่ปู ก็ถือว่าขึ้นชื่อมาก 
เพราะใช้ไข่ปูตำละเอียดลงไปพร้อมๆ กับเครื่องปรุงเลย รสชาติที่ได้ก็เลยเข้มข้นไม่ซ้ำใคร และยังมีอีกหลากหลายเมนู ที่ผมคงไม่เล่าต่อเดี๋ยวยาว...เอาเป็นว่าหากใครได้มา "หัวหิน" น้อยคนนักที่จะไม่จดจำความประทับใจกลับมาบ้าน วันนี้ลาไปก่อน เพราะจะไปนั่งคิดดูว่า หรืออีกกี่เหตุการณ์ที่ผมมา "หัวหิน" แล้วยังไม่ได้เขียนถึงครับ...!!!
                                                        นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น