วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

ไอเดียพุ่งปี๊ดดันสับปะรดสู่แฟร์เทรด

          "ตะลอนตามอำเภอใจ"-จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯไปทางใต้ 289 กม. เป็นจังหวัดใต้สุดของภาคกลาง ทิศตะวันตกติดกับดินแดนของสาธารณรัฐสังคมนิยมเมียนมาร์ ทิศตะวันออกติดอ่าวไทย ทำให้มีชายหาดยาว?เหยียดถึง 224 กม. ส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทยอยู่ในท้องที่ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ โดยวัดระยะจากชายฝั่งทะเลไปจรดชายแดนไทย-พม่าที่ด่านสิงขรประมาณ 12 กม.
        นอกจากจะมี?แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างหลากหลายแล้ว อาทิ ป่า เขาลำเนาไพร ถ้ำและน้ำตกทั่วไป รวมทั้ง โบราณสถานดังนี้คือ พระราชวังไกลกังวล หาดหัวหิน เขาตะเกียบ-เขาไกรลาส หาดสวนสน น้ำตกป่าละอู อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด ถ้ำไทร ถ้ำแก้ว เขาช่องกระจก อ่าวประจวบฯ อ่าวมะนาว อุทยานเขาหินเทิน ด่านสิงขร หาดวนกร น้ำตกห้วยยาง ตำหนักกรมหลวงชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ ทองบางสะพาน อ่าวแม่รำพึง  อ่าวบ่อทองหลาง อุทยานป่ากลางอ่าว หาดปราณบุรี หาดบางเบิด และเกาะต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน
     "สับปะรด"  ยังถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำเงินให้แก่ประเทศอย่างมหาศาลอีกด้วย ที่สำคัญชื่อเสียงของ "สับปะรด" จังหวัดประจวบฯ นั้นว่ากัน...ว่าอร่อยจนต้องนำไปประกอบไว้ในคำขวัญประจำจังหวัดกันเลยทีเดียวครับ เพราะหากใครได้แวะเวียนมาที่จังหวัดประจวบฯ จะสามารถพบไร่
สับปะรดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาได้ทุกหัวระแหงในจังหวัดแห่งนี้ จุดเด่นของสับปะรดประจวบฯ คือเนื้อสีเหลืองกรอบฉ่ำ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน ต้นสับปะรดต้นหนึ่งจะออกผลให้ 3-4 ครั้งเท่านั้นก็จะตาย ปีหนึ่ง ๆ ชาวไร่จะปลูกสับปะรดกันประมาณ 2 ครั้ง จากนั้นคือการดูแลรักษา ซึ่งกว่าจะได้สับปะรดมาสักผลหนึ่งนั้นใช้เวลากันเกือบปีเลยทีเดียว
        หากถามผมว่าสับปะรดประจวบฯ อร่อยจริงหรือเปล่า ผมขอการันตีได้เลยว่า...อร่อยแน่นอน เพราะ ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่ได้กินแล้วต้องติดอกติดใจกัน แม้แต่ช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หรือที่กุยบุรี ก็ย่องจากป่าเข้ามาแอบกินสับปะรดของชาวไร่ให้เห็นกันบ่อยๆ พอพี่ช้างยกโขลงมาแอบมากินตอนดึกทีไร สับปะรดก็หายไปเป็นไร่ แต่ถึงขนาด

 นั้นชาวบ้านจะไม่ทำอันตรายช้าง อยากกิน...กินไปอย่างมากก็แค่ขู่ให้กลัวเท่านั้นเอง
           แน่นอนครับว่า ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่จังหวัดประจวบฯ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็จำไม่ได้ว่ามาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญที่จะมานั่งย้อนอดีตหา "จิ๋นซี" กันว่าจริงมั้ย เข้าเรื่องกันเลย คือช่วงปลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา ( 16 มี.ค.) ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสมาเยี่ยมชมงานของสหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอด จำกัด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แถมเป็นวันที่ "คุณสมชาย ชาญณรงค์กุล" อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
นำคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ดูงานสหกรณ์
ในท้องที่และจัดการประชุมผู้บริหารประจำเดือนสัญจร ณ  สหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอดฯ อีกด้วย งานนี้สื่อมวลชนก็เลยได้ "ลันลา" ดูงานอย่างอิ่มหมีพลีมัน รวมถึงได้เข้าไปสังเกตการณ์ ดูการประชุมในครั้งนี้ด้วย อ่ออีกคนถ้าไม่พูดถึงคงไม่ได้เนื่องจากเป็นเจ้าถิ่น "คุณอานนท์ โลดทนงค์" ผู้จัดการสหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอดฯ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้ให้การต้อนรับพวกเราคณะสื่อ อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
       "คุณอานนท์" บอกว่า ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีสมาชิกรวมกว่า 900 กว่าครัว
 เรือน ในส่วนของการผลิตสับปะรดภายใต้ระบบแฟร์เทรดนั้น มีเกษตรกรสมาชิก จำนวน 63 ราย พื้นที่ปลูก 8,500 ไร่ กำลังการผลิต 20,000 ตัน/รอบการผลิต โดยสมาชิกจะผลิตสับปะรดตามมาตรฐานแฟร์เทรดป้อนเข้าสู่โรงงานแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสับปะรดบรรจุกระป๋อง และน้ำสับปะรดเพื่อการส่งออก  นอกจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดแฟร์เทรดจะได้รับเงินค่าสินค้าแล้ว ยังได้รับเงินพรีเมี่ยมพิเศษหรือเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากผู้ซื้อในระบบการค้าที่เป็นธรรมด้วย
          สำหรับทิศทางอนาคตสหกรณ์ฯ นั้น "คุณอานนท์" ก็บอกว่ามีแผนเปิดรับสมาชิกเพิ่มขึ้น เพื่อขยายฐานการผลิตรองรับการตลาดที่มีแนวโน้มการแข่งขันสูง ขณะเดียวกันยังมีแผนเร่งผลักดันสินค้ามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง อ้อยและน้ำตาล และพืชผักอื่นๆ เข้าสู่ระบบตลาดแฟร์เทรดด้วย เพื่อสร้างความหลากหลายของชนิดสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าสหกรณ์ฯ ในตลาดโลก
           ในวันที่ผมมาเยี่ยมชมที่ทำการสหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอดฯ นั้น ก็มีการฝึกอบรมการกรีดยางพารา อย่างถูกวิธีให้กับชาวสวนอย่างพารา เพราะดูเหมือนสหกรณ์ฯ จะตระหนักดีว่าหากในอนาคตเกิดการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวขึ้นมาเมื่อไหร่ เจ้าของสวน พร้อมลูกๆหลานๆ คงจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ ที่สำคัญอาชีพรับจ้างกรีดยางพรา ถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีการแบ่งกำไรกันอย่างงาม เจ้าของสวน 60 คนรับจ้างกรีดยาง 40 นับได้
 ว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ดูเหมือนแรงงานไทย ยังมองข้ามอาชีพนี้อยู่มากครับ
         ขณะเดินไปมาอยู่ในที่ทำการสหกรณ์ฯได้พบ "คุณเซี่ยมหงษ์ ภู่ระย้า" ประธานกลุ่มแปรรูปกระดาษใบสับปะรดบ้านทุ่งเคล็ด หมู่ที่ 2 บ้านทุ่งเคล็ด ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบฯ มาตั้งซุ้มเล็กๆที่มีกระดาษจากใยสับปะรด หลากสีสันวางอยู่เบื้องหน้า ก็เลยถือโอกาสพูดคุยกับ "คุณเซี่ยมหงษ์" ถึงที่มาที่ไปของกระดาษจากใยสับปะรด
           "คุณเซี่ยมหงษ์" เล่าว่า ก่อนหน้านี้มีปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ เลยนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นสับปะรดกวน โดยขอความรู้จากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน จากนั้นนำออกขายในชุมชนและงานให้สมาชิกมาลงหุ้นและช่วยกันผลิตออกขายฝากตามร้านของฝากต่างๆ เรื่อยมา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
          จุดเริ่มต้นของการทำกระดาษจากใยสับปะรดนั้น  "คุณเซี่ยมหงษ์ เล่าว่าแรกๆ กลุ่มทำสับปะรดกวน ใช้กระดาษห่อ จึงมาคิดว่าทำอย่างไรไม่ต้องซื้อเป็นการลดต้นทุน จึงตัดสินใจศึกษาการทำกระดาษจากใยสับปะรด เพราะอย่างไรเสีย ใบสับปะรดหลังเก็บเกี่ยวผล ต้องทิ้งอยู่
 แล้ว หากนำมาแปรรูปไม่ต้องซื้อหา แม่บ้านทุกคนมีใบสับปะรดอยู่แล้ว ที่สำคัญกระดาษจากใยสับปะรด ใช้ห่อของขวัญได้ ห่อเอกสาร ทำแฟ้มได้ คล้ายๆ กระดาษสา ก่อนหน้านี้ซื้อมาแพงจึงต้องลดต้นทุน และไปศึกษาดูงานที่ต่างๆ ลองผิด ลองถูกจนกระทั่งสามารถผลิตกระดาษจากใยสับปะรดเองได้ในที่สุด ส่วนกลุ่มแม่บ้านฯ ถือเป็นสมาชิกสหกรณฯ อยู่แล้ว ซึ่งสหกรณ์ฯก็คอยแนะนำส่งเสริม ช่วยเหลือกลุ่มแม่บ้านฯอยู่
              "คุณสมชาย ชาญณรงค์กุล" อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  เล่าถึงภาพรวมของสหกรณ์ในจังหวัดประจวบฯ ว่าขณะนี้สินค้าและธุรกิจสหกรณ์ไทยได้พัฒนาเข้าสู่ระบบตลาดการค้าที่เป็นธรรมหรือแฟร์เทรด (Fair Trade) เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดสหภาพยุโรป โดยสหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอดฯ ได้ส่งเสริมและผลักดันวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดแฟร์เทรดให้ผลิตสับปะรดอย่างครบวงจร  พร้อมพัฒนาระบบการผลิตและผลิตภัณฑ์สับปะรด  จนได้รับการรับรองมาตรฐานแฟร์เทรดจากองค์กรแฟร์เทรด ลาเบลลิ่ง (FLO) สาธารณรัฐเยอรมนี ทำ
 ให้สามารถส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรดไปยังตลาดสหภาพยุโรป (EU) ได้หลายประเทศ อาทิ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์  มีมูลค่าส่งออกรวมปีละกว่า 1,500 ล้านบาท  ซึ่งเป็นช่องทางรองรับผลผลิตของเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์  ช่วยลดปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำและล้นตลาดได้
      "คุณสมชาย" อธิบายถึง "แฟร์เทรด" ว่าเป็นระบบการค้าที่สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้บริโภค รวมถึงแรงงานที่อยู่ในระบบ โดยผู้ผลผลิตและผู้จัดจำหน่ายสามารถขายสินค้าได้ในราคาที่มีกำไร ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่แรงงานได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ไม่ถูกกีดกันเรื่องเพศ สีผิว เชื้อชาติ ศาสนา และอายุ ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรแฟร์เทรดมากกว่า 3,000 องค์กร อยู่ในมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ผลิตรายย่อยและแรงงานที่เกี่ยวเนื่องกับระบบแฟร์เทรดกว่า 1 ล้านคน
 ซึ่งผู้ที่ได้รับรองตราสัญลักษณ์แฟร์เทรดจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ในขบวนการผลิตต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างความเป็นธรรม มีการประกันราคาขั้นต่ำผลผลิต ดูแลการจ้างาน ตลอดจนมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคมด้วย  ซึ่งเราภูมิใจเป็นอย่างมากที่สหกรณ์ไทยพัฒนาตัวเองให้สามารถก้าวไกลสู่สากลตามที่วางเป้าหมายไว้
           ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" การมาเยี่ยมชมสหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอดฯ นอกจากผมจะมีโอกาสเดินทางมาชมแปลงกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดภายใต้
 การค้าที่เป็นธรรม "แฟร์เทรด" แล้ว ยังมีโอกาสเยี่ยมชมโรงงานสับปะรดกระป๋อง ของบริษัทสามร้อยยอดฯ อีกด้วย แต่ที่ต้องขอบคุณเห็นจะเป็นอาหารมื้อกลางวัน ที่นำมาเลี้ยงสื่ออย่างพวกเราหลากหลายเมนู โดยเฉพาะน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด หรือขนมจีน แกงเขียวหวานไก่ อิ่มหนำสำราญจริงๆเชียว วันนี้ลาไปก่อนครับ...!!!
                                                       นวย เมืองธน
                                                           

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น