วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปิดทองหลังพระ หนองวัวซอยั่งยืน

           "ตะลอนตามอำเภอใจ"-จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ซึ่งได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนาระบบต้นแบบตามโครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ 
        ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ  ให้มีการขยายผลไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่ชุมชนอย่างกว้างขวางผ่านการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน  ประชาสังคม  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานในพื้นที่ จังหวัด  สถาบันวิชาการและหน่วยงานส่วนกลางตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ กำหนด ได้แก่ เครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง  ,มีสภาพปัญหาในพื้นที่  เป็นพื้นที่ที่มีข้อมูลเพียงพอต่อการทำตัวชี้วัดบ่งชี้ความสำเร็จ ,พื้นที่สำคัญทางระบบนิเวศและคนโดยรอบได้รับ
 ประโยชน์จากโครงการ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ในเชิงระบบ
     นอกจากนี้ จังหวัดอุดรธานี ยังมีพื้นที่ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด  และดำเนินงานประสบผลสำเร็จ  คือ โครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย  อ.หนองวัวซอ  ซึ่งได้รับ
 การคัดเลือกเป็นต้นแบบในการขยายผลหมู่บ้านอื่นๆ  โดยมีแนวทางดำเนินการและได้รับความร่วมมือของทุกฝ่าย  ไม่ว่าจะเป็น  นายอำเภอ  ปลัดอำเภอ  เกษตรตำบล  พัฒนากรตำบล ปลัด-องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่  ซึ่งถือเป็นข้อต่อสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดกับประชาชน ทำให้กระบวนการเข้าใจ เข้าถึง ของชาวบ้านสำเร็จภายในระยะเวลาอันสั้น
      แน่นอนครับว่าผมเกริ่นนำถึงเรื่องนี้ เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในโครงการสื่อมวลชนสัญจร ร่วมกับคณะสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พามาศึกษาดูงานเยี่ยมชมโครงการปิดทองหลังพระบ้านโคกล่าม-แสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ
 อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี  คุณอภิชาติ เทียวพานิช รองอธิบดีกรมการปกครอง เล่าว่า โครงการปิดทองหลังพระสืบสานแนวทางพระราชดำริ เริ่มจากที่อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน จ ากนั้นก็มีการขยายผลเรื่อยมา โดยยึดแนวพระราชดำรัส "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ซึ่งนโยบายของ คุณสุกิจ เจริญรัตนกุล อธิบดีกรมการปกครอง ต้องการให้  1 อำเภอ มี 1 ศูนย์เรียนรู้ และตั้งเป้าไว้ที่ 84 แห่งในระดับอำเภอต้นแบบทั่วประเทศ
   "คุณอภิชาติ" บอกว่า บทบาทของฝ่ายปกครองในการผลักดันให้โครงการปิดทองหลังพระฯ ประสบความสำเร็จนั้น ก็ประกอบด้วย แผนพัฒนาหมู่บ้าน ซึ่งต้องเกิดจากการประชาคมผู้เกี่ยวข้อง  รวมถึงบทบาทของคณะกรรมการหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านมีความศรัทธาในแนวพระราชดำริ  พร้อมที่จะลุกขึ้นมาทำงานโครงการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้วยตนเองและสามารถดำเนินการ
 ได้ทันที โดยใช้องค์ความรู้ของมูลนิธิภาคีสืบสานแนวพระราชดำริ  และจัดตั้งกลไกสนับสนุนการทำงานในพื้นที่  ได้แก่ ระดับจังหวัด มีคณะทำงานสนับสนุนระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ขยายผล 
      โดยมุ่งเน้นการบูรณาการทำงานและงบประมาณร่วมกับหน่วยงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งแนวดิ่งและแนวราบ ระดับพื้นที่ มีทีมปฏิบัติการระดับพื้นที่  เป็นข้าราชการที่มีภารกิจแก้ไขปัญหาหลักของพื้นที่  พร้อมอยู่กับชาวบ้าน และมีทีมพี่เลี้ยง อย่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ
    จนกว่ากระบวนการเข้าใจ เข้าถึง  จะแล้วเสร็จ  เพื่อร่วมเก็บข้อมูลที่เป็นจริงของพื้นที่ทั้งด้านสภาพภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม  ปัญหาและความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง  ตามแบบสำรวจสภาพเศรษฐกิจ-สังคมฯ  จัดทำแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ตามแนวพระราชดำริองค์ความรู้  6  มิติ  คือ น้ำ ดิน เกษตร พลังงานทดแทน ป่า และสิ่งแวดล้อม และมีผู้ประสานงาน ซึ่งเป็นข้าราชการที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างคณะทำงานสนับสนุนระดับจังหวัด ทีมปฏิบัติการพื้นที่  และทีมพี่เลี้ยง 
           คุณเสวก จันทรหอม ผู้ใหญ่บ้านม.11 บ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ ได้พาคณะสื่อมวลชนเดินชมโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเล่าว่า
       ก่อนหน้านี้ช่วงหน้าแล้งน้ำจะแห้งไม่ค่อยมีน้ำมากนัก หลังจากมีโครงการปิดทองหลังพระฯเ ชาวบ้านได้ก่อสร้างฝายเก็กกักน้ำเพิ่มเติมเพิ่มพื้นที่เก็บน้ำจึงมีน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ในอดีตชาวบ้านโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวมักนิยมเดินทางไปทำงานที่อื่นกัน ก็จะเหลือแต่ผู้เฒ่า คนชราและเด็ก ทิ้งไงว้เฝ้าหมู่บ้าน
 กัน พอหลังจากในหมู่บ้านมีความอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้น สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ชาวบ้านที่เคยอพยพไปหางานถิ่นอื่น ก็หันกลับมาทำการเกษตรในหมู่บ้านมากขึ้น ถือเป็นส่วนสำคัญจากผลการดำเนินงานตามโครงการปิดทองหลังพระ 
            คุณธีรภัทร อดิเทพสถิตย์ นายอำเภอหนองวัวซอ บอกว่า การทำงานแบบมีส่วนร่วมโดยให้การถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทำงานและโครงการจะขับเคลื่อนเมื่อชาวบ้านมีความพร้อม เช่น ถ้าต้องการฝายหรือคลองส่งน้ำ ชาวบ้านต้องช่วยกันกำจัดวัชพืชขุดลอกตะกอนดิน และปรับพื้นที่ก่อน หรือเมื่อต้องการเลี้ยงหมู ชาวบ้านต้องสร้างเล้าหมูและเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งการทำงานแบบองค์รวม มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เชื่อมโยงในทุกมิติครบวงจร
         ตั้งแต่การผลิตในระดับต้นน้ำ ระดับกลางน้ำ และปลายน้ำ มีการพัฒนาแหล่งน้ำโดยการทำฝายอนุรักษ์ อ่างพวงปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก การทำงาน ส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา ปศุสัตว์ และประมง โดยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน เมื่อการทำงานเป็นรูปธรรม พื้นที่รับน้ำทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น หลังจาก มีการบริหารจัดการน้ำ ผลผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้น มีการปลูกพืชหลังนา เกษตรกรมีอาชีพเสริม หนี้สินลดลงก็มีรายได้เพิ่มขึ้น           
            คุณขันติ บุญกว้าง ชาวบ้านแสงอร่าม บอกว่า หลังมีโครงการปิดทองหลังพระ เข้ามาในหมู่บ้าน ก็มีองค์ความรู้เข้ามาสู่ชาวบ้านมากมาย อาทิ การเลี้ยงหมู ซึ่งตนเองเป็นเกษตรกร และเลี้ยงหมูอยู่แล้ว เมื่อก่อนซื้อแต่หัวอาหารมาเลี้ยงหมู ต้นทุนก็มาก แต่พอมีโครงการปิดทองหลังพระเข้ามา การลด การจ่าย ในการซื้อหัวอาหารก็น้อยลง เพราะมีการถ่ายทอดความรู้ สนับสนุนให้ชาวบ้านมีการใช้พืชผักต่างๆ รวมถึง ต้นกล้วยมาทำเป็นอาหารให้หมู โดยการนำมาสับหมักกับกากน้ำตาล จึงทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารเลี้ยงหมูได้มากเลยทีเดียว
          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" วันนี้ไม่ได้ไปแนะนำร้านอาหารที่ไหน เพราะมื้อเช้าพวกเราฝากท้องไว้กับชาวบ้านในพื้นที่ "ก๊วยจับญวน" ถือเป็นอาหารจานด่วน ที่นอกจากจะเป็นฝีมือของชาวบ้านที่ทำกันในพื้นที่แล้ว บรรยากาศไม่ต้องพูดถึงสุดยอดทีเดียว ร้านอาหารใหญ่ๆสู้ไม่ได้ทีเดียว ส่วนมื้อเที่ยงก็ฝากท้องกับชาวบ้านเหมือนเคย คราวนี้เล่นถาดหลุมใส่อาหาร ทำให้คิดถึงสมัยเด็กๆจริงๆ แต่อาหารแต่อย่างนี่สิถือว่าไม่ธรรมดาแต่ละอย่างแซบหลายเด้อ...วันนี้ลาไปก่อนครับ...!!!
                                                          นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น