วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

"กระทิง" ขอความเป็นธรรม มนุษย์ผู้เจริญรุกวังน้ำเขียว

          ตะลอนตามอำเภอใจ- "วังน้ำเขียว" ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ต่างจากในภาคเหนือ จึงถูกเรียกขานว่า "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน" "วังน้ำเขียว" มีอาณาเขตติดต่อกับหลายอำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะอุทยานฯเขาใหญ่ และอุทยานฯทับลาน และจากการสำรวจพบว่า เป็นพื้นที่ที่มีก๊าซโอโซนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
      ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆที่ "วังน้ำเขียว" ก็คงหนีไม่พ้น การได้ไปสูดโอโซน  และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่วนใครที่ชอบส่องสัตว์ แน่นอนครับว่าการได้ไปดูกระทิงที่ "เขาแผงม้า" นั้นถือว่าท้าทายประสบการณ์นักท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งช่วงที่ดูกระทิงที่ดีที่สุดคือประมาณห้าโมงเย็น
ถึงพลบค่ำ โดยจะพบเห็นกระทิงได้ดีที่สุดคือช่วงเดือนพฤษภาคม หรือต้นฤดูฝน การเดินทางไปชมกระทิงที่"เขาแผงม้า"นั้นต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกระบะจะสะดวกที่สุด
            ผมหยิบยกเรื่อง "วังน้ำเขียว" มาเขียนถึงแน่นอนครับว่า ผมมีโอกาสมา 
 "ตะลอนตามอำเภอใจ" ดูภารกิจของกรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการติดตามดำเนินคดี ผู้บุกรุกป่าวังน้ำเขียว รายใหม่ใหม่ๆ บริเวณเขาแผงม้า ที่เข้ายึดครองบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติป่าเขาภูหลวง สร้างรีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศ กันหลายพันไร่ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
           "นายวิฑูรณ์ ชลายนนาวิน" ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามการบุกรุกป่าวังน้ำเขียว ได้นำกำลังลงพื้นที่ บริเวณรีสอร์ท 22 แห่ง ที่บุกรุกและสร้างสิ่ง
ปลูกสร้างในเขตป่าสงวนโซนซี ที่ห้ามใช้ประโยชน์จากที่ดินเด็ดขาด โดยได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วในก่อนหน้านี้  และกรมป่าไม้ได้ตรวจสอบเพิ่ม พบมีการบุกรุกอีก 10 แห่ง รวมเป็น 32 แห่ง ที่ถูกดำเนินคดีในขณะนี้  นอกจากนี้ ยังพบการบุกรุกสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มอีก 6 จุดด้วย
         "นายวิฑูรณ์ ชลายนนาวิน" ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ บอกว่า สำหรับการลงพื้นที่ "วังน้ำเขียว" ในครั้งนี้ ทางกรมป่าไม้ได้ใช้อำนาจทางการปกครอง คือมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้ให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือไปติดประกาศแจ้งเตือน ให้เจ้าของรีสอร์ท มาแสดงตน และกำหนดให้เจ้าของผู้ครอบครองมาแสดงกรรมสิทธิ์ จากวันที่ติดประกาศภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการ ก็จะเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เข้ารื้อถอน ทำลาย สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่บุกรุก ซึ่งเจ้าของรีสอร์ท จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนอีกด้วย
         "ตะลอนตามอำเภอใจ" ได้เห็น "รีสอร์ท" บางจุดที่อยู่บนยอดเขา ที่กรมป่าไม้นำกำลังเข้าตรวจสอบ ต้องยอมรับครับว่าบรรยากาศ และทิวทัศน์ดีเหลือเกิน โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวนี้ ได้สูดโอโซน ที่นี่สดชื่นอย่าบอกใคร เหมาะจริงๆสำหรับการมาพักผ่อน และคงจะด้วยเหตุนี้นี่เอง บรรดานาย
ทุน หรือผู้มีอันจะกิน ทั้งหลายแหล่ จึงได้แห่แหน เข้ามาจับจองยึดครองพื้นที่ "วังน้ำเขียว" กันเป็นว่าเล่น ป่านับพันไร่ ในบางพื้นที่ถูกบุกรุกยึดครองเห็นเป็น"เขาหัวโล้น" ก็มี น่าเสียดายจริงๆสำหรับธรรมชาติที่สูญเสียไป โดยเฉพาะบางพื้นที่ถูก "อิทธิพล" คนมีสี ระดับ "นายพล" เข้ายึดครองพื้นที่ 5 ไร่ และดูเหมือนจะขยายการรุกป่า กินพื้นที่
 โดยรอบออกมาอีกนับ 200 ไร่ ก็ถือว่าน่าห่วงจริงๆครับ เพราะคนส่วนมากที่เข้าไปบุกรุกยึดครองพื้นที่ป่า แน่นอนว่า เป็นคนมีอันจะกินเสียส่วนใหญ่ ถึงขั้นเศรษฐี ด้วยซ้ำไป ชาวบ้านธรรมดาคงไม่มีปัญญา ขนไม้ แบกปูน ไปสร้างบ้านหลังใหญ่โต อยู่ตามยอดเขาได้อย่างแน่นอน
         "นายสมหวัง เรืองนิติวัติศัย" ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 จังหวัดนครราชสีมา บอกว่า การให้เจ้าของรีสอร์ท ชี้แจงข้อเท็จจริงนี้ ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งในการเตรียมการออกคำสั่งทางปกครอง และถือเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่แยกต่างหาก จากการ
 ดำเนินคดีอาญา และดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากการบุกรุกทำลายป่า ซึ่งหากเจ้าของรีสอร์ท ไม่มาแจ้งข้อเท็จจริงให้เจ้าหน้าที่ทราบ ยอมส่งผลทำให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายสามารถพิจารณาออกคำสั่งทางปกครองได้
         สิ่งหนึ่งเห็นจะหนีไม่พ้น การที่อบต.ได้จัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ หรือภบท.5 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดการยึดถือเป็นเอกสารในการซื้อ-ขาย และครอบครองที่ดิน ผู้ครอบครองป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508
จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่
    สำหรับเรื่องนี้ ถือเป็นปัญหาในระดับพื้นที่ ซึ่งเจ้าของรีสอร์ท มักออกมาโวยวายว่าได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ มาโดยตลอด ประเด็นสำคัญ ยังมีการประกาศขายที่ทางเว็ปไซด์ โดยอ้างอิงว่ามีเอกสาร ภบท.5 ถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น ขายที่ดิน เขาแผงม้า อ.วัง
น้ำเขียว เอกสารสิทธิ ภบท.5 ที่ดินวิวสวย อากาศดี สถานที่ตั้ง : เขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียวจำนวน :45 ไร่ ราคาขายไร่ละ : 700,000 เอกสารสิทธิ :ภบท.5 เป็นต้น
          จากการที่ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "เขาแผงม้า" ได้พบเห็นรอยเท้าของฝูงกระทิงมากมาย มีทั้งรอยเท้าใหม่ และเก่า บ่งบอกได้ว่าเป็นพื้นที่และอาณาเขตของฝูงกระทิง บางพื้นที่มีการทำไร่ข้าวโพด นับร้อยๆไร่ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นของชาวบ้าน หรือนายทุน บริเวณรอบไร่ มีการทำรั้วราวสำหรับปล่อยไฟฟ้า เพื่อป้องกันกระทิงบุกรุกเข้ามาทำลายพืช
 ผลทางการเกษตรภายในไร่
            "กระทิง" ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 และสิ่งที่น่าห่วง คือการบุกรุกของมนุษย์ จะทำให้วิถีการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ของกระทิงที่มีมากกว่า 100 ตัว ในพื้นที่ "เขาแผงม้า" ต้องเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ถือเป็นสิ่งที่ "นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข"  รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คงต้องให้ความสำคัญและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
              แม้ "เอ็นจีโอ" บางคนจะมองว่าหลังจากกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ได้เดินหน้าดำเนินคดีกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อคืนพื้นที่ป่าให้กับกระทิง จะไม่ใช่ทางออกที่แท้จริงก็ตาม แต่อย่าลืมน่ะครับว่า ที่ผ่านมา "มนุษย์" ได้เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่า และเป็นอาณาจักรของ "กระทิง" ผมเชื่อว่าหาก "กระทิง" เหล่านี้สามารถแหกปากร้องได้เหมือนคน พวกมันคงจะตะโกนก้องป่าว่า "พวกมึงนั่นแหละที่เข้ามายึดครองป่า และกำลังทำให้วิถีชีวิตของพวกกู เผ่าพันธุ์ "กระทิง" ต้องเปลี่ยนไป หรือบางทีพวกกู อาจต้องสูญพันธุ์ ด้วยฝีมือมนุษย์ อย่างพวกมึง "มนุษย์" ที่เรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐ"
               ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สถานการณ์การรุกป่าวังน้ำเขียว ผมเชื่อว่าคงเป็นเรื่อง เป็นราวอีกนาน โดยเฉพาะมีการบุกรุกในพื้นที่ "วังน้ำเขียว" อีกมากที่กรมป่าไม้ กำลังเข้าตรวจสอบ และสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่เห็นจะหนีไม่พ้น "อิทธิพล" เรื่องนี้ถือว่าระดับชาติ ที่ "น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมตรี ต้องให้ความสำคัญ และดูแลปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นใน "วังน้ำเขียว" เป็นระยะๆ และอย่าลืมช่วยทวงผืนป่าให้ความชอบธรรมกับ "กระทิง" ที่กำลังจะสูญพันธุ์ในอนาคตด้วยครับ
            ส่วนใครแวะเวียนผ่านมาตะลอน ที่ "วังน้ำเขียว" แล้วเกิดหิวเหมือนผม ก็ขอแนะนำ "ครัวบ้านวังตาล" สถานที่ตั้งอยู่ที่ "วังน้ำเขียว" ร้านนี้ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ใครเป็นเจ้าของก็ไม่รู้ แต่มีอาหารหลากหลายเมนู รสชาติดี คนเยอะมาก บรรยากาศไม่ต้องพูดถึงดีมากๆ เห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ลมโกรกจนหนาวสั่น ผ่านไปแถวนั้นก็ลองแวะกันดู ไปไม่ถูกถามคนที่ "วังน้ำเขียว" น่าจะรู้จักดี วันนี้ลาไปก่อนครับ อยากกิน "กระทิงแดดเดียว" จริงๆ (ล้อเล่น)....!!!
                                                       นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น