วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

"ขี้หมู" ไม่ใช่แค่อึ พลังงานทางเลือกใหม่



          ตะลอนตามอำเภอใจ-นยุคที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาวะโลกร้อน พลังงานต่างๆที่"มนุษย์" ทั้งขุด และสูบจากธรรมชาติ ขึ้นมาใช้ประโยชน์ ก็ดูเหมือนจะร่อยหลอลงทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็น ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมัน โดยเฉพาะประเทศไทย น้ำมัน  และก๊าซธรรมชาติ ในท้องทะเล และอ่าวไทย รวมถึงในพื้นที่ตามจุดต่างๆ คงจะหมดภายในอนาคตอันใกล้นี้
       ด้วยเหตุนี้ การมองหา "พลังงานทางเลือกใหม่" จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่หลายภาคส่วนกำลังมองหา และเห็นถึงความจำเป็น ที่จะต้องเรียนรู้ ทดลอง ให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะในระดับครัวเรือน และชุมชน หากชาวบ้านสามารถลดรายจ่ายจาก "พลังงานกระแสหลัก" เชื่อได้ว่าจะประหยัดเงิน
ในกระเป๋า และมีเงินออมมากขึ้นแน่นอนครับ
     ผมหยิบยกเรื่อง "พลังงานทางเลือกใหม่" มาเขียนถึง เพราะมีโอกาสไป "ตะลอนตามอำเภอใจ" เยี่ยมชม "ฟาร์มหมู" ของ "พ่อหลวงชาญยุทธ" หรือ "นายชาญยุทธ อ๋องทิพย์" ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ถามว่า "ฟาร์มหมู"  มันเกี่ยวกับ "พลังงานทางเลือกใหม่" ตรงไหน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง
            "ตำบลแม่ทา" ในอดีตเคยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม แถมคนในชุมชนยังมีปัญหาสุขภาพ และมีปัญหาหนี้สิน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และการใช้สารเคมี ปัญหาต่างๆเหล่านี้นี่เอง ส่งผลให้วิถีชีวิตอันดีงามของชุมชนเริ่มสูญหายไป ทำให้กลุ่มแกนนำชุมชนลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักในการพลิกฟื้น "ตำบลแม่ทา" ให้กลับมาดี
เหมือนเมื่อครั้งในอดีต แน่นอนครับว่า การจะพลิกฟื้นให้ "ตำบลแม่ทา" กลับมามีวิถีชีวิตที่ดีนั้น
     หัวใจหลักสำคัญ คือความร่วมมือร่วมใจของชาวแม่ทาในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน เกิดการสร้างจิตสำนึกรักษาทรัพยากรท้องถิ่น ส่งผลให้ "ตำบลแม่ทา" กลายเป็นศูนย์กลางที่
มีหน่วยงานจากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมสนับสนุน เช่น โครงการกองทุนเพื่อสังคมโครงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มูลนิธิพัฒนาที่ยั่งยืน(ภาคเหนือ) มูลนิธิไฮริกเบิล์ล กรีนเนท ฯลฯ รวมถึงโครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง ซึ่งบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุน และได้คัดเลือกให้"ตำบลแม่ทา" เป็น 1 ใน 9 ตำบลนำร่องเมื่อ พ.ศ. 2550
              บทพิสูจน์ถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยชุมชน เพื่อชุมชน ที่ชาวตำบลแม่ทา ได้ร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่า ทำให้ "ตำบลแม่ทา” กลายเป็นตำบลต้นแบบ เพื่อการเรียนรู้ที่มีจุดเรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้
และความรู้กระจายอยู่ทั่วตำบล มากมาย และเป็นตำบลตัวอย่างที่ดีของการดำรงชีวิตภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อาทิ กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ตำบลแม่ทา ที่ผลิตภัณฑ์มะขามแก้วและชา การทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมยั่งยืนพื้นที่ดอน  เกษตรกรรมยั่งยืนพื้นที่ลุ่ม เกษตรกรรมยั่งยืน
 พื้นที่สูง ก๊าซชีวภาพระดับครัวเรือน และก๊าซชีวภาพระดับฟาร์ม
             "พ่อหลวงชาญยุทธ" เล่าว่า ปีพ.ศ.2551 ได้ดำเนินการสร้างบ่อแก๊ส จากขี้หมู หรือมูลสุกร นำร่องในครัวเรือนอาสา ขนาด 1 คิว 6 จุด พบว่าถังมีขนาดเล็กเกินไป ผลิตแก๊สได้น้อย
ใช้งานได้ประมาณ 15 นาที การเติมมูลสัตว์ทำได้ยาก แถมพบรอยรั่วในบ่อ ส่งผลต่อแรงดันก๊าส จากบทเรียนครั้งแรก ได้นำมาปรับปรุงและพัฒนาในปี 2552-2553 โดยพัฒนาเป็นบ่อก๊าสขนาด 3 คิว และจัดให้มีที่เก็บแก๊สมากขึ้น  สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเป็นต้นแบบขยายผลเป็นองค์ความรู้ต่อไป
       หลังจากการนำร่องสร้างบ่อแก๊สในครัวเรือน จนประสบผลสำเร็จ และได้ขยายผลไปสู่บ่อแก๊สระดับฟร์ามในเวลาต่อมา จำนวน 1 บ่อ ขนาด 30 คิว  "พ่อหลวงชาญยุทธ" บอกว่า การสร้างบ่อแก๊สในฟร์าม นอกจากจะลดกลิ่นขี้หมู ยังลดปริมาณน้ำมันที่ใช้สูบน้ำล้างคอกหมู ที่กกหมู และทำอาหารอีก ซึ่งจากเดิมต้องใช้น้ำมันวันละ 10 ลิตร ก็ลดลงเหลือ 2 ลิตร ลดค่าใช้จ่ายเดือนละ 2,700 บาท ตกปีละ 3 หมื่นกว่าบาท จากนั้นทางอบต.ก็ได้มีการพัฒนาผลต่อยอดในชุมชน โดยร่วมกับทีมนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพัฒนาบอแก๊สระดับฟร์ามในชุมชนต่อไป
          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" หลังจาก "พ่อหลวงชาญยุทธ" ได้เข้าร่วมโครงการ ได้รับความรู้และเกิดแนว
คิดในการสร้างพื้นที่จัดการพลังงานในระดับฟร์าม ก็ลดปัญหาเรื่องกลิ่น แมลงวัน และน้ำเน่าเสีย ซึ่งทำให้ชาวบ้านในละแวกฟร์ามหมู ที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นและปัญหาน้ำเน่าเสีย ในก่อนหน้านั้น ก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบดังกล่าวอีกเลย วันนี้ พลังงานทางเลือก ดัง
 กล่าว นอกจากจะลดต้นทุน ลดมลพิษ ด้วยการผลิตก๊าซชีวภาพ พลังงานทางเลือกที่บริสุทธิ์ ที่ครัวเรือนทำเอง ใช้เอง และขยายผลไปสู่ฟาร์มระดับชุมชนแล้ว
         เรื่องของพลังงานทดแทน แม้อาจจะดูห่างไกลจากเรื่องของสุขภาพ แต่จริงๆ แล้วการสนับสนุนด้านพลังงานทางเลือกหรือทดแทน เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะดึงนักวิชาการที่ทำงานเรื่องพลังงานทดแทนต่างๆ ให้หันกลับมาทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ได้ด้วยตนเองจริงๆ เพราะที่มาผ่านมาจะพบว่ายังไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างจริงจัง ซึ่งหาก "รัฐบาล" มองเห็นความสำคัญจุดนี้ ก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์กับชาติในอนาคตไม่มากก็น้อย
             ส่วนใครผ่านมาแถวคูเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเช้า ขอแนะนำ "ร้านโจ๊กสมเพชร"  เป็นอีกร้านที่ผมมีโอกาสมาตะตอนฯ แต่ผมเลือกกินข้าวต้มไก่น่ะ ร้านนี้มีโจ๊กที่แสนอร่อย ไม่ว่าจะใส่ไข หรือไม่ใส่ไข่ โจ๊กหมู หรือโจ๊กรวมทะเล มีมากมายให้เลือกสรร นอกจากโจ๊กแล้ว ยังมีเมนูอื่นที่ น่าสนใจมากมาย เช่นข้าวไก่อบ หมูอบ หรือแม้กระทั่งติ่มซำ ใครผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่ อย่าลืม มื้อเช้าไม่ควรพลาด โจ้กร้อนๆ สนนราคาเป็นกันเองยี่สิบกว่าบาท ถึงสี่สิบกว่าบาท  เป็นราคาที่น่าคบในยามเศรษฐกิจยามนี้...!!!
                                                       นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น