วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เมืองเอก ในวันน้ำลด

            ตะลอนตามอำเภอใจ-ค.ศ. 2012 โลกจะเกิดหายนะขึ้นจากอุทกภัยน้ำท่วมโลก ตามที่นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ หรือนักวิชาการต่างออกมาพูดกันก่อนหน้านี้ หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องรอการพิสูจน์  แต่ที่พอรู้สำหรับเรื่องนี้ "ฝรั่ง" มีความตื่นตัวกันมาก โดยเฉพาะในหมู่นักวิทยาศาสตร์อวกาศ และผมก็เชื่อว่าหากคนไทยยังไม่เลิกทะเลาะกัน มีหวังจมน้ำตายแน่ๆ เพราะหากเกิดอุทกภัยน้ำท่วมโลกขึ้นมาจริงๆแล้วละก็ คงเป็นวันหายนะที่ร้ายแรงมาก ว่ากันว่า ร้ายแรงขนาดล้างโลกเลยทีเดียว
  ไม่เช่นนั้น คงไม่มีข่าวลือหึ่งๆว่า มนุษย์ต่างดาวได้เดินทางมาร่วมกับองค์การ NASA เพื่อช่วยสร้างยานอพยพผู้คนในครั้งนี้เป็นแน่ เท็จจริงอย่างไร โปรดใช้วิจารญาณในการอ่านก็แล้วกันครับ ส่วนอุทกภัยน้ำท่วมไทย 54 คงไม่ต้องพูดถึงว่าใครผิด ใครถูก เพราะแน่นอนว่าคงไม่มีใครกล้าหาญพอ ที่จะออกมายืดอก
รับผิดชอบ การบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลว ในครั้งนี้
    ผมหยิบยกเรื่องนี้มาบ่นถึง เพราะมีโอกาสกลับมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่หมู่บ้านเมืองเอก ตำบลหลัก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งผมเองก็มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านนี้เช่นกัน ก่อนหน้านี้หากยังพอจำกันได้ ผมเคยตะลอนฯ ในหมู่บ้านเมืองเอก
มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นน้ำยังท่วมไม่มาก แค่มีน้ำท่วมถนนอยู่ในระดับประมาณ 30 ซ.ม.  เฉพาะบางโครงการ ก็พอ "ลันลา" ไม่เดือดร้อนมากนัก
         "หมู่บ้านเมืองเอก" มีพื้นที่กว้างใหญ่นับหมื่นไร่  มีบ้านพักอาศัยถึง 9 โครงการ ผู้คนอาศัย นับพันหลังคาเรือน ภายในพื้นที่ยังมี
มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นศูนย์รวมของชุมชน รายรอบด้วยโรงเรียนใหญ่น้อยอีก 4 แห่ง สนามกอล์ฟ 2 สนาม และพื้นที่รับน้ำเป็นบึงกว้างนับร้อยไร่
         ช่วงประมาณเกือบๆจะปลายเดือนตุลาคม 2554 ปริมาณน้ำมหาศาล ได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านที่สูงกว่าระดับถนนถึง 1 เมตร
กลายเป็นบ้านกลางทะเลสาปภายในพริบตา ผมเองก็อยากอยู่เฝ้าบ้าน แต่เมื่อกระแสไฟฟ้าถูกตัด  ไม่มีอินเตอร์เน็ต  แม้แต่โทรศัพท์บ้าน เมื่อชีวิตที่เคยสื่อสารกับโลกภายนอกได้ถูกตัดขาดลง คำว่า "อพยพ" จึงเกิดขึ้น เพราะมวลน้ำได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงประมาณ 2.50-3.00 เมตร ขึ้นอยู่กับระดับความสูงต่ำของพื้นที่
          ผมพร้อมครอบครัวจึงได้อพยพออกมาอยู่ที่ "เมืองพัทยา" จังหวัดชลบุรี ชีวิตส่วนใหญ่นอกจากจะทำงานตามปกติ ในฐานะนักข่าว แล้ว สิ่งหนึ่ง คือ การออกสำรวจพื้นที่ใน "เมืองพัทยา" เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-พัทยา แต่ก็ไม่เคยแวะเวียนกลับมาที่หมู่บ้านเมืองเอก เพราะรู้ว่าน้ำยังท่วมสูงอยู่ ได้แต่คอยอำนวยความสะดวก ติดต่อประสานงานให้กับชาวบ้านที่ยังคงปักหลักเฝ้าหมู่บ้านกันอยู่
         จากสถานการณ์น้ำท่วมหมู่บ้านเมืองเอก น้ำได้ท่วมอยู่ในระดับ 2-3 เมตร และน้ำได้ขังและเน่าเหม็นเวลานานเดือนกว่าแล้ว ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงได้นำมวลชนประท้วงและร้องเรียนให้ทางรัฐบาล ดำเนินการแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อน โดยได้ตั้งเครื่องสูบน้ำ ที่สถานีสูบน้ำเทศบาลหลักหกจำนวน 4 เครื่อง ขนาดท่อน้ำเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้ว สถานีสูบน้ำจุดที่ 2 เทศบาลตำบลหลักหก จำนวน 6 เครื่อง ขนาดท่อผ่าศูนย์กลาง 25 นิ้ว 5 เครื่อง และ 12 นิ้ว 1 เครื่อง และศูนย์อำนวยการร่วมกู้วิกฤตน้ำท่วมหมู่บ้านเมืองเอก
มหาวิทยาลัยรังสิต สนามกอล์ฟวิสต้า และเทศบาลตำบลหลักหกจำนวน 4 เครื่อง เพื่อสูบน้ำลงคลองเปรมประชากร และคลองรังสิต และขณะนี้ได้ลดลงมากแล้ว
    ช่วงตลอดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ แม้น้ำบนถนนหนทาง จะลดระดับลงเหลือ 1 เมตร และกำลังลดลงเรื่อยๆ
ตามลำดับ แต่การสัญจรไปมาชาวบ้านก็คงยังต้องสัญจรไปมาด้วยเรือ    "เรือรับจ้าง" จึงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านรอบเมืองเอกอย่างมาก ส่วนราคาไม่ต้องพูดถึง ต่อคน/เที่ยว 100 บาท คือระยะใกล้สุด ส่วนระยะไกลก็เพิ่มอัตราขึ้นตามระยะทาง พอตกกลางคืน หมู่บ้านแห่งนี้จะเงียบสงบ เพราะไฟฟ้ายังถูกตัด
อยู่ แทบทุกหลังคาเรือนที่มีคนอาศัยอยู่ จะต้องพกอาวุธปืน ไว้ใกล้ตัว
    ซึ่งผมจะได้ยินเสียงปืน ในช่วงกลางคืนเป็นระยะๆ หากมีคนแปลกปลอม นำเรือเข้ามาในหมู่บ้าน เนื่องจากก่อนหน้านี้ "หมู่บ้านเมืองเอก" คือเป้าหมาย ของพวกหัวขโมย ไม่ต้องอะไรอื่น แม้แต่บ้านที่ผมอยู่ ก็ถูกงัดจนประตูพัง โชคดีที่หัว
 ขโมย ไม่ได้เอาทรัพย์สินมีค่าอะไรไปมากนัก ด้วยเหตุนี้ จึงไม่แปลกที่ชาวบ้านต้องประกาศเคอร์ฟิว ห้ามคนนอกเข้าหมู่บ้าน และจัดเวรยามออกเรือลาดตระเวนกันในช่วงกลางคืน
          สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นปรากฎการณ์ในช่วงน้ำท่วมหมู่บ้านเมืองเอก ถ้าน้ำไม่ท่วมก็คงไม่ได้เห็น คือ บรรดาปลาเล็ก ปลาน้อย แหวกว่าย ให้เห็นทำให้คิดถึงสมัยเด็กๆที่อยู่สวนแถวฝั่งธนบุรี พอตกดึกก็จะมีหิ่งห้อย ส่องแสงสีเหลืองให้เห็นอีก ถือว่าตื่นตา ตื่นใจ ที่คงพบเห็นได้ในช่วงน้ำท่วมนี้ล่ะครับ
          ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอน
ตามอำเภอใจ" อาหารหลักๆช่วงน้ำท่วมขณะนี้ คงจะหนีไม่พ้นบรรดาอาหารแห้ง ต่างๆ หรือไข่ต้ม ไข่เจียว ที่ผมหยึดเหนี่ยว แค่เพื่อให้ท้องอิ่ม เพราะมันทำง่าย เก็บง่าย ที่สำคัญไม่ยุ่งยาก อีกอย่าง ของสดต่างๆ ช่วงน้ำไม่ท่วม กินจนจุกแล้วครับ ช่วงที่ผมออกเดินสำรวจก็ได้พบกับกลุ่มน้องๆนัก
 ศึกษา คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรควบปริญญาโท
              ซึ่งได้คิดประดิษฐ์เรือสูบน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ามาทดลองสูบน้ำที่ท่วมขังภายในบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านเมืองเอก แม้จะเป็นงานทดลองในหลักสูตรการเรียน แต่ก็ทำให้ผมตระหนักและเข้าใจดีว่า อย่างน้อย "น้ำท่วม" ครั้งนี้ ก็ทำให้เด็กๆกลุ่มนี้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทำให้สะท้อนไปถึงผู้ใหญ่ในสังคมบ้านเรา โดยเฉพาะ "นักการเมือง"  วันนี้พวกคุณคิดอะไร ทำอะไร ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ ต่อชาติ แผ่นดินเกิด และประชาชน โดยที่ไม่มีการแอบแฝงผลประโยชน์ส่วนตนแล้วหรือยัง...??!!
                                                       นวย  เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น