วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เส้นทางรถไฟสายมรณะ

          ตะลอนตามอำเภอใจ- สะพานข้ามแม่น้ำแคว ( The Bridge of the River Kwai) ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ ตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายบอกทางชัดเจน และ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" ยังถือเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง ของประเทศไทย ก็ว่าได้ เพราะเป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่น ได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร  ทั้งทหารอังกฤษ ออสเตรเลีย ฮอลันดา นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา
      เส้นทางรถไฟสายมรณะ ดังกล่าวมีความยาว ประมาณ 61,700 ก.ม. และใช้กรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดีย อีกจำนวนมาก ที่ถูกเกณฑ์ มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า โดยเส้นทางช่วงหนึ่ง มีจุดงข้ามที่แม่น้ำแควใหญ่ จึงต้อง
มีการสร้างสะพานขึ้น ครับว่ากันว่า ในการสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ ในขณะนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะนอกจากขาดแคลนอาหารแล้ว ยังเกิดโรคระบาดต่างๆ ส่งผลให้เชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาสร้างสะพานและรางรถไฟขณะนั้น
จำนวนหลายหมื่นคนต้องจบชีวิตลง จากความป่าเถื่อนและทารุณของ
สงครามในครั้งนั้น
         ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานข้ามแม่น้ำแควเดิมได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมใหม่ ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง เมื่อปี พ.ศ. 2489 จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" จึงถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
         ในประวัติศาสตร์ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" ไม่เคยมีจริง จนกระทั่งสหรัฐอเมริกา ได้สร้างภาพยนต์ขึ้นมา ทางจังหวัดกาญจนบุรี จึงได้ตั้งชื่อสะพานที่ท่ามะขามให้เป็น "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" เพื่อให้เหมือนในหนัง จนกระทั่งมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวและเยี่ยมชมสะพานฯแห่งนี้ และเกิดการสร้างรายได้ให้แก่ท้อง
ถิ่นจนถึงทุกวันนี้
                ผมเกริ่นนำเรื่อง "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" เพราะแน่นอนว่า ได้มา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่จังหวัดกาญจนบุรี และหากไม่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมชม "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" ก็ดูเหมือนว่าจะยังมาไม่ถึง "เมืองกาญจน์" ในย่านบริเวณ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว"
               นอกจากจะมีของกิน ของใช้ และร้านอาหาร ที่ตั้งขายกันกันอย่างมากมาย และดูเหมือนจะเป็นมนต์เสน่ห์ที่ควบคู่กับการที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ได้ยืนเก๊กหล่อ เก๊กสวย แอ๊กชั่นถ่ายรูปคู่กับ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระทึก หรือนำไปโพสต์ที่เฟดบุ๊ค แล้ว ร้านเครื่องประดับ เงิน พลอย ในตลาดที่มีมากมายนับสิบๆร้าน ก็ดูเหมือนจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเหมือนกัน แค่เดินดูอย่างเดียวก็รู้สึกเพลินเพลินจำเริญใจดีเหมือนกันครับ
             นอกจากนี้ ที่ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" ยังมีบริการรถราง Fairmong ทุกวัน โดยวันธรรมดา จะมีตั้งแต่เวลา 08.00-10.30 น., 11.20-14.00 น., 15.00-16.00 น., และ 18.00-18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์  ตั้งแต่เวลา 08.00-09.30 น., 11.20-14.00 น., และ 18.00-18.30 น. ค่าโดยสารคนละ 20 บาท
           ส่วนงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว จะจัดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการแสดงนิทรรศการในทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และการแสดง แสง สี เสียง บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว โดยในปีนี้ จังหวัดกาญจนบุรีร่วมกับทุกส่วนราชการทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนชาวจังหวัด
กาญจนบุรี จัดงาน “สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาด” ประจำปี 2554 เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2554 ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
        "คุณณฐพลษ์   วิเชียรเพริศ" ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะพ่อเมือง บอกว่า งาน“สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาด” ถือเป็นงานประจำปี ของจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเพื่อให้ผู้มาเที่ยวชม
 งานได้รู้จักจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งประเทศไทยในฐานะ ที่เป็นที่ตั้งอนุสรณ์สถานแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังเป็นการสื่อให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้ตระหนักถึงพิษภัยของสงครามและนำไปสู่การเกิดความรักและสันติภาพในที่สุด    
         สำหรับกิจกรรมในงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควฯ ประกอบด้วย   การ แสดง แสง สี เสียง โดยมีแนวคิดการแสดงที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสงครามและสะท้อนให้เห็น ถึงความมีน้ำใจของชาวกาญจนบุรีต่อชาวต่างชาติที่โดนนำตัวมาเป็นเชลยศึก
ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว โดยในปีนี้ ผู้เข้างานสามารถซื้อบัตรเข้าชมงานในราคา 20 บาท พร้อมชมการแสดงแสงสีเสียง โดยได้จัดไว้ให้ผู้ชมชมฟรีและมีการจัดเก้าอี้นั่งชมโดยมีค่าใช้จ่ายตามความ สมัครใจของผู้เข้าชม การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยรวมกับSCG การ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตและ ปตท.
        "คุณณฐพลษ์"  บอกอีกว่า การจัดนิทรรศการในปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีเฉลิมฉลองการเจริญพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา การจัดจำหน่ายสินค้า และจับรางวัลมัจฉากาชาดของร้านเหล่ากาชาดเพื่อหารายได้ สำหรับกิจกรรมสาธารณประโยชน์และช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ได้รับความ เดือดร้อน  การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนและสถาบันการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี การจัดสวนสนุก มหรสพ และการแสดงต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยมหกรรมสินค้าราคาถูกของบริษัทชั้นนำและร้านค้าต่างๆพร้อมทั้ง การแสดงของเวทีคอนเสิร์ต นักร้องชื่อดังและวงดนตรีชั้นนำและร้านค้าต่างๆพร้อมทั้งการแสดงของเวที คอนเสิร์ต นักร้องชื่อดังและวงดนตรีชั้นนำ มาร่วมแสดงอย่างมากมาย จึงขอเชิญประชาชนผู้สนใจให้มาเที่ยวงานกัน
            สำหรับการเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เส้นทาง จากกรุงเทพฯ โดยใช้ถนนสายปิ่นเกล้า - นครชัยศรี ( ทางหลวงหมายเลข 338 ) มุ่งหน้าสู่นครปฐม จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี ซึ่งทั้งสองเส้นทางด้านบนจะต้องผ่านแยกนครชัยศรี จากแยกนครชัยศรี ขับตรงไป โดยจะผ่านสะพานไปบ้านแพ้ว ผ่านสะพานไปตัวเมืองนครปฐม ผ่านแยกไปจังหวัดสุพรรณบุรี จากนั้นจะถึงสะพานไปจังหวัดกาญจนบุรี ( สะพานนี้จะอยู่เลนซ้ายสุด )  จากแยกนครชัยศรี - สะพานไปจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 24.4 กิโลเมตร
      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ถ้ำกระแซ  และทางรถไฟสายมรณะอำเภอไทรโยค กาญจนบุรี ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของ "เมืองกาญจน์" ที่ผมได้มาเยี่ยมชม "อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 55 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 29–30 ถ้ำนี้เป็น ถ้ำที่เคยเป็นที่พัก
 ของเชลยศึก เมื่อครั้งสร้าง เส้นทางรถไฟสายมรณะ จากไทยไปพม่า ตัวถ้ำกระแซ ติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก เป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่ สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำโปร่งและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานอยู่ มองจากปาก ถ้ำกระแซ มาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็น ทางเข้า สู่  "ถ้ำกระแซ " แถมมีทิวทัศน์ที่งดงาม มองเห็น แม่น้ำแควน้อย อยู่เบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดที่ สร้างทางรถไฟยากที่สุด เนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขา เบื้องล่างเป็น แม่น้ำแควน้อย



              หลังเดินทางกลับจาก "เมืองกาญน์" มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ มีโอกาสแวะ "ร้านแก้ว ของฝาก"  ริมถนนแสงชูโตสายใหม่ (กม.112) ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
ใครหิว หรืออยากซื้อของฝากกัน ก็ลองเลือกซื้อ เลือกชมกันเอง ถูกใจมั้ย ไม่ขอการันตี แล้วแต่ชอบ ส่วนที่เค้าการันตี ว่าเลื่องชื่อก็มี มะขามกวนแก้ว ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ วุ้นมะพร้าวอ่อน น้ำพริกเผา น้ำมะขามสด บ๊วยมะขาม เยลลี่มะขามรสบ๊วย ฯลฯ วันนี้ขอโบกมือลาไปก่อนครับ...!!!
                                                         นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น