วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ชมวิวอ่าวพัทยา อิ่มบุญเขาพระตำหนัก

          ตะลอนตามอำเภอใจ-สัปดาห์ดาที่แล้ว ผมหยิบยกเรื่องราวของ  "หาดจอมเทียน" เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี มาเขียนถึง ช่วงที่อพยพหนีน้ำท่วมจากบ้านย่านรังสิต มาที่ เมืองพัทยา ซึ่ง"พัทยา" นอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ ที่มีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว ยังมัประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน พ.ศ. 2310 ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า 3 เดือน "พระเจ้าตากสิน" หยุดพักทัพ ที่บริเวณหน้าวัดใหญ่อินทารามในปัจจุบัน  แล้วเดินทัพมุ่งตรงไปยังจันทบุรี ระหว่างทางได้พักที่บ้านหนองไผ่ ตำบลนาเกลือ แขวงเมืองบางละมุง อีกด้วย
      ในอดีต "เมืองพัทยา" แห่งนี้ ยังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ต่อวงการบันเทิงภาพยนต์ของไทย ที่ต้องสูญเสียบุคลากรในแวดวงบันเทิงของไทยครั้งสำคัญ ฉากสุดท้ายภาพยนตร์เรื่อง "อินทรีทอง" ซึ่ง "คุณมิตร ชัยบัญชา" แสดงนำฝ่ายชาย และ "คุณเพชรา เชาวราษฎร์" รับบทแสดงนำฝ่ายหญิง
      ขณะที่
"อินทรีทอง" เข้าปราบปรามคนร้ายแล้วก็ต้องหนีตำรวจออกจากรังของคนร้าย โดยใช้เฮลิคอปเตอร์  "คุณมิตร" ได้เลือกสถานที่ถ่ายทำที่แหลมไม้รวก หาดดงตาล พัทยาใต้  จังหวัดชลบุรี และตกลงการถ่ายทำฉากสุดท้ายของเรื่องในเช้าวันที่ 8 ตุลาคม 2513 เวลา 9.00 นาฬิกา
                ฉากสุดท้าย "คุณมิตร" ได้ดัดแปลงจากบทประพันธ์เดิม โดยสมมุติว่า "วาสนา" (คุณเพชรา) เป็นผู้ขับเฮลิคอปเตอร์มารับโรม (อินทรีทอง) และ(คุณมิตร) ซึ่งรับบท "โรม ฤทธิไกร" จะต้องวิ่งหนีตำรวจมา โหนบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ที่บินมารับ แล้วปีนบันไดขึ้นไป กล้องก็จะตามเก็บภาพให้เห็นเฮลิคอปเตอร์พาอินทรีทองลับหายไป
เพื่อให้สมจริงในการถ่ายทำฉากนี้ "คุณมิตร" ตกลงจะแสดงด้วยตัวเอง ได้วิ่งกระโดดเกาะบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ โดยมือซ้ายเกาะอยู่ที่ขั้นที่ 4  มือขวาอยู่ที่ขั้นที่ 3 และตามที่ได้ตกลงก่อนถ่ายทำว่า ถ้านักบินได้รู้สึกถึงแรงถ่วงที่บันไดให้นำเครื่องขึ้นได้ทันที ดังนั้นนักบินซึ่งจะมองไม่เห็นนักแสดง จึงได้นำเครื่องขึ้นทันที
             ด้วยแรงกระตุกของเฮลิคอปเตอร์ ทำให้ข้อมือ "คุณมิตร" เคล็ดไม่มีแรงปีนขึ้นบันได ต้องห้อยตัวอยู่ที่บันได และเมื่อเครื่องขึ้นก็มีทั้งแรงลมจากเฮลิคอปเตอร์และแรงลมธรรมชาติ พัดให้ตัวปลิวสะบัดอยู่กลางอากาศกระทั่งข้อมือหัก และในจังหวะที่เครื่องเลี้ยวกลับ
ทำให้มีแรงเหวี่ยงรุนแรงเป็นเหตุให้ "คุณมิตร" ร่วงลงมาร่างกระแทกพื้น ริมจอมปลวกใกล้หนองน้ำ บริเวณแหลมไม้รวก หาดดงตาลพัทยาใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พศ. 2513 เวลา 16.13 นาฬิกา ทำให้เสียชีวิตเกือบจะทันที
             ศพของ "คุณมิตร ชัยบัญชา" ถูกตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแคนางเลิ้ง มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานหลายหมื่นคน จนพื้นที่ไม่เพียงพอ ต้องย้ายไปวัดเทพศิรินทร์ มีประชาชนมาร่วมงานกว่าสามแสนคน "ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช" กล่าวว่า เป็นงานศพของสามัญชนที่มีคนมาร่วมงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์
             ตลอดระยะเวลา 13 ปีกว่า "คุณมิตร
 ชัยบัญชา" แสดงหนังทั้งหมด 266 เรื่อง แต่"คุณมิตร" ไม่เคยได้รับรางวัลตุ๊กตาทองแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนใหญ่เป็นหนังขนาด 16  มม.  เสียงในฟิล์มเพียง 16 เรื่อง แสดงคู่กับนางเอกมากกว่า 29 คน โดยแสดงคู่กับ "คุณเพชรา เชาวราษฎร์" มากที่สุดถึง 172 เรื่อง ทุกวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปีจะเป็นวันครบรอบการจากไปของ "คุณมิตร ชัยบัญชา" และในหัวใจของชาวไทย ยังคงมีดาราทองคนนี้อยู่ตลอดกาล
            นอกจาก "หาดจอมเทียน" ที่ผมเขียนถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "เขาพระตำหนัก"  หรือ  "เขาพระบาท" ยังเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งผมมี
 โอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ"  เป็นภูเขาไม่สูงมาก คั่นระหว่าง "หาดพัทยาใต้" กับ "หาดจอมเทียน" ซึ่งบนยอด"เขาพระตำหนัก" ยังเป็นที่ตั้งของ "วัดเขาพระบาท" และอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สถานีวิทยุ ส.ทร.5 ของทหารเรือ โดยเป็นจุดชมวิว ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ โดยจะเปิดให้ขึ้นไปชมได้ระหว่างเวลา 07.00-22.00 น.ของทุกวัน
         "เขาพระตำหนัก" จุดนี้จะแลเห็นทัศนียภาพโค้งอ่าวของบริเวณเมืองพัทยา ทัศนียภาพสวยงามมาก และถือเป็นธรรมเนียม หรืออาจเป็นการแก้บนก็เป็นไปได้ คนที่มาที่นี่จะ
 ต้องจุดประทัด ซึ่งที่จุดประทัดจะอยู่ด้านล่างของอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขต อุดมศักดิ์ ลงขั้นบันไดไปนิดหน่อย บริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยขยะจากเศษประทัดติดกันก็จะมี "วัดเขาพระบาท" ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่าง
 ชาตินิยมแวะเวียนมาทำบุญไม่ขาดสายเช่นกัน บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก ก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติ โดยถนนพระตำหนัก มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนออกกำลังกายสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ และใกล้ ๆ จะเป็นที่ตั้งของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคกลาง เขต 3
       จุดบริเวณเชิง "เขาพระตำหนัก" นอกจากจะมีสวนเฉลิมพระเกียรติแล้ว ยังมี "วัดพระใหญ่" เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดชลบุรี นามว่า "พระพุทธสุโขทัยวลัยชลธาร" ที่ประชาชนนิยมเรียกว่า "หลวงพ่อ
 ใหญ่" สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2520 หน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว สูง 9 วา 9 นิ้ว ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปยืน และพระพุทธรูปประจำวันประดิษฐานอยู่โดยรอบ ด้านบนนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลหลังเขาได้ในมุมสูง พร้อมกับสิ่งก่อสร้าง ตึก และอาคารของโรงแรม อพาร์ทเม้นต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกับชายหาดได้อย่างชัดเจน
        นอกจากนี้ก่อนถึง"วัดพระใหญ่"ยังมีสถานที่น่าสนใจ คือ "วังสามเซียน" ซึ่งถึงก่อน "วัดพระใหญ่" อีกแห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ประดิษฐาน รูปปั้นของพระโพธิสัตว์กวนอิมประทับอยู่กลางสระน้ำ นอกจากนี้ยังมีรูปปั้น จำลองประวัติศาสตร์ของประเทศจีนอื่นๆอีกมากมาย อาทิ ห้องเรียนสมัย ขงจื้อ เรื่องราว 24 กตัญญู รูปปั้นจำลอง ราชวงศ์ต่างๆ
ของประเทศจีน รูปปั้นจำลอง พระถังซำจั๋งและศิษย์เอก ระฆังแห่งคุณธรรม ม้าศึกกวนอู บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ มองเห็นทิวทัศน์เมืองพัทยาได้อย่างชัดเจน มีร้านอาหารไว้บริการเปิดบริการทุกวัน แถมยังเข้าชมฟรีอีกด้วย
       ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" จารึกแผ่นศิลาใน "วัง
 สามเซียน" เมื่อปีพ.ศ. 2532 จารึกไว้ว่า "เขาพัทยา ภูผาตระหง่าน  ชูสล้างเงื้อมง่ำ ฝั่งชล ครั้งหนึ่งพระเจ้าตากสิน เคยพักทัพ ณ ที่นี้ เพื่อกอบกู้เอกราชกรุงสยาม  แมกไม้ห้วยน้ำลำธาร ยังคงยืนยง ดุจเก่าก่อนพลเป็นพยาน ข้าพเจ้าทั้งหลาย ซาบซึ้งในทิวทัศน์ธรรมชาติ ประกอบกับคุณค่าในประวัติ  จึงได้ร่วมแรงกันสร้างถนนขึ้นถึงยอดเขา  และสร้างศาลเทพเจ้าแห่ง ฮก ลก ซิ่ว  เพื่อผดุงเสริมความงามและความศักดิ์สิทธิ์ ให้เขาลูกนี้สถิตสถาพรต่อไป"
            ส่วนการเดินทางมาที่ "เขาพระตำหนัก"  จากพัทยาเหนือ-กลาง-ใต้ โดย
 ถ.สุขุมวิท ให้เลี้ยวขวาตรงป้ายที่บอกว่าไปพัทยาใต้ แล้วเลี้ยวซ้ายที่ไฟแดงแรก ขับมาอีกนิดนึงก็จะเจอ 5 แยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.พระตำหนัก แล้วก็เลี้ยวขวาอีกครั้ง ไปทางเดียวกับ Royal Cliff beach Garden ขับรถขึ้นไปได้ ทางขึ้นกับทางลง คนละทางกัน
            อ๋อ ! ผมลืมบอกไปหากมาชมวิวที่ "เขาพระตำหนัก" แล้วเกิดหิวขึ้นมา ก็มีร้านลูกชิ้นหมูปิ้ง ร้านขายน้ำมะพร้าวกินเย็นๆชื่นใจ หรือจะนั่งจิ๊บกาแฟแบบผม ชมทิวทัศน์อ่าวพัทยาไปด้วย ก็ถือเป็นการเพิ่มอัตถรสยิ่งขึ้น นานๆ ได้มีโอกาสทำบุญสักครั้ง ถือเป็นเรื่องมงคลให้กับชีวิต ถึงแม้ "เขาพระตำหนัก" แห่งนี้จะอยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานคร แต่ก็น้อยครั้งมากที่จะตั้งใจเดินทางมาทำบุญเหมือนเช่นครั้งนี้ วันนี้ลาไปก่อนครับ...!!!
                                                       นวย  เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น