วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หนีน้ำท่วมรังสิต แวะเวียนหาดจอมเทียน

           ตะลอนตามอำเภอใจ-ากเอ่ยถึง "เมืองพัทยา" น้อยคนนักที่จะบอกว่าไม่รู้จัก เพราะถือเป็นเมืองท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกของไทย ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างรู้จักเป็นอย่างดี และถือเป็นเมืองเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว
ที่นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป เอเชีย ฯลฯ นิยมมาพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติ ทะเล ชายหาด และอาบแดด โดย เฉพาะหาดทรายที่ ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเล จัดได้ว่ามีความสวยงามอีกแห่งของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 140 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลทาง
 ทิศตะวันออกของอ่าวไทย ซึ่ง"เมืองพัทยา" แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ และหาดจอมเทียน
          "เมืองพัทยา" นอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ยังมีแหล่งกิน แหล่งเที่ยว มากมาย โดยเฉพาะสถานบันเทิงในยามราตรี  ที่ผุดขึ้นในรูปแบบต่างๆ จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกอีกด้วย ปัจจุบัน "เมืองพัทยา" ถือเป็นเขตปกครองพิเศษเขตหนึ่ง ที่ตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา ฉบับวันที่ 29 พฤจิกายน พ.ศ. 2521 เทียบเท่าเทศบาลนคร ในเขตจังหวัดชลบุรี
         สำหรับประวัติ "เมืองพัทยา" มีคำบอกเล่าต่อกันมาว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า 3 เดือน 
"พระเจ้าตากสิน" ขณะนั้นยังเป็น "พระยากำแพงเพชร" ลงความเห็นว่า หากกรุงศรีอยุธยายังต่อสู้กับพม่าอย่างอ่อนแอ เช่นนี้ ต่อไปจะต้องสูญเสียกรุงศรีอยุธยาให้พม่าอย่างแน่นอน พระองค์ท่าน จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกออกไปตั้งหลักใหม่ ให้มีกำลังทัพเข้มแข็งขึ้นค่อยกลับมากู้กรุงศรีอยุธยา
 คืน "พระเจ้าตากสิน" ได้เริ่มเคลื่อนทัพออกจากค่ายวัดพิชัยสงคราม มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สู้พลางร่นถอยหนีการตามล่า ของทหารพม่าไปพลาง จนกระทั่งเลยเข้าแขวงเมืองชลบุรี และหยุดพักทัพ ที่บริเวณหน้าวัดใหญ่อินทารามในปัจจุบัน  แล้วเดินทัพมุ่งตรงไปยังจันทบุรี ระหว่างทางได้พักที่บ้านหนองไผ่ ตำบลนาเกลือ แขวงเมืองบางละมุง ปัจจุบันอยู่ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรพัทยา
       ตามพระราชพงศาวดารฉบับ พระราชหัตถเลขาเล่ม 2 กล่าวเอาไว้ว่า ขณะที่ "นายกลม" เป็นนายชุมนุมคุมไพร่ พลอยู่ที่นั่น
ตั้งทัพคอยสกัดคิดจะต่อรอง "พระเจ้าตากสิน" ในตอนนั้นขึ้นช้างพลายถือปืนนกสับรางแดง พร้อมด้วยพลทหารที่ร่วมเดินทางมาแห่ล้อมหน้าหลัง ตรงเข้าไปในระหว่างพวกพล "นายกลม" มาสกัดอยู่ ด้วยเดชะบารมีบันดาลให้ "นายกลม" เกิดเกรงกลัวพระเดชานุภาพวางอาวุธสิ้น พาพรรคพวกพล เข้าร่วมกองทัพกับ "พระเจ้าตากสิน"  จากนั้น "พระเจ้าตากสิน" ก็นำทัพไปหยุดประทับ ณ สถานที่ที่มีหนองน้ำครั้งรุ่งขึ้น หรือวันอังคารแรม 6 ค่ำ เดือนยี่
         "นายกลม" จึงนำไพร่พลหนึ่งหมี่นนำทัพไปถึง ณ ตำบลหนึ่ง และหยุดพักเสียหนึ่งคืน วันต่อมาจึงเดินทัพมาถึง นาจอมเทียน และทุ่งไก่เตี้ย สัตหีบ โดยหยุดพักแรมแห่งละคืน ต่อมาชาวบ้านก็เรียกตำบลนี้ว่า "ทัพพระยา" และเปลี่ยนมาเรียกใหม่ "พัทธยา" เนื่องจากเห็นว่าตรงบริเวณที่ "พระเจ้าตากสิน" มาตั้งทัพนั้นทำเลดี และมีลมทะเลชื่อ "ลมพัทธยา" ซึ่งก็คือลมที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือในต้นฤดูฝน จึงเรียกสถานที่ แห่งนี้ว่า "หมู่บ้านพัทธยา" ต่อมาปัจจุบันคำว่า "พัทธยา" ได้เขียนใหม่เป็น "พัทยา"
         ส่วนอีกเหตุการณ์สำคัญ ที่ทำให้ "พัทยา" เป็นที่รู้จักไปทั่ว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2502 เมื่อมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ของทหารอเมริกันประมาณ 4-5 คัน บรรทุกทหารเต็มคันรถ ประมาณคันละ 100 คน จากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งที่นั่นมีฐานทัพของทหารอเมริกันอยู่ มุ่งมาสู่ "พัทยา" และมาเช่าบ้านตาก
 อากาศของพระยาสุนทร บริเวณตอนใต้ของหาด โดยผลัดกันมาพักผ่อนเป็นงวด งวดละสัปดาห์ จากพฤติกรรมของทหารอเมริกัน เช่นนี้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการท่องเที่ยวเมืองพัทยาในตอนนี้เอง จากสภาพหมู่บ้านชายทะเลที่เงียบสงบ ก็พลันเปลี่ยนกลับกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ ในเวลาต่อมา "หมู่บ้านพัทยา" ก็ถูกพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ในระดับนานาชาติ เป็นที่รู้จักไปทั่วทุกมุมโลก จนกระทั่งปัจจุบัน
           ผมหยิบยกเรื่องราวของ "เมืองพัทยา" มาเขียนถึงเพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" 
 ช่วงที่อพยพหนีน้ำท่วมจากบ้านย่านรังสิต มาที่ "เมืองพัทยา" แห่งนี้ และมีโอกาสมาแวะเวียน "หาดจอมเทียน" ซึ่งเป็นหาดทรายสวยงามทอดตัวเป็นแนวยาว อยู่ห่างจาก "พัทยาใต้" ประมาณ 4 กิโลเมตร ตามถนนเลียบชายหาด หรือแยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตรงกิโลเมตรที่ 150.5 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่ ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และต่างชาติ นิยมพาครอบครัวมาพักผ่อน เนื่องจากเป็นชายหาดที่สงบ และมีสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนน้อย เมื่อเปรียบเทียบ กับหาดพัทยา "หาดจอมเทียน" นั้นมีชายหาดที่ยาวแถมน้ำทะเลยังสะอาดกว่า และยังเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการว่ายน้ำด้วย
ส่วนการเดินทางจากกรุงเทพ ฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้ 4 เส้นทาง โดยใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข
34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี เส้นทางสายกรุงเทพฯ-มีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา-บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี เส้นทางสายเก่า ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไปจนถึงแยกอำเภอบางปะกง และให้แยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 34
 ไปจนถึงจังหวัดชลบุรี และเส้นทางหลวงพิเศษ (MOTOR WAY) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา หากมารถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถจากสถานีเอกมัย มีทั้งรถโดยสารแบบธรรมดา และรถโดยสายปรับอากาศ
            ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับการมาพักผ่อน "หาดจอมเทียน" นั้นมนต์เสน่ห์ อย่างหนึ่งเห็นจะหนี้ไม่พ้น การที่มีบรรดาพ่อค้า แม้ค้ามาเร่ขายอาหารให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณหาดทราย และ "ลุงจิตร" วันชัย สระแก้ว ชาวจังหวัดสุรินทร์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มายึดอาชีพขาย ปู กุ้ง ชุปแป้งทอด

 ให้กับนักท่องเที่ยวในย่านนี้ น่ากินทีเดียว ใครแวะเวียนมาหาดจอมเทียน สามารถอุดหนุนกันได้ เพราะ "ลุงจิตร"ยึดอาชีพนี้มากว่า 20 ปีแล้วครับ
        ส่วน "พี่น้อย" สมพงษ์ ชื่นบาน ชาวจังหวัดยโสธร ที่มายึดอาชีพเร่ขายอาหารซีฟู๊ด ด้วยจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีทั้งเมี่ยงปลา ปลาเผา หอยแครงเผา หอยแมลงภู่เผา ฯลฯ ในย่านหาดจอมเทียน เป็นเวลา 4-5 ปี  บอกว่าลูกค้าจะมีทั้งคนไทย และต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย จะนิยมมาอุดหนุนซีฟู๊ดของตนเองมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะปลาเผาเกลือ "คนรัสเซีย"ชอบมาก ส่วนราคาที่ขายนั้น "พี่น้อย" บอกว่าทั้งคนไทย และต่างชาติขายราคาเท่ากันไม่มีชาร์จแน่นอน หากใครผ่านมาอยากอุดหนุนซีฟู๊ด ช่วงเย็นๆ"พี่น้อย" จะปักหลักอยู่แถวหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาจอมเทียน มาลองลิ้มชิมรสกันได้ วันนี้ลาไปก่อนครับ...!!!
                                                              นวย  เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น