วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งวิถีชีวิตชุมชนมอญ

          "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ช่วงประมาณปลายสัปดาห์ที่แล้ว มีโอกาสไปร่วมงานแถลงข่าวโครงการ "กฟน...รักษ์ต้นไม้" เพื่อพัฒนาพื้นที่สีเขียวในโครงการสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขัน หรือพื้นที่กระเพาะหมู อำเภอพระปะแดง จังหวัดสมุทรปราการ
       โดย "นายทินกร ง้าวเทพนิมิตร" รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง และ"นายประยุทธ หล่อสุวรรณศิริ" รองอธิบดีกรมป่าไม้  ได้ลงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ที่ การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ชิดลม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงดีๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 84 พรรษา
           ซึ่งรองอธิบดีกรมป่าไม้ บอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนิน ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ต.บางกะเจ้า อ.พระประแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการสวนกลางมหานคร เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2549 วันที่ 30 พ.ย. 2549 และวันที่ 16 พ.ค. 2551 โดยทรงพระราชทานพระราชดำริเพื่อเป็นแนวทางในการ
 อนุรักษ์ และพัฒนาพื้นที่สีเขียวของโครงการสวนกลางมหานคร เพื่อสร้างแนวร่วมอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว ซึ่งเปรียบเสมือนสร้าง "ปอด" เพื่อฟอกอากาศให้คนกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริ ดังกล่าว
               ก่อนหน้านี้ ผมก็มีโอกาส มาร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง รวมใจปลูกต้นไม้ให้พ่อ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ มินิมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ กรมป่าไม้
    สำหรับพื้นที่โครงการสวนกลางมหานครเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด  ทางราชการ จึงมีแนวคิดที่จะให้พื้นที่แห่งนี้เอื้อประโยชน์ โดยการเป็นพื้นที่ “ปอด” เพื่อฟอกอากาศให้คนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงมีมติคณะรัฐมนตรี
 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2520  จึง ให้อนุรักษ์พื้นที่สีเขียวโครงการสวนกลางมหานคร อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการไว้  และมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2534 อนุมัติโครงการสวนกลางมหานคร ซึ่งการดำเนินงาน
          ที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2535-2542 กรมป่าไม้ สามารถจัดซื้อที่ดินเพื่อ อนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่สีเขียวได้จำนวน 1,276 ไร่ และจัดสร้างสวนสาธารณะ เนื้อที่ 148 ไร่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงกรุณาโปรดกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนสาธารณะและสวน
พฤกษชาติว่า "ศรีนครเขื่อนขันธ์"  ซึ่งหมายถึง สวนสาธารณะที่เป็นศรีแก่นครเขื่อนขันธ์ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของอำเภอพระประแดง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ สำนักโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ กรมป่าไม้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
 สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริไว้เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 "ให้ช่วยกันปลูกต้นไม้ในวันสำคัญๆ โดยร่วมกันหลายๆ ฝ่าย หลายๆ กิจกรรม เช่น เดิน วิ่ง การกุศล   แล้วมาร่วมกันปลูกต้นไม้จะได้สบายกายสบายใจ"
             ผมหยิบยกเรื่องนี้ มากล่าวถึง เพราะในช่วงที่ได้มาเยือนพื้นที่ "กระเพาะหมู" ของ "พระปะแดง" ก็มีโอกาสมา...ลัลล้า "ตะลอนตามอำใจ" ที่ "ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง"  แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของ"พระปะแดง" เค้า ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ แถมยังเที่ยวตะลอนกินของอร่อยที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง แห่งนี้อีก
"ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง" เกิดจากแนวคิดขององค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง และประชาชนในพื้นที่ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องการทำตลาดน้ำขึ้นมา เพื่อจัดทำเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรเท่านั้น  ต่อมาได้รับการตอบรับและขยายการดำเนินงานให้กว้างขวางขึ้นในลักษณะศูนย์จำหน่ายสินค้าของชุมชน
มีการจัดสร้างซุ้มจำหน่ายสำหรับขายของ ซุ้มจำหน่ายสินค้าโอท็อปและสะพานริมปูน ริมคลอง ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบ  ปัจจุบันนี้ชาวบ้านได้นำผัก ผลไม้ที่มีอยู่ในสวน อาหารคาวหวานพื้นเมือง งานฝีมือ มาจำหน่ายซึ่งเป็นนโยบายหลักของผู้ดำเนินงานที่จะเน้นการท่องเที่ยวแบบผสม
 ผสานเชิงอนุรักษ์ ซึ่งเป็นแนวคิดในการดำเนินงานและเอกลักษณ์ที่สำคัญของ"ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง"
        ภายในตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง นอกจาก จะมีซุ้มจำหน่ายผลิตผลของชาวบ้านมีทั้งผลไม้ตามฤดูการ อาทิเช่น กล้วยน้ำว้า มะพร้าวอ่อน ชมพู่มะเหมี่ยว มะม่วงน้ำดอกไม้ ผลไม้ที่ขึ้นชื่อของตำบลบางน้ำผึ้งเพราะมีรสชาติดีและกลิ่นหอม ผักพื้นบ้าน อาทิเช่น ผักตำลึง ผักบุ้ง ผักกระถิน พริกขี้หนูสวน มะแว้ง มะเขือพวง ตะไคร้ ไม้ดอกไม้ประดับ กล้วยไม้นานาชนิด และมีขอกินเป็นฝีมอชาวบ้านให้เลือกมากมาย เช่นขนมถ้วย ขนมจาก ลูกจากเชื่อม ม้าหอ ข้าวมด
 มัด น้ำตาลสด ฝรั่งแช่บ๊วย ทอดมันปลาอินทรีย์ ไข่ปลาหมึกย่าง ปลาแนม ไส้กรอกโบราณ แกงบอน หอยทอด ผัดไทย หมี่กะทิ ข้าวตู เมี่ยงคำ เป็นต้น
       นอกจากนี้ ยังมีซุ้มจำหน่ายสินค้าโอท็อป มีสินค้าโอท็อปมาให้เลือกซื้อหากันอย่างมากมายหลายชนิด เช่น ดอกไม้บัว ดอกไม้เกล็ดปลา ธูปหอมสมุนไพร กระจกกัดลาย ภาพประดิษฐ์จากรกมะพร้าว ปลาสลิดบางบ่อ กุ้งเหยียด หอยดอง ขนมเกสรลำเจียก ทองม้วนสมุนไพร และน้ำพริก
แล้ว  ยังมีเรือจำหน่ายสินค้า มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารมากมาย เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ส้มตำ ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวพริกกระเหรี่ยง และน้ำผลไม้ต่างๆให้เลือกกิน
ตามใจชอบ หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินชมรอบตลาดน้ำ หากเมื่อยก็สามารถแวะบริเวณซุ้มนวดนวดแผนไทย ซึ่งจะมีบริการทั้งนวดตัวและนวดตัวและผ่าเท้า โดยจะมีสมาชิกกลุ่มนวดตัวบางน้ำผึ้งไว้คอยให้บริการ  เรียกได้ว่ามาที่นี่ได้กินได้เที่ยวแบบคุ้มค่าจริงๆ
              การเดินทาง มาทางสี่แยกบางนา ถนนสรรพาวุธ เมื่อสุดถนนสรรพาวุธ นั่งเรือข้ามฟากมาทางวัดบางน้ำผึ้งนอก หรือวัดบางน้ำผึ้งใน พอขึ้นจากเรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์มาลงที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง หรือมาทางด่วนสายบางนา-ดาวคะนองเลี้ยวซ้ายลงที่สุขสวัสดิ์ขับมาถึงสามแยกพระประแดงเลี้ยวซ้ายเข้ามาขับตามทางจะพบทางบังคับเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรหึงษ์ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรหึงษ์ 26 ขับมาตามทางสังเกตซุ้มประตูวัดบางน้ำผึ้งในเลี้ยวรถเข้ามาจะพบลานจอดรถ
          "ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง" ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนเชื้อสายมอญ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าเหมาะแก่การเที่ยวชม และเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมาขายล้วนแต่เป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีคุณค่า และถือเป็นเสน่ห์วิถีชีวิตชาวบ้านริมคลองจริงๆ
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ก่อนแวะเที่ยว "ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง" ก็ควรจะแวะเติมพลังกันที่ร้าน "แป๊ะเฮง เป็ดย่างน้ำผึ้ง เป็ดพะโล้ " เข้าไปทางตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตรงข้าม เซเว่น จอดรถฝั่งตรงข้ามได้เลย ร้านนี้เปิดตั้งแต่เช้ามืด มีกะละมังใหญ่ๆ แยกเป็น ไส้เป็ด ตีนเป็ด ปีก เลือด ตุ๋นจนเปื่อยและหอมเครื่องตุ๋นพะโล้

             แถมยังมี ทั้งข้าวหน้าเป็ดย่าง ข้าวหน้าเป็ดพะโล้ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่าง ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ หากซื้อเป็นตัวกลับบ้านสามารถสั่งแบบเลาะกระดูกได้ด้วย แถมโครงกระดูกไปต้มน้ำซุปอีกต่างหาก น้ำจิ้มที่นี่ก็รสเด็ด ตามด้วยกลิ่นหอมของเต้าเจี้ยวที่ชูรสให้แตกต่างจากร้านอื่นๆ ใครชอบเป็ดถ้ามีโอกาสก็แวะมาทานกันได้  แต่หากมาเสาร์-อาทิตย์ หลังเที่ยงไม่เกินบ่าย 2 ก็หมดแล้ว แต่ถ้าวันธรรมดามาก่อน 4 โมงเย็น ดูน่าจะมีลุ้น เพราะคนเยอะมาก วันนี้ลาไปก่อนครับ...แค่คิด...ท้องก็ร้องจ๊อกๆๆแล้ว...!!!
                                                         นวย  เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น