วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

ดูภารกิจปกครองอำเภอกะทู้ยาเสพติด-จัดระเบียบสังคม

         "ตะลอนตามอำเภอใจ"-"อำเภอกะทู้" เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต มาจากภาษาจีนเรียกว่า"ล่ายทู" หรือ "ไล่ทู" บางครั้งก็เรียก"ในทู" ซึ่งแปลว่า "แหล่งทำกิน" และภาษามลายู เรียกว่า "กราบาตู" แปลว่า "อ่าวหิน"
         "อำเภอกะทู้" ถือเป็นชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มตำบลกะทู้ มาช้านาน  ในอดีตเศรษฐกิจของตำบลกะทู้ ขึ้นอยู่กับแร่ดีบุกและการเกษตร "อำเภอกะทู้" จัดตั้งเป็นอำเภอมาก่อน พ.ศ. 2453 โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 4 ตำบล คือ ตำบลกะทู้ ตำบลปะตอง (ป่าตอง) ตำบลกำมะรา (กมลา) และตำบลกะรน ต่อมาก็ได้ยกตำบลกะรนไปขึ้นกับอำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอกะทู้คงเหลือตำบลในเขตปกครองเพียง 3 ตำบล ดังเช่นปัจจุบัน และเคยมีการยุบจากอำเภอเป็นกิ่งอำเภอมาครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2481 ต่อมา
ในปีพ.ศ. 2502 ก็ได้ยกฐานะเป็นอำเภอจวบจบปัจจุบัน
        ผมหยิบยกเรื่องราวของ "อำเภอกะทู้" มาเกริ่นนำ เพราะมีโอกาสเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่ "อำเภอกะทู้" ร่วมกับ คณะของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อดูการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด การจัดระเบียบสังคมและงานด้านการบริการ ด้วยเหตุที่ "อำเภอกะทู้" เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ และมีสถานบริการผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก

         "นายขันตี ศิลปะ" นายอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต บอกว่า จากสภาพการณ์ของสังคมปัจจุบัน ที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นและที่น่าเป็นห่วงมาก คือ ได้แพร่ระบาดไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งสถานที่ ซึ่งล่อแหลมต่อการแพร่ระบาดของยาเสพติดแห่งหนึ่ง คือสถานบริการต่างๆ และรัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้กำกับ ควบคุม ดูแลสถานบริการ และแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งแพร่กระจายยาเสพ-ติด ต้องมีการจัดระบบควบคุมดูแล อย่างใกล้ชิดซึ่งสถานบริการหลายแห่งยังตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดปัญหาความเดือด
ร้อนรำคาญแก่ราษฎรที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ ทั้งนี้ สถานบริการนอกจากเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหายาเสพติดแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาอีกหลายประการ ดังนั้นการเข้าไปควบคุมกำกับดูแล ให้มีการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดจึงเป็นการแก้ปัญหายาเสพติดและปัญหาสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
         ในพื้นที่ "อำเภอกะทู้" ได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่ (Zoning) ในท้องที่ตำบลป่าตอง ซึ่งเป็นการประกาศกำหนดเขต เพื่อการอนุญาตหรืองดอนุญาต ตั้งสถานบริการ (Zoning) เป็นการเข้มงวดกวดขันเกี่ยวกับอายุของผู้เข้าไปใช้บริการ (20 ปีบริบูรณ์) การให้สถานบริการเปิด - ปิด
ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด และการขจัดมิให้มียาเสพติดในสถานบริการ ส่วนแนวทางการดำเนินการด้านการจัดระเบียบสังคมของ "อำเภอกะทู้" นั้นได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มีเจตนารมณ์เพื่อควบคุมการประกอบกิจการสถานบริการเนื่องจาก มีบุคคลประกอบกิจการ สถานบริการบางประเภท ซึ่งอาจดำเนินการไปในทางกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมของประชาชน หรือจัดให้มีการแสดงเพื่อความบันเทิง ในสถานบริการนั้นไม่เหมะสม อันจะเป็นเหตุให้เยาวชนเอาเยี่ยงอย่างจนประพฤติตัวเสื่อมทรามลง เพื่อเป็นรักษาความสงบเรียบร้อย ศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณีอันดีของชาติ
         ทาง "อำเภอกะทู้" จึงได้กวดขันในเรื่องการ กำหนด
ประเภทของสถานบริการ ข้อปฏิบัติของผู้ขอรับอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการได้แก่ การห้ามมิให้ ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ เข้าไปในสถานบริการในเวลาทำการ การห้ามมิให้มีการดำเนินกิจการสถานบริการในทางที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน การควบคุมมิให้มีการแสดงลามกหรือ
 อนาจาร เป็นต้น โดยประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง สถานีตำรวจภูธรกะทู้ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกะทู้  โรงพยาบาลป่าตอง สำนักงานเทศบาลเมืองป่าตอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอกะทู้ ที่ 2 ประเภทประจำการและประเภทสำรอง  โดยแต่งตั้งชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ และกำหนดเป้าหมายในการดำเนินการจัดระเบียบสังคมอย่างชัดเจน
         "อำเภอกะทู้"ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอกะทู้ โดยกำหนดโครงสร้างออกเป็น 5  รั้วป้องกัน
 1. รั้วชุมชน มีปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และชุมชนที่เข้มแข็งย่อมช่วยในการแก้ปัญหายาเสพติดทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  2. รั้วสังคม  มีปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง  เป็นหัวหน้า เป้าหมาย มุ่งเน้นไปที่เด็กและเยาวชน ภารกิจสำคัญคือ การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ  3. รั้วครอบครัว  มีพัฒนาการอำเภอกะทู้  เป็นหัวหน้า ยึดหลักครอบครัวที่เข้มแข็งย่อมส่งผลต่อพื้นฐานความเข้มแข็งของประเทศ จึงดำเนิน การในการฝึกอบรมให้ความรู้ในการป้องกันยาเสพติด 4. รั้วโรงเรียน  มีผู้อำนวยการโรงเรียนทุกโรงเรียน  เป็นหัวหน้า   5. รั้วชายแดน ไม่มีการดำเนินการ เนื่องจาก
จังหวัดภูเก็ต ไม่มีพื้นที่รอยต่อชายแดนกับต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีฝ่ายป้องกันและปราบปราม  มีผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่ง เป็นหัวหน้า และฝ่ายบำบัดรักษา มีสาธารณสุขอำเภอกะทู้ เป็นหัวหน้า
          คืนวันที่ 19 ก.ย.54 ช่วงเวลา
ประมาณ  3 ทุ่มครึ่ง "ตะลอนตามอำเภอใจ" ได้ร่วมเดินทางไปกับ "นายขันตี ศิลปะ" นายอำเภอกระทู้  ในการปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กระทู้ และสาธารณะสุขอำเภอกระทู้ กว่า 60 นาย บริเวณหน้าสภ.กระทู้  โดยเข้าตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดพนักงาน

สถานบริการ โซนไทเกอร์ ถนนบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นแหล่งเที่ยวที่ชาวต่างประเทศนิยมมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก
       "นายขันตี ศิลปะ" นายอำเภอกระทู้  บอกว่า การสนธิกำลังฝ่ายปกครอง และตำรวจ เพื่อตรวจหาสารเสพติดจากพนักงานสถานบริการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวน 35 ร้าน ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการนำพนักงานเกือบ 100 คนมาตรวจหาสารเสพติด โดยหากพนักงานคนไหนหากตรวจพบว่าปัสสาวะมีสีม่วง ก็จะส่งปัสสาวะไปตรวจที่โรงพยายามอย่างละเอียดอีกครั้ง หากทางโรงพยาบาลยืนยันว่ามีสารเสพติด ก็จะนำ
 พนักงานรายนั้นไปสู่ขบวนการบำบัด เนื่องจากผู้เสพนั้นถือว่าเป็นผู้ป่วย และทางอำเภอกระทู้ ก็จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลจากผู้เสพไปสู่ผู้ค้าหรือแหล่งซื้อขายยาเสพติดอีกด้วย
         โดยก่อนหน้านี้ ช่วงบ่ายแก่ๆของวันเดียวกัน "ตะลอนตามอำเภอใจ" ก็ได้ติดตามปกครองอำเภอกระทู้ ที่ร่วมกับสาธารณะสุขอำเภอกระทู้ เข้าตรวจสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ในอำเภอกระทู้ ซึ่งทางโรงแรมแห่งนี้ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดย"นายอำเภอกระทู้"  บอกว่า จากการตรวจสอบหาสารเสพติด พบว่าพนักงานรายหนึ่งมีปัสสาวะสีม่วง จึงส่งปัสสาวะของพนักงานรายดัง
 กล่าวไปให้ทางโรงพยาบาล ตรวจละเอียดอีกครั้ง ต่อมาทางโรงพยาบาล ระบุว่า พบสารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานคนดังกล่าว จึงต้องประสานไปยังทางโรงแรม เพื่อขอให้พนักงานรายนี้เข้าสู่ขบวนการบำบัด และทำการขยายผลหาแหล่งผู้ค้ายาเสพติดต่อไป
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นเกาะที่ได้รับสมญานามว่า "ไข่มุกอันดามัน" สวรรค์เขตร้อนของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่นิยมหนีหนาวมาพักผ่อนอาบแสงแดดของหมู่เกาะใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ท่ามกลางแสงสียามค่ำคืนที่คึกคัก
ของหาดป่าตอง ทำให้เมืองภูเก็ตไม่เคยหลับใหลทั้งกลางวันและกลางคืน และเช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ หลายแห่งทั่วโลก ที่ใดมีนักท่องเที่ยว ย่อมขาดไม่ได้ซึ่งผับ บาร์ ผู้หญิง และปัญหายาเสพติด ที่ตามมา ด้วยเหตุนี้ การบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนและสัมฤทธิ์ผล...!!!
                                                     นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น