วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

สานสัมพันธ์สื่อ-ศาลยุติธรรมอิ่มบุญโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก

         "ตะลอนตามอำเภอใจ"- "อำเภอไทรโยค" ถือเป็นอำเภอหนึ่งในจ.กาญจนบุรี อยู่ห่างจากศูนย์กลางจังหวัดประมาณ 50 ก.ม. ลักษณะทั่วไปเป็นพื้นทีป่าไม้และภูเขา 
          มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง อาทิ น้ำตกไทรโยค ถ้ำละว้า ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำกระแช และอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นต้น และ สวนศรีกนกพร รีสอร์ท  ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี  ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำแควน้อยบนเนื้อที่กว่า 80 ไร่ ท่ามกลางขุนเขา และสายน้ำ ในบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ
          ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งในท่ามกลางธรรมชาติ  ซึ่งผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" กับ สำนักงานศาลยุติธรรม ที่ได้มอบหมายให้กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ จัดสัมมนาสื่อมวล
 ชนสัมพันธ์  ระหว่างข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมกับสื่อมวลชน ตามโครงการประชาสัมพันธ์ศาลยุติธรรมเพื่อการบริการประชาชนและสังคม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมกับสื่อมวลชน รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ในหมู่คณะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสื่อมวลชน คณะผู้บริหารศาลยุติธรรม เจ้าหน้าที่กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เมื่อช่วงปลายๆเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา
               นายสิทธิศักดิ์  วนะชกิจ  ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา  และโฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การประชาสัมพันธ์ของศาลมุ่งเน้นในด้านการบริการ ไม่ได้มุ่งประสงค์เพื่อสร้างลูกค้า โดยจุดประสงค์ของศาลยุติธรรมในการทำสื่อประชาสัมพันธ์
ก็เพื่อสร้างความถูกต้องเข้าใจ ให้กับสังคมในแง่มุมของศาล ภารกิจของศาล เช่น ความไม่รู้ของประชาชน อาจทำให้เข้าใจผิด การสื่อสารจึงถือว่าสำคัญ โดยเฉพาะการไม่เข้าใจของประชาชนต่อผลคดีหนึ่งคดีใด การสื่อสารของสื่อจึงถือมีความสำคัญ ในการสื่อสารที่ถูกต้อง แม่นยำและทำความเข้าใจต่อประชาชน
 ได้รอบด้าน ส่วนวัตถุประสงค์ของการทำประชาสัมพันธ์ของศาลยุติธรรม ก็เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจถูกต้องให้กับประชาชน
           นางกุลภัสสรณ์ รัตนอาภา ผู้อำนวยการกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การสัมมนาระหว่างข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมกับสื่อมวลชน นอกจาก มีวัตถุประสงค์ในการแรกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ที่สำคัญสำนักงานศาลยุติธรรม มีนโยบายที่จะเข้าถึงชุมชน เพื่อเผยแพร่ความรู้ภารกิจของศาลยุติธรรมให้เข้าถึงประชาชนในเชิงรุก
        ถ้าหากทางสำนักงานศาลยุติธรรม มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชน ภารกิจของสำนักงานฯก็จะเข้าสู่ถึงประชาชนได้โดยตรง และยังมีการเผยแพร่ความรู้ให้กับสถานศึกษา ชุมชนต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงหลักกฎหมายในการปฎิบัติตนเองในการใช้ชีวิตประจำวันที่ถูกต้องตามกฎหมาย
        นอกจากนี้ ช่วงก่อนการสัมมนาฯทางสำนักงานศาลยุติธรรม ยังพาสื่อมวลชนไปร่วมบริจาคสิ่งของ อาหาร และเงิน เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554
          สำหรับโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก  ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ถือเป็นสถานศึกษาที่รับเด็กผู้ด้อยโอกาสผู้ได้รับการกระ ทบกระเทือนทางจิตใจหรือมีปัญหาทางครอบครัวจากทั่วประ เทศมาอยู่ร่วมกัน เน้นให้โอกาสเด็กผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้นได้เลือกเรียน ตามความพึงพอใจ และเน้นที่ความสุขของเด็กที่เกิดจากการเรียนรู้ที่หล ากหลายจนค้นหาศักยภาพของตนเองได้ และนำไปพัฒนาจนกลายเป็นทักษะเพื่อการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องในอนาคตต่อไป หรือได้เลือกเรียนในสิ่งที่เขาสนใจ
ไม่ว่าจะเป็นวิชาสามัญหรืออาชีพ โดยมีผู้ใหญ่ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรคอยดูแลเกื้อหนุนด้วยหลักพรหมวิหาร 4 เพื่อให้เด็กได้ค้นพบความถนัดและความฉลาดด้วยตนเอง
          ครั้งแรกเดิมที โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย 
 ต.ท่าเสา  อ.ไทรโยค  จ.กาญจนบุรี  โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดสอนได้ถึงระดับ ป.6 ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 ได้ย้ายมาอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่  ต.วังด้ง  ถนนลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์  อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  บนเนื้อที่ 200 ไร่  โดยมูลนิธิจินดา อิ่มจำเรียง ภังคานนท์  และมูลนิธิเด็ก  เป็นผู้บริจาคที่ดิน พร้อมอาคารและบ้านพัก  โดยดำเนินการภายใต้ความดูแลของมูลนิธิเด็ก โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ถือเป็นโรงเรียนทางเลือกที่จัดขึ้นให้มีความเหมาะสมสำหรับเด็กกำพร้า เด็กยากจน  เด็กที่ประสบปัญหาถูกกระทำทารุณ  และเด็กที่มาจากครอบครัวแตกแยก เมื่อเรียนจบจากหมู่บ้านเด็กแล้ว
เด็กๆสามารถเลือกเรียนต่อได้จนถึงระดับอุดมศึกษา
    ที่สำคัญ เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนหมู่บ้านเด็กคือ ให้เด็กมีความสุข การจัดการศึกษาของหมู่บ้านเด็ก เน้นการให้โอกาสเด็กเลือกเรียนเพื่อรอเวลาให้เด็กเกิดฉันทะ  และเน้นที่ความสุขของเด็กที่เกิดจากการเรียนรู้ที่หลากหลาย
จนค้นหาศักยภาพ ของตนเองได้  และนำไปพัฒนาจนกลายเป็นทักษะ  เพื่อการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตที่ถูกต้องในอนาคตต่อไปหรือเรียนในสิ่งที่เด็กสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวิชาสามัญหรืออาชีพ โดยมีผู้ใหญ่ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรคอยดูแล
 เกื้อหนุนด้วยหลักพรหมวิหาร  4  เพื่อให้เด็กได้
ค้นพบความถนัด และความฉลาดด้วยตนเอง
      นางรัชนี ธงไชย หรือแม่แอ๊ว ครูใหญ่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก กล่าวกับ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ว่าเด็กๆที่มาอยู่รวมกัน 166 ชีวิต แต่ที่อยู่ขณะนี้จะเป็นเด็กที่เรียนชั้นประถมปีที่ 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพราะว่าเด็กชั้นปฐมปีที่ 1-6 จะเรียนหนังสือในหมู่บ้านเด็ก แต่สำหรับเด็ก
 ที่เรียนมัธยมปีที่ 1-6 นั้นจะเป็นนักเรียนที่เรียนไป-กลับในโรงเรียนที่ห่างจากหมู่บ้านเด็ก ประมาณ 20 ก.ม. ซึ่งเด็กๆที่มาอยู่ที่หมู่บ้านเด็กนี้จะมาจากทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะมาจากภาคอีสาน ซึ่งครอบครัวเร่ร่อนมาหาทำงานในจ.กาญจนบุรี และมีบางส่วนที่มาจากกรุงเทพฯ ที่ครอบครัวไปเร่ร่อนทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ก็มี ซึ่งเด็กๆเหล่านี้มีทั้งกำพร้า และครอบครัวแตกแยก และภาวะเสี่ยงต่างๆ คำว่าภาวะเสี่ยงหมายถึงว่า อยู่กับผู้อื่นหรืออยู่กับครอบครัวและมีโอกาสที่จะถูกทำทารุณกรรม สำหรับการดูแลเด็กๆที่ ครูจะแยกเป็นบ้าน ครูกับเด็กจะอยู่ด้วยกันในบ้านเป็น

 หลังๆประมาณ 10-13 คน
        ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ในวันนี้ คงต้องทิ้งท้ายว่า ในการสัมมนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ ระหว่างข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมกับสื่อมวลชน นอกจากสื่อจะได้ความรู้ด้านกฎหมาย จากข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม แล้วยังได้อิ่มบุญจากการมาเยี่ยมน้องๆที่หมู่บ้านเด็กอีกด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็น โรงเรียนหมู่บ้านเด็กถือว่ามีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษาทางเลือก ในประเทศไทย เพราะปัญหาของเด็กไทยในวันนี้ยังเหมือนเดิม เช่น เด็กยากจน ขาดอาหาร ถูกทารุณกรรม ละเมิดสิทธิ โดนละเมิดทางเพศ ขาดการศึกษา ปัญหาเหล่านี้ ที่เกิดกับเด็ก ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าวันนี้ประเทศไทยจะร่ำรวยขึ้น หรือยากจนลงก็ตามที...!!!
                                                        นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น