วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วัดป่าไม้แดงตำนานคู่ไชยปราการ

            "ตะลอนตามอำเภอใจ"-อำเภอไชยปราการ เป็นอำเภอหนึ่ง ในจ.เชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 128 กิโลเมตร สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน สลับที่ราบเชิงเขา เป็นอำเภอที่มีภูเขาล้อมรอบถึง 3 ด้าน ได้แก่ ทิศใต้  ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม  มีทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอฝาง ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพร้าว  และทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเชียงดาว และรัฐฉาน ประเทศพม่า
              ช่วงหนึ่งของการเดินทางมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่อำเภอไชยปราการ แห่งนี้ ผมมีโอกาสได้แวะเวียน มาที่วัดพระเจ้าพรหมมหาราช หรือวัดป่าไม้แดง ตั้งอยู่ที่บ้านป่าไม้แดง  ตำบลหนองบัว  อำเภอไชยปราการ  จังหวัดเชียงใหม่ ตามตำนานระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1599
            ในสมัยพระเจ้าพรหมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาสร้างเมืองไชยปราการ โดยพระราชประวัติพระเจ้าพรหมมหาราช ในรัชสมัยของพระเจ้าพรหมมหาราชทรงครองราชย์อยู่ ณ เมืองไชยปราการนั้น บ้านเมืองในแว่นแคว้นโยนกเจริญรุ่งเรืองเต็มไปด้วยความวัฒนาผาสุข พระเกียรติยศของพระองค์รุ่งเรืองปรากฏไปทั่วทุกทิศ เหล่าปัจจามิตรก็มิอาจกล้ามาราวีด้วยเกรงในพระบรมเดชานุภาพและบุญญาธิการของพระองค์
             และดูเหมือนพระองค์จะทรงถือกำเนิดมา เพื่อปราบยุคเข็ญในยามที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของคนต่างชาติ พระองค์ทรงถือกำเนิดมาเพื่อกอบกู้อิสรภาพของชาติไทยโดยแท้ เพราะในสมัยที่พระองค์ทรงถือกำเนิดปฏิสนธิมานั้น คือในปี พ.ศ. 1461 พระเจ้าพังคราชพระราชบิดา และพระมเหสีผู้เป็นมารดาของพระองค์ ต้องถูกพวกขอมเนรเทศ ให้ออกจากอาณาจักรโยนกไปอยู่เมืองเล็กเมืองหนึ่ง เมืองนี้มีชื่อว่า "เวียงสีทวง" ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ใกล้ๆ ชายแดนพม่าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านปางห่าประมาณ 6 กิโลเมตร มีชื่อใหม่ว่า "บ้านเวียงแก้ว" แต่เดิมเรียกว่า "สี่ตวง" เป็นเมืองออกของไทย ปกครองโดยพวกลัวะ 
       ในปี พ.ศ. 1497 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่อาณาจักรโยนกหรือโยนกนาคพันธ์ ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของขอมมาเป็นเวลา 20 ปี ซึ่งเมื่อพระองค์แข็งเมืองขึ้นนั้น ก็เป็นเหตุให้พวกขอมยกทัพใหญ่มาเพื่อจะทำการปราบปราม แต่พระองค์ก็หาได้เกรงกลัวแสนยานุภาพของขอมไม่ ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นพระองค์ทรงมีพระชนม์มายุ
เพียง 16 พรรษาเท่านั้น แต่ด้วยความรักชาติบ้านเมือง รักในความเป็นอิสระเสรี และด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าของพระองค์ในที่จะปลดแยกอาณาจักรโยนกออกจากการปกครองของพวกขอม พระองค์จึงยกกองทัพใหญ่ไล่จับพวกขอมที่เป็นชายฆ่าเสียเกือบหมด พวกที่รอดตายไปได้ คือพวกที่มาทางใต้
       "พระเจ้าพรหมมหาราช"  ตั้งพระทัย
ที่จะทำลายพวกขอมให้หมดสิ้น เป็นการขับไล่ชนิดที่เรียกว่า "กวาดล้าง" เลยทีเดียว เพราะพวกขอมมีหลายหัวเมืองด้วยกัน เช่น เมืองหริภุญชัย เมืองสุโขทัย เมืองละโว้ เมืองศรีสัชชนาลัย เมื่อขับไล่มาถึงเมืองศรีสัชชนาลัยแล้ว กษัตริย์ขอมดำที่เป็นเจ้าเมืองศรี
สัชชนาลัยไม่กล้าสู้ ยอมแพ้และยอมถวายพระ
ราชธิดาองค์หนึ่ง ด้วยการรบอย่างรุนแรง เพื่อจะขจัดอิทธิพลของพวกขอมนั่นเอง ในตำนานโยนก จึงได้กล่าวถึงปาฏิหาริย์ที่จะยับยั้งมิให้พระองค์ทำการรุกไล่พวกขอมต่อไปว่า ร้อนถึงพระอินทร์เจ้าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เล็งทิพย์เนตรมาเห็น ถ้าไม่ไปช่วยไว้ ขอมจะต้องตายหมด ชีวิตมนุษย์ก็จะเป็นอันตรายมากจำต้องช่วยป้องกันไว้ จึงมีเทวองค์การสั่งให้พระวิศณุกรรมเทพบุตรลง
ไปเนรมิตรกำแพงแก้ว ก็หยุดเพียงแค่นั้น ไม่ได้ไล่ตามต่อไป ที่ตั้งกำแพงแก้วนี้ ต่อมาเกิดมีเมืองขึ้นเมืองหนึ่งมีชื่อว่า "เมืองวชิรปราการ" แปลตามพยัญชนะว่า "กำแพงเพชร" คือจ.กำแพงเพชร ในปัจจุบันนี้
       สำหรับ "วัดป่าไม้แดง" ภายในบริเวณวัดมีอาคารเสนาสนะประกอบด้วย  วิหาร จตุรมุข วิ

หารธรรมานุสติ  ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังประเพณีล้านนา  12  เดือน เจดีย์นวโลกุตตรสถิตศรีไชยปราการ มีอนุสาวรีย์พระเจ้าพรหมมหาราช    มีอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้สถาปนาสร้างเมืองเชียงใหม่ มีวิหารพระคุ้มเสาหลักเมืองไชยปราการ ศาลาบำเพ็ญบุญ ศาลาราย ศาลาอเนกประสงค์ กุฎิสงฆ์,อาคารเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม – บาลี   และเผนกสามัญศึกษา มีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด กุฎิพักรับรองสำหรับอาคันตุกะ
      "วัดป่าไม้แดง" เดิมเป็นวัดร้าง มีสภาพที่รกร้าง มีป่าไม้แดงขึ้นปกคลุมอยู่ แต่มีสภาพ
ซากวัดเก่าปรักหักพัง  คงเหลือแต่หลักฐานบางอย่างปรากฎอยู่ เช่นซากฐานก้อนอิฐที่จมอยู่ใต้พื้นดิน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2515
พระครูประดิษฐ์พรหมคุณ (หลวงพ่อบุญเย็น ฐานธมฺโม)  เจ้าอาวาสวัดสุปัฎนาราม  เจ้าคณะตำบลปงตำในขณะนั้น ไดันำคณะศรัทธาสาธุชนภายในหมู่บ้านป่าไม้แดง และหมู่บ้านใกล้เคียง เข้าพัฒนาสถานที่วัดร้างที่ปกคลุมด้วย
 ป่าไม้แดง  ได้สร้าง
 ราชานุสาวรีย์พระเจ้าพรหมมหาราชขึ้น  เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่พระเจ้าพรหมมหาราช  วีรกษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาสร้างเมืองไชยปราการ  และได้จัดตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์โดยใช้ชื่อว่า "สำนักสงฆ์พระเจ้าพรหมมหาราช"                
         โดยมีท่านพระครูประดิษฐ์พรหมคุณ  เป็นเจ้าสำนักสงฆ์รูปแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2515 - 2534 จนกระทั้งปี พ.ศ. 2533  ได้อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4  แห่งระเรียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการยกวัดร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์  พุทธศักราช 2514  ได้ประกาศให้เป็นวัดมีพระสงฆ์ เมื่อวันที่  24 ตุลาคม  พ.ศ. 2533  โดยให้ชื่อว่า "วัดป่าไม้แดง"  โดยมท่านพระครูดวงคำ  ฐานนิสฺสโร ในขณะนั้น หรือท่านพระครูสถิตธรรมาภิรักษ์  องค์ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดงรูปแรก และได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส มาตั้งแต่วันที่  120  มีนาคม  พ.ศ. 2534  จนถึงปัจจุบัน
            ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" วัดป่าไม้แดง หรือ "วัดพระเจ้าพรหมมหาราช"  นอกจาก จะมีศิลปะการก่อสร้าง ที่เก่าแก่สวยงามเป็นศิลปกรรมแบบล้านนา เป็นที่ประดิษฐานของอนุสาวรีย์ของพระเจ้าพรหมมหาราช ผู้สร้างนคร ไชยปราการ แล้ว ยังเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนเยี่ยมชม และสักการะอนุสาวรีย์ของพระเจ้าพรหมมหาราช อีกด้วย...!!!
                            นวย เมืองธน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น