วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

"วัดพรหมรังษี"พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นดอนเมือง

          "ดอนเมือง" ในสมัยโบราณ เรียกได้ว่าเขตชนบท ของกรุงเทพมหานคร เหมือนที่บางนา ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางแค  และอีกหลายๆ เขตของกทม. แต่ที่น่าสนใจ "ดอนเมือง" ในอดีตมีชื่อเรียกว่า"ดอนอีเหยี่ยว" และ "ดอนอีแร้ง" เหตุที่เรียกชื่อเช่นนี้ ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านพื้นเพดอนเมือง เล่าว่า เมื่อก่อนนั้น มีโรงฆ่าสัตว์ อยู่แถวย่านสะพานควาย เศษเนื้อ เศษกระดูก ของซากสัตว์ เลยถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่ บรรดานกแร้ง และเหยี่ยว จึงมารวมกลุ่มกินซากสัตว์กัน
      จึงเป็นที่มาของ "ดอนอีเหยี่ยว" และ "ดอนอีแร้ง" แต่พอเมื่อมีท่าอากาศยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ก็เปลี่ยนชื่อเขตนี้ว่า "เขตดอนเมือง" หลังจากนั้นความเจริญก็ค่อยๆ ก้าวตามสนามบิน ถนนวิภาวดีรังสิต ที่ชาวบ้านแถวนี้เรียกว่า "ซุปเปอร์ไฮเวย์" ตอนนั้นมีแค่เส้นทาง 4 เลน ก็ถือว่าหรูสุดๆ แล้วสำหรับ
ประเทศไทย ต่อมาทางราชการ จึงตั้งชี่ออย่างเป็นทางการให้กับทางหลวงสายหลักแห่งนี้ว่า "วิภาวดีรังสิต" ตามชื่อของหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดี รังสิต หรือ ว.ณ. ประมวณมารค ผู้ประพันธ์ นวนิยายชื่อดังอย่างปริศนา รัตนาวดี เจ้าสาวของอานนท์
       สำหรับพื้นที่เขตดอนเมือง เดิมขึ้นอยู่กับอำเภอบางเขน จังหวัด
พระนคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ได้มีประกาศคณะปฏิวัติจัดตั้งกรุงเทพมหานครขึ้นแทนที่นครหลวงกรุงเทพธนบุรี ซึ่งเกิดจากการรวมกันของจังหวัดพระนคร และจังหวัดธนบุรี อำเภอบางเขนได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเขตบางเขน ส่วนตำบลต่าง ๆ ในท้องที่ก็มีฐานะเป็นแขวง ภายหลังพื้นที่เขตบางเขนมีความเจริญ และ
 มีประชากรหนาแน่นขึ้น พื้นที่บางแห่งอยู่ไกลจากสำนักงานเขต กระทรวงมหาดไทยจึงได้รวมแขวงสีกัน แขวงทุ่งสองห้อง และแขวงตลาดบางเขนจัดตั้ง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2532
        จากนั้นก็ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตดอนเมืองและจัดตั้งเขตหลักสี่ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ทำให้แขวงตลาดบางเขน ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่แยกไปรวมกับเขตหลักสี่ กับส่วนที่ยังอยู่ในเขตดอนเมือง ต่อมากรุงเทพมหานคร จึงประกาศจัดตั้งแขวงสีกันเต็มพื้นที่เขตดอนเมือง โดยรวมพื้นที่แขวงตลาดบางเขนเดิมเข้าไว้ด้วยเพื่อความชัดเจนในการปกครอง เนื่องด้วยยังไม่มีประกาศกำหนดแนวพื้นที่แขวงให้มีความชัดเจนแน่นอน ทำให้เกิดความสับสน แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน กรุงเทพมหานครจึงเปลี่ยนแปลงพื้นที่แขวงสีกัน และตั้งแขวงดอนเมืองและแขวงสนามบินขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2552
          ผมหยิบยก "ดอนเมือง" มาพูดถึง เพราะมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมงานโครงการ "ป่าในเมืองเพื่อการศึกษา กล้ายิ้ม" ที่กรมป่าไม้ ร่วมกับบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จัดโครงการดังกล่าวขึ้น รณรงค์นำร่องพื้นที่สีเขียวขึ้น ณ วัดพรหมรังษี  แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก โดยมีผู้บริหารของกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ผู้บริหารและพนักงานบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง รวมถึงประชาชน และนักเรียน ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้สายพันธุ์ต่างๆ
        สำหรับ "วัดพรหมรังษี" สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเห็นจะเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นดอนเมือง ซึ่งตั้งอยู่ใต้ฐานของมหาเจดีย์ บุโรพุทธโธจำลอง ภายในวัดพรหมรังสี โดยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของเขตดอนเมือง เริ่มตั้งแต่ประวัติของเขตและท้องถิ่น การบอกเล่าถึงสินค้าหนึ่งตำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ของเขตดอนเมือง และในอดีต ชาวดอนเมืองประกอบอาชีพทางการเกษตร มีวิถีชีวิตที่พึ่งอยู่กับสายน้ำจากคลองเปรมประชากร ปลูกผัก จับปลา สานเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนกันอยู่ รวมถึงการบอกเล่าถึงประเพณีและของดังประจำถิ่นในแถบดอนเมือง และสถานที่ท่อง
 เที่ยวต่างๆ ในแถบนี้ด้วย  
       "วัดพรหมรังษี" ไม่ใช่วัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2520 โดยคณะศิษยานุศิษย์ที่มีความเคารพศรัทธาใน สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังษี และถึงแม้จะไม่ใช่วัดเก่าแก่ แต่ความโดดเด่นของวัดพรหมรังษี เห็นจะเป็นสิ่งก่อ
สร้าง ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสังเวชนียสถานที่สร้างขึ้นเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ งดงามและน่าศรัทธายิ่ง อาทิ สังเวชนียสถานจำลอง  "ปราสาทพุทธมารดา" ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย
         ส่วนด้านในมีรูปหล่อองค์พุทธมารดาและพระรูปของพระพุทธเจ้าปางประสูติประดิษฐานไว้ "เจดีย์พุทธคยา" จำลอง ด้านหลังองค์เจดีย์
ยังมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นหน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย มาปลูกไว้ และยังได้สร้างแท่นวัชรอาสน์ ซึ่งเป็นแท่นที่พระพุทธเจ้าทรงนั่งอธิษฐานจิตบำเพ็ญเพียร จนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มาจำลองไว้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ด้วย นอกจาก "วัดพรหมรังษี" ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่จำลองอีกมากมาย ที่ควร
ค่าแด่การสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งการได้มา "วัดพรหมรังษี" ยังได้ข้อมูลความรู้ จากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเขตดอนเมือง ที่สำคัญ "วัดพรหมรังษี" ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมะที่น่าสนใจของกรุงเทพฯ แห่งหนึ่ง
       ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" นอกจาก "วัดพรหมรังษี" จะมีสิ่ง
 ศักดิ์สิทธิ์ ที่จำลองอีกมากมาย ที่ควรค่าแด่การสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตแล้ว  การได้มาวัดแห่งนี้  ยังได้ข้อมูลความรู้ จากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเขตดอนเมืองด้วย  ส่วนการเดินทางไม่ได้อยากแต่อย่างใด สามารถนั่งรถเมล์สายใดก็ได้ที่วิ่งบนถนนวิภาวดีรังสิต มาลงที่หน้าสำนักงานเขตดอนเมือง และนั่งมอเตอร์ไซด์หรือรถเมล์สองแถวเล็กๆ สีแดงเข้าไปจนสุดทาง ก่อนที่รถจะเลี้ยวซ้าย จะมีป้ายบอกทางไปวัดพรหมรังสี  นอกจากนี้ บริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพรรณ ที่สำคัญ "วัดพรหมรังษี" ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมะของกรุงเทพฯ อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ....!!!
                                                           นวย  เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น