วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

งานผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพภูมิปัญญาของคนไทย

           ตะลอนตามอำเภอใจ-ศิลปาชีพ หมายถึง การส่งเสริมให้คนไทยในภูมิภาคต่างๆ ผลิตงานด้านศิลปหัตถกรรมเป็นอาชีพเสริม นอกเหนือจากการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลัก ในปี พ.ศ. 2515  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ จัดสรรที่ดินที่หุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี ให้ราษฎรได้อาศัยทำไร่เป็นอาชีพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงช่วยเหลือกลุ่มแม่บ้านชาวหุบกะพง ให้มีรายได้เพิ่มเติม ด้วยการนำป่านศรนารายณ์ ซึ่งเป็นพืชในท้องถิ่นมาประดิษฐ์เป็นสินค้าหัตถกรรมต่างๆ เช่น กระเป๋าถือ หมวก พัด รองเท้าแตะ และของใช้อื่นๆอีกหลายอย่าง โดยได้รับความร่วมมือจากกองอุตสาหกรรมสิ่งทอ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ส่งครูไปช่วยแนะนำ และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์ จนสามารถผลิตเป็นสินค้าออกสู่ตลาดได้
        กิจการด้านการส่งเสริมอาชีพศิลปหัตถกรรม ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอำนวยการอยู่ ได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานกว้างขวางมากขึ้นตามลำดับ ทำให้ต้องทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์เพื่อโครงการต่างๆเป็นจำนวนมาก ข้าราชบริพารและผู้มีจิตศรัทธา จึงได้รวบรวมเงินจำนวนหนึ่งขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้จ่ายในกิจการนี้ และกราบบังคมทูลขอให้ทรงจัดตั้งเป็นมูลนิธิ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 พระราชทานชื่อว่า "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชินูปถัมภ์" และทรงเป็นประธานกรรมการ
 บริหารของมูลนิธิฯ ด้วย ต่อมาใน พ.ศ. 2513 ได้เปลี่ยนชื่อของมูลนิธิฯ เป็น "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ซึ่งใช้ต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้
      หลังจากการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นเป็นทางการ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา ได้เกิดโครงการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก โดยใน พ.ศ.2519 มีโครงการทอผ้าฝ้าย ที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการสานเสื่อกระจูด ที่ตำบลศาลใหม่
 อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โครงการทอผ้าไหม ที่อำเภอตาพระยา และอำเภอวัฒนานคร จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดสระแก้ว) ต่อมา ใน พ.ศ. 2520  มีโครงการทอผ้าไหมแพรวา ที่ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ และศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอีกหลายอย่างเช่น การทำเครื่องประดับเงินของชาวไทยภูเขาในภาคเหนือ การจักสานไม้ไผ่ลายขิด ซึ่งเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของภาคอีสานรวมทั้งการอนุรักษ์งานฝีมือโบราณ อีกหลายชนิดที่แทบจะหาครูผู้ถ่ายทอดวิชาไม่ได้อีกแล้ว เช่น การถมทอง การทำคร่ำ การทอจก การปัก
ซอยแบบไทย การแกะสลักไม้และการแกะสลักหนังตะลุง ตลอดจนการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมแบบใหม่เพิ่มขึ้น เช่น การตกแต่งหัตถกรรมต่างๆด้วยปีกแมลงทับส่งผลให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กลายเป็นศูนย์รวมที่สำคัญของบรรดาครูผู้มีฝีมือทางหัตถกรรมทั้งหลาย


          โดยเมื่อวันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" ร่วมงานแถลงข่าวของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ณ ห้องเทเวศน์ สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถึงการเตรียมนำผลิตภัณฑ์สมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพจากทุกภาคทั่วประเทศ ออกจำหน่ายในงานประจำปี "งานผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ประจำปี 2554" ระหว่างวันที่ 15-31 กรกฎาคม 2554 ในเวลา 10.00-18.00 น. ที่สวนอัมพร พระราชวังดุสิต
          ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่าย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 
บอกว่า จากทุกปีที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯได้จัดงานจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพในเดือนกรกฎาคม และเดือนธันวาคมและในปีนี้ก็จัดเหมือนเช่นทุกปีเหมือนเดิม โดยจะรับซื้อสินค้าจากชาวบ้านเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และทำให้ชาวบ้านไม่ไปทำลายป่าไม้ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ให้ชาวบ้านเข้าร่วมโครงการ
สถานีเกษตรที่สูงทำการเกษตรในพื้นที่ภูเขาหัวโล้นและสินค้าต่างๆที่ทรงรับซื้อนั้นมีราคาสูงกว่าราคาที่นำมาจำหน่าย สำหรับการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดแสดงและเผยแพร่ผลงานของช่างฝีมือไทยแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และ
ชาวต่างชาติ อีกทั้งการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพจากทุกภาคทั่วประเทศ อาทิ ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าแพรวา ผ้าฝ้าย ผ้าชาวเขาจากชาวเขาเผ่าต่างๆ เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากผ้าไหม และผ้าฝ้าย ผ้าปักซอยแบบไทย ภาพวาด ย่านลิเภา เสื่อกระจูด เรือกอและจำลอง เครื่องจักรสานจากไม้ไผ่ และเครื่องเงิน เป็นต้น
ท่านผู้หญิงอรนุช บอกด้วยว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายนั้น มีมาจากทุกภาค อาทิภาคเหนือก็มีผ้าชาวเขาจากเผ่าต่างๆ ภาคอีสานมีผ้าไหมมัดหมี่และยังมีผ้าฝ้าย ผ้าทอ ผ้าพิมพ์ลาย และยังมีงานเซรามิก
 งานกระเป๋าที่ทำมาจากกระจูด ย่านลิเภา ฯลฯ โดยของทุกชิ้นจะจัดจำหน่ายในราคาที่จับจ่ายซื้อหาได้ เงินทั้งหมดที่ได้ก็จะย้อนกลับไปสู่พี่น้องชาวไร่ ชาวนาจริง นอกจากนี้ บริเวณซุ้มดอกเห็ด สวนอัมพร ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทาง การเกษตรจากฟาร์มตัวอย่าง อาทิ เกล็ดข้าวกล้องงอกผง เป็ดอี้เหลียง หมูจินหัว แฮมหมูจินหัวรมควัน และ
ผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย จากสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง และหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงในราคาพิเศษ สามารถติดตามซื้อได้ในงานศิลปาชีพปีนี้
                                                     
     โดยงานจะมี ระหว่างวันที่ 15-31 กรกฎาคม 2554 ณ สวนอัมพร พระราชวังดุสิต สำหรับผู้เข้าร่วมงานสามารถจอดรถภายในสวนอัมพร ลานพระบรมรูปทรงม้าและ
สนามเสือป่า ตลอดจนสามารถเดินทางโดยรถประจำทางสาย 18 , 72, 108 , และปอ.12 , ปอ.70,ปอ.503,ปอ.515,และปอ.539
       ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ" คือโครงการส่งเสริมให้ประชาชน ประกอบอาชีพโดยอาศัย
ศิลปะที่ตนมีอยู่ นับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา
ความยากจนและการทำมาหากินของราษฎร โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสำคัญ อีกทั้งยังกล่าวได้ว่าเป็นโครงการที่เพิ่มและพัฒนาขีดความสามารถของประชาชนผู้ยากไร้ให้ช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้โครงการหนึ่ง..!!!
                                                        นวย เมืองธน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น