วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ดูภารกิจอส.สำรองด้านความมั่นคงอ.หาดใหญ่

           ตะลอนตามอำเภอใจ-กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เป็นกองกำลังอาสาสมัครสำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ ทั้งในยามปกติและยามศึกสงคราม โดยการรับสมัครราษฎรที่สมัครใจเข้ามาเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ และผู้บัญชาการ
           ในอดีตเมื่อเกิดศึกสงคราม จะมีการรวมตัวกันของราษฎรที่มิใช่กำลังทหาร เพื่อต่อสู้กับข้าศึกเพื่อรักษาแผ่นดิน อาทิ ชาวบ้านบางระจันรวมตัวกันต่อสู้กับพม่า ในราวปี พ.ศ. 2308 - 2309 การสู้รบที่เมืองถลางของคุณหญิงจันและนางมุก การสู้รบที่เมืองนครราชสีมาของคุณหญิงโม รวมถึงการสถาปนากองเสือป่า ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
         ในสมัยรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้มีแนวคิดในการจัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสา โดยได้ออกพระราชบัญญัติกำหนดหน้าที่คนไทย
     ในเวลารบ พ.ศ. 2481 และพระราชบัญญัติให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ. 2484 เพื่อให้การฝึกอบรมคนไทยให้รู้จักหน้าที่ในการป้องกันรักษาประเทศชาติในยามศึกสงคราม โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ ในปี พ.ศ. 2497 ได้มีการประกาศใช้

 พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 เป็นผลให้เกิดกิจการด้านพลเรือนอาสา มีรูปแบบและระบบการจัดการที่ชัดเจนมากขึ้น จึงถือเอาวันที่ 10 กุมภาพันธ์เป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน
          กองอาสารักษาดินแดน แบ่งการจัดหน่วยออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง ได้แก่ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้บัญชาการส่วนภูมิภาค ได้แก่ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้บังคับการ และมีนายอำเภอ เป็นผู้
บังคับกองร้อย สำหรับสมาชิก อส. มี 3 ประเภท คือ ประเภทสำรอง คือ สมาชิกที่ยังไม่ได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด ประเภทประจำกอง คือ สมาชิกที่ได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตร และบรรจุอยู่ในอัตรากำลัง และประเภทกองหนุน คือ สมาชิกที่ได้ปลดออกจากประจำกอง
          ผมมีโอกาสมา"ตะลอนตามอำเภอใจ" ดูภาระกิจสมาชิกอส.สำรอง ด้านการดูความสงบเรียบร้อยของประชาชน ของอำเภอหาดใหญ่ จังสงขลา โดยนายสมควร ขันเงิน นายอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บอกว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น
 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการก่อการร้าย ก่อวินาศกรรม การวางระเบิดสถานที่สำคัญ การข่มขุ่กรรโชก  เผาโรงเรียน ลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ การลักลอบทำลายทรัพย์สิน ของทางราชการและประชาชนในรูปแบบต่างๆ สร้างความหวาดกลัวให้เกิดแก่ประชาชนไม่มีความมั่นใจและความมั่นคงในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
อำเภอหาดใหญ่ ถือศูนย์กลางธุรกิจ และการท่องเที่ยว และเป็นอำเภอหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น โดยเฉพาะในปี 2544 และปี 2547 ได้มีการลอบวางระเบิดย่านธึรกิจการ
 ค้า และการท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญหลายครั้ง ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และชีวิตประชาชนเป็นจำนวนมาก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว จนทำให้นักธุรกิจ ตลอดจนพ่อค้าและประชาชนขาดความมั่นใจในการรักษาความสงบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งๆที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้วก็ตาม นอกจากนี้แล้วปัจจุบัน
อำเภอหาดใหญ่ ยังเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวังอย่าง
ต่อเนื่อง โดยนายอัครพล บุณยนิตย์ นายอำเภอหาดใหญ่ในขณะนั้น ได้ให้ความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและ

 ทรัพย์สินของประชาชน
             แต่เนื่องจากอำเภอหาดใหญ่เป็นอำเภอที่ล่อแหลมต่อการก่อความไม่สงบ การก่อการร้ายและการลอบวางระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยนอกจากข้าราชการฝ่าย
 ปกครอง ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้ว ยังมีกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดน อำเภอหาดใหญ่ที่ 4  ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการช่วยเหลือการปฏิบัติงาน การแก้ปัญหาต่างๆ ของอำเภอ จึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มกองกำลังที่ได้รับการฝึกทางด้านยุทธวิธี และทางด้านการข่าวมาช่วยเหลือในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
       อำเภอหาดใหญ่/กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอหาดใหญ่ที่ 4 จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมราษฎรอาสาเป็นสมาชิกาองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497 มาตรา 14  โดยขึ้น

 ทะเบียนและจัดตั้งเป็นกองร้อย อส.สำรอง อำเภอหาดใหญ่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการปฏิบัติงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย  งานด้านการข่าว และปฏิบัติตามแผนยุทธการการสั่งใช้ ตามแผนการสั่งใช้ของกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสงขลา
       นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมการปกครอง บอกว่า อส.สำรอง อำเภอหาดใหญ่ ภาระกิจหลักคือการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในเรื่องของการรักษาความมั่นคงภายใน อำเภอหาดใหญ่ถือเป็นจุดศูนย์กลางของภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลจะต้อง
รักษาความสงบเรียบร้อยให้ได้ แต่เนื่องจากกำลังคนที่มีอยู่มีจำนวนน้อย จึงต้องมีการฝึกอส.สำรองขึ้นมาเป็นผู้ช่วยพนักงานเข้ามาร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น การออกหน่วย ชุดเดินเท้ารักษาความสงบในพื้นที่ และออกตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย สิ่งเหล่านี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายในเขตเอำเภอหาดใหญ่ เพราะตั้งแต่ปี2548 เป็นต้นมา
 เหตุร้ายก็ไม่มีเกิดขึ้นอีก ซึ่งอำเภอหาดใหญ่ เปรียบเสมือนเป็นเมืองหลวงของภาคใต้ หากผู้ไม่หวังดีสามารถสร้างความไม่สงบในอำเภอหาดใหญ่ได้ ก็จะส่งผลกระทบกับขวัญและกำลังใจของประชาชน
    ช่วงสุดท้ายของ"ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับขั้นการฝึกอส.สำรองนั้น ทางอำเภอหาดใหญ่ จะทำหนังสือแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน และแจ้งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ คัดเลือกราษฎร ที่มีจิตอาสา เข้ารับการอบรม โดยวิชาความรู้ที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯจะได้รับ ประกอบไปด้วย การละลายพฤติกรรม การฝึกท่าบุคคลมือเปล่า  การฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง  วิธีป้องกันตัว กิจกรรมกลุ่ม การอยู่เวรยามและสายตรวจ ส่วนหลักสูตรพิเศษ อส.สำรอง การลาดตระเวนค้นหาวัตถุต้องสงสัย และสรรพาวุธวัตถุระเบิด (EOR) ตรงนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีการสาธิตหุ่นยนต์ตรวจจับระเบิด ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ ที่ถูกคิดค้นสร้างมาตรวจจับระเบิด สำหรับใช้ในภาระกิจของอส.อำเภอหาดใหญ่ ด้วย และหากมีการสนับสนุนจากภาครัฐ เชื่อเหลือเกินว่าหุ่นยนต์ตรวจจับระเบิดจะสามารถพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานได้อย่างมากทีเดียวในอนาคตข้างหน้า...!!!
                                                      นวย เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น