วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สวนพฤกษศาสตร์ศรีนครเขื่อนขันธ์"ปอดใหญ่"ชุมชนเมือง

         "ตะลอนตามอำเภอใจ"-"อำเภอพระประแดง" เดิมเป็นเมืองชื่อ "เมืองนครเขื่อนขันธ์" ถือเป็นเมืองหน้าด่านของปากแม่น้ำ เจ้าพระยา สร้างโดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เพื่อป้องกันการรุกรานของข้าศึก ที่ยกมาทางทะเล ชาวพื้นเมืองเดิมของเมืองนครเขื่อนขันธ์หรือพระประแดง เป็น ชาวรามัญ หรือมอญที่ อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินไทยเป็นเวลากว่าร้อยปีมาแล้ว
       "เมืองนครเขื่อนขันธ์" หรือ "อำเภอพระประแดง" จ.สมุทรปราการ ในปัจจุบัน สันนิษฐานว่า ชาวรามัญเริ่ม
อพยพเข้าสู่ ประเทศไทย หลังจาก สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพ เมื่อ พ.ศ. 2127 ใน สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พ.ศ.2318 ปรากฏว่ามีชาว มอญอพยพเข้ามาราวหมื่นคนทางด้าน จังหวัด

กาญจนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรง
พระราชทาน ที่ดินให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองนนทบุรี ตั้งแต่ปากเกร็ดถึง ปทุมธานี ในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ มีพวกมอญอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอีก
 เป็นจำนวนมาก เมื่อพระองค์ได้ทรงสร้างเมืองนครเขื่อน-ขันธ์แล้ว จึงโปรดให้อพยพครอบครัวมอญจากเมืองปทุมธานี โดยมีพระยาเจ่ง เป็นหัวหน้าไปอยู่ที่"เมืองนครเขื่อนขันธ์" ต่อมาโปรดให้สมิงทอบุตรชายพระยาเจ่ง เป็นเจ้าเมืองนครเขื่อนขันธ์ หรือเมืองพระประแดง กล่าวได้ว่า ประเพณีและวัฒนธรรมมอญ จึงฝังรากอย่างแน่นแฟ้นในเมืองพระประแดง
  ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นคนไทย แต่ก็ยังรักษาประเพณีเดิมไว้เป็นอย่าง
ดี ทางจ.สมุทรปราการ และชาวอ.พระประแดง จึงได้ร่วม

กันจัด งานสงกรานต์พระ-ประแดง ขึ้น เพื่อเป็นการต้อนรับ ปีใหม่ ของไทย และเพื่ออนุรักษ์ประเพณีของชาวรามัญเอาไว้ เช่น ประเพณี การปล่อยนกปล่อยปลา การเล่นสะบ้า โดยจัดร่วมกับงานสงกรานต์ทุกปี
     "เมืองพระประแดง" เป็นเมืองที่มีความเก่าแก่มานานกว่า 1000 ปี ประวัติศาสตร์เมืองพระประแดงเริ่มปรากฎในสมัยขอมเรืองอำนาจเหนือดินแดน สุวรรณภูมิบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา  ในสมัยนั้นสภาพทางภูมิศาสตร์ของที่ราบ
 ลุ่มมีทะเลที่อยู่ลึกกว่าปัจจุบันทาง ใต้ของกรุงเทพ ฯขอมได้ตั้งเมืองบริเวณปากแม่น้ำนี้ เรียกว่า "พระประแดง" เมืองพระประแดงเดิมตั้งอยู่บริเวณคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ต่อมาแผ่นดินได้งอกขึ้นมาจึงย้ายเมืองพระประแดงมาให้ใกล้ปากแม่น้ำ ซึ่งคือ อ.พระประแดงในปัจจุบัน ชื่อของพระประแดงได้ปรากฏในยุคสมัยทั้งหมด 5 สมัย คือ สมัยลพบุรี สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยลพบุรีที่ขอมเรืองอำนาจ "เมืองพระประแดง"มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านชายทะเล ขอมเรียก
 "เมืองพระประแดง" มีความหมายว่า "คนนำสาร"


   อันที่จริงผมเกริ่นเรื่องของ"เมืองนครเขื่อนขันธ์" เสียยาวเหยียด เพราะอยากจะเล่าว่า เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 มิ.ย.54) ผมมีโอกาสมา "ตะลอนตามอำเภอใจ" มาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง และปลูกต้นไม้ “สวนศรีนครเขื่อนขันธ์
 มินิ มาราธอน” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีณ สวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ “ศรีนครเขื่อนขันธ์”  ต.บางกะเจ้า  อ.พระประแดง  จ.สมุทรปราการ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกับศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น โดยมี ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และมีนายเริงชัย ประยูรเวช รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายประธาน
 สิทธิ์ กระมล หัวหน้าศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศน์นครเขื่อนขันธ์และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการกรมป่าไม้ และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
          นายเริงชัย ประยูรเวช รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ “ศรีนครเขื่อนขันธ์” เป็นสวนกลางมหานครเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด   ทางราชการ จึงมีแนวคิดที่จะให้พื้นที่แห่งนี้เอื้อประโยชน์ โดยการเป็นพื้นที่ “ปอด” เพื่อฟอกอากาศให้คนในพื้นที่จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2520 ให้อนุรักษ์พื้นที่สีเขียวโครงการ
 สวนกลางมหานคร อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการไว้  และมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2534 อนุมัติโครงการสวนกลางมหานคร ซึ่งการดำเนินงาน  ที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553-2542 สามารถจัดซื้อที่ดินเพื่ออนุรักษ์ให้เป็นพื้นที่สีเขียวได้จำนวน 1,276 ไร่ และจัดสร้างสวนสาธารณะ เนื้อที่ 148 ไร่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงกรุณาโปรดกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติว่า “ศรีนครเขื่อนขันธ์”  ซึ่งหมายถึง สวนสาธารณะที่เป็นศรีแก่นครเขื่อนขันธ์ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของอำเภอพระประแดง
ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ สำนักโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ กรมป่าไม้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริไว้เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของศูนย์จัดการพื้นที่สี
 เขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549  “ให้ช่วยกันปลูกต้นไม้ในวันสำคัญๆ โดยร่วมกันหลายๆ ฝ่าย หลายๆ กิจกรรม เช่น เดิน วิ่ง การกุศล  แล้วมาร่วมกันปลูกต้นไม้จะได้สบายกายสบายใจ
    นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อ ปลูกจิตสำนึกด้าน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์เผยแพร่แนวทางพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสวนศรีนคร เขื่อนขันธ์  กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การวิ่งการกุศลมินิมาราธอน ระยะทาง 11 กิโลเมตร ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเหรียญที่ระลึก , การเดิน (Walk Rally) ระยะทาง 2-3 กิโลเมตร และการปลูกต้นไม้ จำนวน 4,500 ต้น
         ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมคงต้องทิ้งท้ายไว้กับคำสอนและแง่คิดดีๆของท่าน ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ที่บอกว่า การรักษาธรรมชาติ ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ เพราะประชากรบนโลกเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนธรรมชาติก็ลดน้อยลงทุกขณะถ้าหากขาดธรรมชาติแล้วชีวิตเราคงจะจบสิ้น ไม่ว่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ปัจจัย4 ที่พระพุทธองค์ท่านสอนไว้ความจริงก็มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น
        ทั้งนี้ ความหลากหลายที่มีอยู่ในสถานที่แห่งนี้เป็นสิ่งที่มีค่าต่อชีวิตของเราและต่อประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้การอนุรักษ์ รักษาธรรมชาติ  จึงอยู่ในความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน....!!!
                                                          นวย เมืองธน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น