วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

"แอ่งน้ำเน่า"สะท้อนเงาสังคมไทย

         ตะลอนตามอำเภอใจ-"ละครน้ำเน่า" หรือหนังน้ำเน่า มีรากศัพท์มาจากคำว่า "Soap opera"  อาจหมายถึง "ละคร" หรือภาพยนต์ ที่มีเนื้อหาประเภทรักๆใคร่ๆ ตบตีแย่งสามีภรรยาชาวบ้าน ก็เลยเป็นที่มาของการถูกเรียก ว่า "น้ำเน่า" หรือเวลาทีเราดูละครตามทีวีบ้านในเรา ที่บางครั้งเรามักจะติดปากบอก หนังเรื่องโน้น เรื่องนี้ "น้ำเน่า" จังเลยว่ะ อะไรประมาณนี้ตามความหมายของผมน่ะ
         แต่ในความเป็น"ละครน้ำเน่า" ก็ใช่ว่าจะเกินความเป็นจริงของชีวิตคนน่ะ เพราะส่วนใหญ่ "ละครน้ำเน่า" ที่เราพูดติดปากกัน ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่า ผู้สร้างหรือคนเขียนบท เค้าก็ถ่ายทอดมาจากความเป็นจริงของสังคมมนุษย์ อีกนั่นแหละ ข้อสำคัญไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ส่วนใหญ่ผู้บริโภคละครน้ำเนาๆที่ว่า ก็ดันได้รับความนิยมจากชาวบ้านระดับรากหญ้า เสียด้วยซ้ำไป
      ผมหยิบยกเรื่อง "น้ำเน่าๆมาพูดถึง ก็เพียงแค่จะบอกว่าเมื่อช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา มีโอกาสไปตะลอนตามอำเภอใจ ที่งาน Artbakgkok Syumposium 201 ครั้งที่ 2 หัวข้อ ''สะท้อนเงาสังคม
ไทยในแอ่งน้ำเน่า" ณ  ห้องอเนกประสงค์ ชั้น1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน ที่เว็บไซต์  ArtBangkok.com จัดขึ้น โดยความสนับสนุนจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และนิตยสาร HI-CLASS ได้จัดทำโครงการ Artbangkok Syumposium 2011  เพื่อประมวลทัศนะเชิงสร้างสรรค์จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะในสาขาต่างๆ โดยมีการจัดเสวนาเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ เดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา จนถึงเดือนกันยายน 2554  โดยมุ่งหวัง
 ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ สร้างจิตสำนึกในการถ่ายทอดและแบ่งปันสาระข้อมูลจากบุคคลที่เป็นแหล่งความรู้ด้านการออกแบบสร้างสรรค์และศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ไปสู่สังคมและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
        สำหรับการเสวนาในหัวข้อ "สะท้อนเงาสังคมไทยในแอ่งน้ำเน่า"  มีเนื้อหาสาระที่มุ่งเน้นการหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ ในการพัฒนาคุณภาพของสื่อบันเทิง ที่มีผลโดยตรงต่อการหล่อหลอมทัศนคติ ค่านิยม และวัฒนธรรมของผู้คนในสังคม โดยมีคุณคมสัน นันทจิต และ"คุณวรรณศิริ ศรีวรา
 ธนบูลย์"  หรือ"คุณกุ้ง" เป็นผู้ดำเนินรายการและมีวิทยากรผู้ร่วมเสวนาได้แก่ "คุณถ่ายเถา สุจริตกุล" ซึ่งเป็นผู้เขียนบทประพันธ์ "มงกุฎดอกส้ม"  มีการผสมผสานและร้อยเรียงความคิด วิถีชีวิตไทย - จีนและเรื่องราวชีวิตที่หลากหลายเข้าด้วยกัน และภายในระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ก็ได้รับการตีพิมพ์แล้วมากกว่าสิบครั้ง และในปีนี้ยังมีการนำบทประพันธ์ไปสร้างละครโทรทัศน์เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งโด่งดังและเป็นที่ถูกกล่าวในสังคมบ้านเรา
          "คุณวิภาวี เจริญปุระ"  หรือ"คุณกุ้ง" ผู้ร่วมเสวนาอีกท่านหนึ่ง ที่รู้จักกันดีในฐานะพี่สาวนักร้องเสียงสวย "คุณใหม่ เจริญปุระ" และหากจำกันได้ ภาพยนต์เรื่อง "จัน ดารา" ที่เคยโด่งดังและเป็นภาพยนต์ที่ถูกกล่าวขานในอดีต เธอก็เล่นหนังเรื่องนี้ด้วย
       "คุณธัญญ์วาริณ สุขะพิสิษฐ์" หรือ "กอล์ฟ" ผู้ร่วมเสวนา ที่ค้นพบเครื่องมือสื่อสาร และหนทางในการแสดงออก ความคิดความเห็นความรู้สึก ผ่านศิลปะภาพยนตร์   และมีผลงานหนังสั้นมาแล้วหลายเรื่อง รวมถึง "I'm Fine. สบายดีค่ะ" ในปี 2551 สามารถคว้ารางวัลรัตน์ เปสตันยี จากการประกวดภาพยนตร์สั้นไทยครั้งที่ 12  และที่ฮือฮามากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจุบัน ภาพยนต์ "Insects in the Backyard" ที่เธอเป็นทั้งผู้กำกับแลพแสดงเอง
ถูกคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แบนหนังของเธอห้ามฉาย ด้วยข้อหาว่า เนื้อหาของภาพยนต์ทำลายศีลธรรม ขัดต่อความมั่นคงของชาติ จนต้องมีการต่อสู้กันในชั้นศาลปกครอง
       "ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล" หรือ "คุณชายอดัม" ผู้เสวนาอีกท่านหนึ่ง ที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของ "ท่านมุ้ย" ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้สร้างและผู้กำกับหนังชื่อดังของเมืองไทย ที่หันมาจับงานทีวีทางอินเตอร์เน็ตในนาม www.fukduk.tv จนเป็นที่ฮือฮาอยู่ในขณะนี้ และมักจะถูกเชิญไปร่วมวงเสวนาอยู่ตลอดมิขาดสาย ด้วยมาดชายหนุ่มที่ออกแนวเซอร์ๆแต่งกายเรียบง่าย
        "คุณวรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์"  หรือ"คุณกุ้ง" ในฐานะบรรณาธิการบริหารและผู้ก่อตั้ง เว็บไซต์  ArtBangkok.com ผู้
 ร่วมสัมนา และผู้ดำเนินรายการในครั้งนี้ด้วย บอกว่า สำหรับ
การสัมนาครั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา เมืองไทยมีเรื่องหนักอกหนักใจมากมาย ต้องยอมรับว่าการเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในส่วนของคนทำงานศิลปวัฒนธรรม ก็คิดว่าเราก็เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่จะสามารถช่วยเหลือเยียวยาแก้ปัญหาสังคมตรงนี้ได้ในบทบาทของเรา ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นสื่อกลาง เรียนเชิญพี่น้อง เพื่อนฝูง เครือข่ายผู้คนในแวดวงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย มาพูดคุยกัน และแรกเปลี่ยนกัน มาข้ามสาขากัน กระจายโอกาสที่จะได้รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้กว้างไกลออกไปอีก ก็เลยเป็นที่มาของการจัดงาน "Artbangkok Syumposium 2011" ขึ้น เรามักจะได้ยินคำว่า "น้ำเน่า" คำนี้จะแปลว่าดีหรือมันไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้
 มอง แต่เราคงไม่มากล่าวโทษ หรือหาเรื่องว่าอะไรดี อะไรไม่ดี แต่เราจะมาคิดกันว่า ถ้าสื่อบันเทิงมีผลจริงต่อการหล่อหลอมวัฒนธรรมของสังคมไทย เราที่มาร่วมกันในวันนี้ซึ่งเป็นคนบันเทิง ด้านใดด้านหนึ่ง และในฐานะของผู้ชมจะมีส่วนร่วมอย่างไร คิดร่วมกันทำสื่อบันเทิงออกมาใหดีขึ้น
     "คุณถ่ายเถา สุจริตกุล" สะท้อนถึงละคร"ดอกส้มสีทอง " ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของตัวเองว่า "เรยา"ในความรู้สึกของตนนั้น ถือเป็นตัวดำเนินเรื่อง เพราะฉะ "เรยา" จึงเป็นนางเอกของเรื่องนี้ เมื่อเขียนบทนี้ ก็พยายามเอาตัวเองไปใส่ตัวละคร คำพูด การกระทำ และความคิดจึงได้ผ่านสมองมาแล้ว จะทำอย่างไรให้ผู้ชายอยู่กับเรา ทะเลาะกับ
 ภรรยา ซึ่งตัวละครตัวนี้มีความเป็นมนุษย์มาก ไม่ได้ดีเลิศไปเสียทุกอย่าง แต่เป็นคนเลวที่พยายามมีเหตุผลให้ตัวเอง แม้ว่าคนรอบข้างจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ยอมรับว่าตอนประพันธ์เรื่องนี้ เคยคิดว่าจะมีผลกระเทือน แต่ไม่คิดว่าพอเป็นละครออกมาจะถึงขนาดนี้ ส่วนความหยาบคายที่ออกมาทางละคร ไม่ได้อยู่ในหนังสือที่ตนเขียน เพราะแค่บอกว่าตัวละคร"เรยา"ไม่ดีหรือแค่หงุดหงิดใส่แม่ ไม่ได้เขียนว่าเรยา ต้องต่อว่าแม่ หรือให้แม่มานวด ที่ผ่านมา เราไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ แต่เขี่ยปัญหาให้พ้นหน้าไป แต่ลึกๆ แล้วก็รู้ว่าเป็นความผิดใคร เหมือน"เรยา"ในตอนแม่ถูกรถชนตาย ลึกๆแล้ว "เรยา" รู้ว่า
 เป็นความผิดของเธอ แต่กลับบอกว่าแม่ไม่ดี เดินไม่ดูทางจนถูกรถชนตาย
      "คุณวิภาวี เจริญปุระ"  หรือ"คุณกุ้ง" ก็สะท้อนว่า "น้ำเน่า" พระจันทร์ก็ยังสวยอยู่ในทุกๆที่ แต่คงเป็นเรื่องยากที่เวลาจะทำละครซักเรื่องหนึ่งแล้วจะต้องเชิญกระทรวงวัฒนธรรมมาดู ซึ่งแต่ละคนควรจะมีวิจารณญาณในการเขียนบท เพราะละครอาจทำได้เยอะกว่าการเขียนหนังสือ โดยเฉพาะละคร"ดอกส้มสีทอง"ทำได้เกินกว่านวนิยาย ยิ่งห้ามคนก็ยิ่งอยากดู ส่วนในฐานะที่มีลูก และเป็นนักแสดง อย่างหนังเรื่องจัน ดารา ที่เคยแสดง ที่เคยฉายฮือฮากว่า 10 ปี และเคยได้รางวัล ก็เล่าให้ลูกฟังในมุมที่ไม่ล่อแหลม โดยเฉพาะฉากโป๊ ซึ่งหนัง
 เรื่องนี้ผู้ชายมีภรรยาได้เยอะมาก เป็นการสะท้อนสังคมเช่นกัน
      "คุณธัญญ์วาริณ สุขะพิสิษฐ์" หรือ "กอล์ฟ" บอกถึงภาพยนตร์ "Insects in the Backyard" ที่ถูกห้ามฉาย ว่าหนังเรื่องนี้เป็นการนำเสนอชีวิตกะเทย ที่มีเมีย และมีลูก ซึ่งเป็นชีวิตจริงๆ ตัวละครมีชีวิตมีเหตุผล ต้องการสื่อถึงการนำเสนอชีวิตมนุษย์ เล่าวิถีปกติของคนในสังคม แต่กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้ถูกห้ามฉาย คือ ภาครัฐไม่ต้องการให้บอกด้านไม่ดีของสังคม ให้มาช่วยกันทำสิ่งที่สวยงามดีกว่า ซึ่งก็ไม่เคยคิดว่าภายหลังภาพยนตร์ถูกห้ามฉาย จะกลายเป็นแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในสังคมขนาดนี้ ถ้าอนุญาตให้ฉายภาพยนตร์เรื่องนี้
 อาจมีคนเข้ามาดูไม่ถึง 50 คนด้วยซ้ำ แต่เมื่อถูกสั่งห้ามฉายแบบนี้ จึงมีแต่คนพูดถึงและอยากดูหนังเรื่องนี้กัน เหมือนยิ่งห้ามก็ยิ่งยุ วันนี้คนไทยโดนข่มขืนอยู่ทุกวัน และไม่เคยรู้ว่าตัวเองโดนกระทำอยู่ ทั้งจากสังคมและการปกครอง ผู้ใหญ่บอกเราว่าโสเภณีผิดกฎหมาย แต่บ้านของโสเภณีอยู่ใหญ่กว่าบ้านเราอีก ดังนั้นเราต้องให้ความรู้และความฉลาดเพื่อเท่าทันสื่อ ดังนั้น จึงต้องดูเจตนาของทั้งเรื่องว่าเขาต้องการสอนอะไร อย่าจับองค์ประกอบจุดเดียวแล้วนำมาวิจารณ์
      "ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล" หรือ "คุณชายอดัม"  สะท้อนสถานการณ์นี้ว่า เหมือนมีเกาะอยู่ 2 เกาะ คือเกาะสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และเกาะ
เสรีภาพในการเล่าเรื่อง ซึ่งคนทั้ง 2 เกาะนี้พูดกันไม่รู้เรื่อง เราต้องแก้ปัญหาใหญ่ให้คน 2 เกาะนี้มาอยู่ร่วมกัน และสร้างให้คนมีภูมิคุ้มกัน โดยมีวิจารณญาณในการตัดสิน เพราะภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน บางคนอาจมองเป็นศิลปะ แต่อีกคนอาจมองเป็นหนังโป๊ เพราะฉะนั้นภาระไม่ได้อยู่ที่คนทำสื่อ  และการเสริมสร้างวิจารณญาณ ควรเริ่มจากครอบครัว
     ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" ผมคงต้องทิ้งท้ายกับคำว่า ''สะท้อนเงาสังคมไทยในแอ่งน้ำเน่า" เพราะในมุมมองของผมแล้ว สังคมไทยในปัจจุบันมันน่าจะเป็นลักษณะของ "แอ่งน้ำเน่า
 สะท้อนเงาสังคมไทย" เสียมากกว่า วันนี้ลาไปก่อนครับสัปดาห์หน้าติดตามกันว่าผมจะพาไปตะลอนฯที่ไหนกันบ้าง...!!!
                                                             นวย  เมืองธน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น