วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ศิลปะสื่อสารสู่สังคมศิลปะสื่อสารสู่สังคม

          ตะลอนตามอำเภอใจ- "ศิลปะแสดง"  และ"ศิลปะแสดงสด" หรืออาจเรียกว่า "ศิลปะสื่อแสดง" ไม่ว่าคุณจะเรียกว่าอะไร แต่มีความเข้าใจอย่างหนึ่งที่ผมต้องบอกเล่าว่า มันคือศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ที่เน้นการแสดงออกทางร่างกาย ท่าทาง เสียง และการมีส่วนร่วมของผู้ชม การแสดงศิลปะประเภทนี้มักไม่มีเวที หรือบางครั้งแสดงกันสดๆแบบไม่มีสคริปด้วยซ้ำไป ผู้แสดงจะถ่ายทอดจินตนาการด้วยความรู้สึก และแฝงพลังซ่อนเล้นลึกๆของผู้แสดงหรือศิลปินเอง เพื่อให้ผูชมเกิดจินตนาการร่วม ผ่านเรื่องราวการแสดงออกในจังหวะท่วงท่า และสิ่งของต่างๆที่ผู้แสดงนำมาประกอบ เพื่อบอกเล่าไปถึงผู้ชม
        "ศิลปะแสดงสด"  อาจคือคำที่พยายามถอดความมาจากศัพท์ศิลปะในตะวันตกคำว่า เพอร์ฟอร์มานซ์ อาร์ต (Performance Art) หรือบางทีก็อาจไม่ต้องมีคำว่า อาร์ต (Art) ตามหลังก็เป็นที่เข้าใจเหมือนกัน การที่ไม่ใส่คำว่า "อาร์ต" เข้าไปก็เพราะ โดยต้นตอของ เพอร์ฟอร์แมนซ์ นั้น เกิดขึ้นจากการต่อต้านศิลปะในความหมายแบบเดิม "ศิลปะแสดงสด"  ชื่อนี้เริ่มปรากฎขึ้นตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 ในวงการศิลปะนานาชาติ โดยเฉพาะในประเทศตะวันตก คำว่า "เพอร์ฟอร์แมนซ์ อาร์ต" มีความหมายของคำที่ไม่ชัดเจน และได้เปิด
 กว้างให้แก่ความเป็นไปได้อย่างมาก พอปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 คำนี้กลายเป็นที่นิยมมากสำหรับกิจกรรมทางศิลปะต่างๆ ที่นำเสนอต่อหน้าคนดูแบบสดๆ มีการรวมเอา ดนตรี นาฏศิลป์ กวี ละคร และวีดีโอ เข้ามาอยู่ในการแสดงด้วย คำนี้ยังเรียกศิลปะที่ใช้การแสดงสดๆ อย่าง ไลฟ อาร์ต (Live Art), บอดี้ อาร์ต (Body Art) แฮ็พเพ็นนิง (Happening) แอ็คชัน (Action) และกิจกรรมบางอย่างของ ฟลัคซุส (Fluxus) และ เฟมินิสต์ (Feminist, กลุ่มสตรีนิยม)
       "เพอร์ฟอร์แมนซ์" เกิดขึ้นจากการที่ศิลปินต้องการสื่อสารกับคนดูโดยตรง มากไปกว่าที่จิตรกรรมและประติมากรรมสามารถทำได้ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 ได้รับแรงบันดาลใจจาก
 ศิลปินในสายทัศนศิลป์หลายคน ตั้งแต่กลุ่ม ดาด้า (Dada จอห์น เคจ (John Cage) ผู้ซึ่งทำให้ความคิดแบบ ดาด้า เผยแพร่ที่นิวยอร์คในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และจากการที่ แจ็คสัน พ็อลล็อค (Jackson Pollock) ที่ทำจิตรกรรมแบบแอ็คชัน เพนติ้ง (action painting) สำหรับการถ่ายภาพยนตร์ในปี 1950 จนกระทั่งปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 ศิลปินปฏิเสธที่จะใช้คำว่า "เพอร์ฟอร์แมนซ์"  นี้กับการแสดงในแบบละครเวที ซึ่งนิยมใช้คำว่า เพอร์ฟอร์มิง อาร์ต, performing art มากกว่า
    "เพอร์ฟอร์แมนซ์ " ในระยะแรกเริ่มเมื่อปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 มักจะเป็นกิจกรรมในแนวคิดของกลุ่ม คอนเซ็ปชวล (Conceptual) ซึ่งไม่มีลักษณะที่เป็นละครเวทีหรือนาฏศิลป์ ศิลปินมักจะทำ "เพอร์ฟอร์แมนซ์" ในแกลเลอรีและพื้นที่สาธารณะ ความยาวของการแสดงมีตั้งแต่ ไม่กี่นาทีไปจนถึงยาวนานเป็นวันๆ และมักจะทำเพียงครั้งเดียว
ไม่ค่อยทำซ้ำอีกในปี 1969 กิลเบิร์ตและจอร์จ (Gilbert and George) ศิลปินคู่ได้ใช้ร่างกายของตัวเองในผลงานศิลปะ โดยกลายสถานะตัวเองให้เป็น “ประติมากรรมที่มีชีวิต” (ลิฟวิ่ง สคัลป์เจอร์, living sculpture) เป็นดั่งศิลปะวัตถุที่มีลักษณะแบบหุ่นยนต์ในนิทรรศการของพวกเขาหรือบางทีก็ออกไปแสดง
 ตามท้องถนนในกรุงลอนดอน
           "จุมพล อภิสุข" ผู้ก่อตั้งเทศกาลศิลปะแสดงสดนานาชาติ "เอเชียโทเปีย" (ASIATOPIA International Performance Art Festival) เคยอธิบายว่า คือ การทำงานศิลปะสดๆ ต่อหน้าคนดู อาจจะใช้ภาษาท่าทางในการสื่อความหมายล้วนๆ หรือจะมีวัสดุอุปกรณ์อะไรมาประกอบด้วยก็ได้ บางคนอาจจะแสดงการวาดรูปก็มี บางคนก็เขียนหนังสือ บางคนก็ใช้ร่างกายตัวเองในการสื่อความหมาย มีหลากหลาย แต่หลักๆ คือการแสดงต่อหน้าคนดูในระยะเวลาที่กำหนดขึ้นมา  แม้ว่าในเมืองไทย ศิลปะการแสดงสด อาจจะไม่เป็นที่
 รู้จักแพร่หลายนักหากเทียบกับการทำงานศิลปะในสาขาอื่นๆ เช่น จิตรกรรม หรือประติมากรรม แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา ศิลปะการแสดงสดเป็นแนวการสร้างงานศิลปะที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักศึกษาศิลปะและศิลปินรุ่นใหม่อย่างมากในขณะนี้
      ผมหยิบยกเรื่องราว "ศิลปะแสดงสด" มาเล่าถึง เพราะเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา มีโอกาสไป"ตะลอนตามอำเภอใจ" ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อชม "ศิลปะแสดงสด" ของกลุ่มศิลปินที่กลับมาจากพื้นที่แม่น้ำโขง การแสดงดนตรี นอกจากนี้ยังมีการเสวนาเรื่อง
 ราวของแม่น้ำโขง "อัตลักษณ์ที่สูญหาย" และมุมมองและสะท้อนปัญหา ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการสร้างเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้าน ที่ดูไปแล้วอาจกระทบกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในลุ่มน้ำโขง ที่หลายชาติหลายเผ่าพันธุ์ได้อาศัยลำน้ำโขงหล่อเลี้ยงชีวิตอยู่ รวมถึงสรรพสิ่งที่มีชีวิตในแม่น้ำเหล่านี้ รวมถึงวัฒนธรรมของชาวบ้าน อาจต้องล่มสลายไปในที่สุด
           นิทรรศการ "คุณ...จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน" เป็นการตั้งคำถามผ่านงานศิลปะซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์หลากรูปแบบ ทั้งงานติดตั้ง จัดวาง ในพื้นที่ งานแสดงสด ภาพถ่าย วีดีทัศน์ ข้อเขียน
 บทกวี บทเพลง โดยศิลปิน ได้ลงพื้นที่ใช้เวลาคลุกคลีกับชาวบ้านศึกษาข้อมูลทุกแง่มุม ก่อนจะสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในชุมชนสู่สาธารณชน
   โดยเลือกพื้นที่ ซึ่งกำลังมีประเด็นปัญหาจากโครงการพัฒนา อันจะทำให้ผู้คนซึ่งอยู่อาศัยกับทรัพยากรเหล่านี้มายาวนานหลายชั่วคน จะต้องกระเด็น ไปจากพื้นที่ หรืออยู่อย่างแปลกหน้าในถิ่นที่กำเนิดของตัวเอง ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งการพัฒนา หรือการเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแต่ว่าพวกคุณจะรับผิดชอบชีวิตผู้คนเหล่านั้นได้อย่างไร พวกคุณจะหยิบพวกเขา เหล่านั้นไปวางไว้ที่ไหนอย่างอยู่เย็นเป็นสุข เท่าเทียมกับพวกคุณ
  
      ไม่ว่าจะเป็น"แม่น้ำสาละวิน" กับโครงการสร้างเขื่อนในพรมแดนไทย-พม่า เผ่าชน คน ทะเล วิถีกลุ่มชาติพันธุ์ทางทะเลฝั่งอันดามัน ชาวมอแกน มอแกล็น อูรักลาโว้ย ผู้บุกเบิกที่กลายเป็นผู้บุกรุก เมื่อกระแสการท่องเที่ยวและการพัฒนา โถมใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว แม่น้ำโขง สายน้ำนานาชาติ แห่งอุษาคเนย์ ที่ถูกรุกรานมาตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ปัจจุบัน
 ตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อน ซึ่งจะส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต ผู้คนตลอดสายน้ำ 3 พื้นที่ 3 เรื่องราวที่นำเสนอ  เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สั่นคลอนไร้หลักประกันความมั่นคง ทุกเรื่องราวถูกนำมาบอกเล่าผ่านงานศิลปะ ของจิตติมา ผลเสวก  ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง ,มานะ ภู่พิชิต, สุธน สุขพิทักษ์, สุรัตน์ สุวนิช, จามิกร แสงศิริ, วิชชุกร ตั้งไพบูลย์, มณฑลี วิจินธนสาร, มงคล เปลี่ยนบางช้าง, จักรกริช ฉิมนอก, ภัทรี ฉิมนอก, อุกฤษฏ์ จอมยิ้ม,Nyo win ชาวพม่า, Jeremy Hiah ชาวสิงคโปร์, Kai Lam ชาวสิงคโปร์, Zai Kuning ชาวสิงคโปร์, Yuzuru Maeda ชาวญี่ปุ่น และGuang Feng Cheng ชาวจีน
      สำหรับพื้นที่สร้างสรรค์งานนั้นแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ได้แก่ แม่น้ำสาละวิน กับโครงการสร้างเขื่อนในพรมแดนไทย - พม่า เผ่าชน คน ทะเล วิถีกลุ่มชาติพันธุ์ทางทะเลฝั่งอันดามัน ชาวมอแกน มอแกล็น อูรักลาโว้ย ผู้บุกเบิกที่กลายเป็นผู้บุกรุก เมื่อกระแสการท่องเที่ยวและพัฒนาโถมใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว แม่น้ำโขง ปัจจุบันตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงจากโครงการสร้างเขื่อนที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตผู้คนตลอดสายน้ำ
ช่วงสุดท้ายของ"ตะลอนตามอำเภอใจ"..."จิตติมา ผลเสวก" ถือเป็นทั้งคนทำงานศิลปะ และนักเขียนที่ทำงานกับภาคประชาชน ถือเป็นอีกผู้หนึ่งที่ทำงานด้านนี้มานานด้วยใจรักและทุ่มเท อีกทั้งเธอยังเชื่อมั่นว่าพลังของศิลปะสามารถสื่อสารเรื่องราวไปสู่สังคมได้

           สำหรับ นิทรรศการ "คุณ...จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน" จัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขต
ทุมวัน กรุงเทพฯ วันนี้จนถึง 10 กรกฎาคม 2554 โดยในวันที่ 22 พฤษภาคม 2554 จะมีเสวนาเรื่องวิถีชาวเล และดนตรี จากศิลปินสิงคโปร์ ผู้เก็บเรื่องราวชาวอูรักลาโว้ย แถบอินโดนีเซีย และศิลปะแสดงสด ส่วนวันที่ 4 มิถุนายน 2554 มีการเสวนาเรื่องแม่น้ำสาละวิน ชาวบ้านสาละวิน และเอ็นจีโอ มีการแสดงดนตรี จากชาวปกวากะยอ การอ่านบทกวี และศิลปะแสดงสดอีกด้วย....!!!

                                                 นวย  เมืองธน
********************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น