วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

"เพื่อนข้างห้องเตือนภัย" สร้างเครือข่ายหอพักน่าอยู่

        "ตะลอนตามอำเภอใจ"-จากอดีตถึงปัจจุบัน มีนักศึกษาไม่น้อยที่เช่าหอพัก อพาร์ทเม้นท์ หรือเช่าคอนโดอยู่ เนื่องจากว่าบ้านอยู่ไกลจากสถานศึกษา แน่นอนว่าภัยต่างๆอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา  ที่สำคัญในอดีตที่ผ่านมา อาชญากรรมที่เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่พบว่าสถานที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ บริเวณที่พักอาศัยหรือห้องพักของผู้เสียหาย และพบมากที่สุดคือ เหยื่อถูกทำร้ายด้วยการฉุด กระชาก ผลัก ตบตีและทำร้ายด้วยอาวุธ และอื่นๆอีกมากมาย ผมหยิบยกเรื่องนี้มาพูดถึง ก็ด้วยเหตุที่ว่า มีโอกาส "ตะลอนตามอำเภอใจ" โครงการ "เพื่อนข้างห้องเตือนภัย" ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเดินหน้าโครงการดังกล่าว ร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 4  สำนักงานเขตบางกะปิ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
   โดยมี "คุณอิสสระ สมชัย" รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในกิจกรรมหอพักสัญจร ครั้งที่ 1 บริเวณหอพักซอยรามคำแหง 29 กทม. ในโครงการดังกล่าว เมื่อเร็วๆนี้ และมีผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ รักษาราชการแทนอธิการบดี
 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผศ.ลีนา ลิ่มอภิชาติ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง  พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4  นายซีรอซันคาร ปาทาน ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ  นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง เจ้าของหอพัก ตลอดจนประชาชน ให้การต้อนรับและร่วมงานจำนวนมาก
       "คุณอิสสระ สมชัย" รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกว่า จากการสำรวจหอพักที่ยื่นจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศมีอยู่เพียง 13,300 แห่ง แบ่งเป็นในเขต กทม.1,903 แห่ง ส่วนภูมิภาค 11,397 แห่ง แต่ยังมีหอพักและสถานที่เข้าข่ายหอพักอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหอ พัก ซึ่งการจัดตั้งหอพักโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมมากมาย เช่น
ปัญหาการมั่วสุมของเด็กและเยาวชน ทั้งเรื่องเพศ ยาเสพติด การพนัน การทะเลาะวิวาท หรือการตั้งครรภ์ในวัยเรียน เป็นต้น รวมทั้งพฤติกรรมของเยาวชนที่พักอยู่รวมกันเป็นคู่ระหว่างหญิง-ชาย ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จึงกำหนดมาตรการต่างๆ ในการจัดระเบียบหอพัก
   โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อกระตุ้นให้ผู้ ประกอบการยื่นจดทะเบียนหอพักให้ถูกต้อง รวมทั้งร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ จัดทำโครงการหอพักเครือข่ายรอบสถานศึกษา โดยเชิญชวนผู้ประกอบการพัฒนาหอพักให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน และควบคุมดูแลการดำเนินกิจการหอพัก
เอกชน ตามพ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2507 โดยมีมาตรการในการจัดระเบียบหอพัก ดังนี้ 1. มาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจหอพัก 2.ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจัดทำโครงการหอพักเครือข่ายรอบสถาบันการศึกษา
     3. ส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนในหอพัก ร่วม
    สอดส่องดูแล และเฝ้าระวังปัญหาต่างๆ ในหอพัก 4. ให้ผู้ปกครองเอาใจใส่ ติดตามดูแล โดยมาเยี่ยมเยียนบุตรหลานที่หอพักอย่างสม่ำเสมอ 5. จัดทำมาตรฐานหอพักในเรื่องของความสะอาด สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม 6.ประชาสัมพันธ์หอพักที่จดทะเบียนถูกต้องตามสถานศึกษาต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาทราบ และ 7.ร่วมกับสมาคม
ผู้ดำเนินธุรกิจหอพัก ให้ความรู้เรื่องกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การคัดเลือกหอพักดีเด่น เพื่อประกาศเกียรติคุณและสร้างขวัญกำลังใจให้กับหอพักที่ดี
      "โครงการเพื่อนข้างห้องเตือนภัย เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาสังคม และสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าพักอาศัย
ในหอพักที่ ปลอดภัย และเป็นการรณรงค์ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามพ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2507 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้มีการบริการและการจัดการที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้พักอาศัยและสามารถให้บริการที่ช่วย สนับสนุนให้นักศึกษามีคุณภาพชีวิตที่ดี" 86Iอิสสระ กล่าว
      ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง  บอกว่า โครงการ "เพื่อนข้างห้องเตือนภัย" ถือเป็นโครงการที่จะช่วยดูแลชุมชนด้านปลอดภัย ก่อนหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ทำโครงหอพักมาอย่างต่อเนื่อง อาทิโครงการหอพักสี
 ขาวปลอดภัยจากยาเสพติด โครงการหอพักติดดาวเพื่อดูแลคุณภาพของหอพัก โครงการ "เพื่อนข้างห้องเตือนภัย" เป็นอีกหนึ่งโครงการทำต่อเนื่องมาจากอดีตผู้บริหารของหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งถือได้ว่าเป็นโครงการที่ใส่ใจนักศึกษาที่มาเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจได้ว่าเมื่อบุตรหลานมาอยู่หอพักแล้วสามารถอยู่ได้อย่างสุขสบายและปลอดภัย นอกจากนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันและกระตุ้นให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมดูแลความสงบ เรียบร้อย โดยขอความร่วมมือทุกฝ่ายเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังชุมชน
       "พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี" ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4)  บอกว่า โครงการ "เพื่อน
ข้างห้องเตือนภัย" นี้จะทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในสถานที่เดียวกันรู้จักกันหมด เป็นการสร้างสัมพันธไมตรีอันดี สามารถช่วยกันสอดส่องความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้และช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้ เป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันหอพัก ในพื้นที่ กทม.นั้นมีเป็นจำนวนมาก แต่ที่ยื่นจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายนั้นมีเพียง 1,903 แห่ง ขณะที่หลายแห่งเปิดเป็นอพาร์ทเมนท์ คอนโดมิเนียม เกสท์เฮาส์ คอร์ต บ้านเช่า หรือบ้านแบ่งให้เช่า สามารถรับลูกค้าได้หลากหลายไม่จำกัดชายหญิงทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา มีการมั่วสุมของเด็กและเยาวชน ทั้งเรื่องเพศ ยาเสพติด การพนัน จนเป็นปัญหาทะเลาะวิวาท จึงจำเป็นต้องสร้างเครือข่าย
 เพื่อนข้างห้องเตือนภัยขึ้นเพื่อสอดส่องดูแล พฤติกรรมความผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้น หากพบเห็นความผิดปกติก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที
      "คุณซีรอซันคาร ปาทาน"  ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ กล่าวว่า เขตบางกะปิมีหอพักเกือบ 1,000 แห่ง ถือว่าเป็นรูปแบบอาศัยชุมชนย่อยๆก็ว่าได้ การดูแลความปลอดภัยของผู้พักอาศัย ต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ประกอบการและผู้พัก ดูแลให้มีระบบความปลอดภัยมี ประสิทธิภาพรวมทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ และถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่เห็นบทบาทผู้ประกอบการหอพัก ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลในเรื่องนี้
     ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" 

 นอกจากนี้แล้ว "คุณอิสสระ" ยังเดินตรวจเยี่ยมหอพักต่างๆภายในซอยรามฯ29 อีกด้วย ส่วนผมเองก็ได้แต่หวังว่าโครงการ "เพื่อนข้างห้องเตือนภัย" นี้คง กระตุ้นให้ผู้พักอาศัยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สร้างความร่วมมือและเครือข่ายในการเฝ้าระวังภัย และป้องกันปัญหาต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นในหอพัก ซึ่งวันนี้ได้นำร่องและแจก "นกหวีดเตือนภัย" ให้แก่ผู้อยู่หอพักด้วย เพื่อใช้เป็นสัญญานเตือนภัย โดยเป่านกหวีดยาว 1 ครั้ง เป็นสัญญานขอความช่วยเหลือ คงจะทำให้นักศึกษาชาวหอรู้สึกอบอุ่นใจเพิ่มขึ้น...!!!
                            นวย  เมืองธน
**********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น