วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

ทำดีเพื่อแผ่นดิน"ปล่อยเต่า" สวนสนประดิพัทธ์

          "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ความสวยงามของเม็ดทราย น้ำทะเล ที่คล้ายกัน ระหว่างหาดหัวหิน และหาดสวนสนประดิพัทธ์ ซึ่งหากไม่มีเขาตะเกียบคั่นอยู่ ทั้งสองหาดทราย ก็คือหาดเดียวกันนั่นเอง แต่ดูเหมือนว่า เสน่ห์ของหาดสวนสน จะเป็นที่น่าประทับใจกว่า เนื่องจากมีบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่นด้วยทิวสนประดิพัทธ์ ตลอดแนวชายหาด สำหรับ "หาดสวนสนประดิพัทธ์" นั้นตั้งอยู่ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์
จากหัวหินหากใช้ ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปทางทิศใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร แยกซ้ายกม.ที่ 240 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 500 เมตร ถึงชายหาด มีรถโดยสารจากหัวหินไป ยังสวนสนประดิพัทธ์ ทุก 20 นาที หาก
 ต้องการนั่งรถไฟมาต้องใช้บริการรถไฟขบวน 251
 ธนบุรี-หลังสวน รถไฟขบวนนี้จะจอดที่ป้ายหยุดรถสวนสนประดิพัทธ์ รถด่วนรถเร็วขบวนอื่นจะไม่จอดที่ป้ายนี้
      "หาดสวนสนประดิพัทธ์" แม้จะอยู่ในเขตอำเภอหัวหิน และอยู่ไม่ไกลจากหาดหัวหินนัก แต่หากความสวยงามของชายหาดไม่ต่างกัน แต่เสน่ห์ของหาดนี้คือ ความเงียบสงบกว่า ร่มรื่นด้วยแนวสน
ประดิพัทธ์ เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ  ด้วยเหตุนี้ หากอยากได้บรรยากาศชายทะเลหัวหิน แต่ไม่อยากเจอผู้คนเยอะแยะก็ต้องมาที่หาดสวนสนประดิพัทธ์ และคงต้องยกความดีความชอบให้เขาตะเกียบที่ช่วยคั่นระหว่างหาดหัวหิน และ"หาดสวนสนประดิพัทธ์" แม้ภูมิประเทศจะคล้ายกัน แต่บรรยากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
          หาดสวนสนแห่งนี้ นอกจากจะมีแนวสนประดิพัทธ์เป็นเอกลักษณ์ของชายหาดแล้ว เมื่อเดินพ้นจากแนวต้นสนออกมายังชายหาด จะพบว่าหาดสวนสนมีแนวหาดกว้าง สวยงามไม่แพ้หาดใด ๆ  ด้วยความยาวถึง 2.8 กิโลเมตร จากเขาตะเกียบ มองดูเป็นเวิ้งโค้งสวยงาม หาดทรายขาวสะอาด ร่มรื่นไปด้วยทิวสนประดิพัทธ์ อันเป็นที่มาของชื่อหาด ระดับน้ำทะเลไม่ลึก เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ  แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างเพียบพร้อม ทั้งห้องอาบน้ำจืด ห้องสุขา รวมถึงเตียงผ้าใบ เสื่อ ห่วงยางเล่นน้ำ  และร้านอาหารอาหารอร่อยๆ อีกมากมาย ซึ่งผมคงจะนำมาเล่าในภายหลัง "หาดสวนสนประดิพัทธ์"หรือที่ชาวบ้านเรียก
 กันว่าหาดสวนสนนี้ เดิมทีเป็นพื้นที่ตากอากาศของทางราชการ อยู่ในความดูแลของศูนย์ทหารราบปราณบุรี เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจท่องเที่ยวได้
    "ตะลอนตามอำเภอใจ" หยิบยกเรื่องราว "หาดสวนสนประดิพัทธ์" มาเล่าถึงก็ด้วยเหตุที่ว่า บังเอินได้มีโอกาสมาร่วมงาน โครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคล

 เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ที่จัดโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ณ บริเวณชายหาดสวนสนประดิภัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  เมื่อไม่นานเท่าไหร่ ในวันงานมี "คุณภิมุข สิมะโรจน์" ผู้ช่วยรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เป็นประธานทำพิธีถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นจึงทำพิธีเปิดโครงการ ทำดีเพื่อแผ่นดิน   
        โดยมี "คุณเกษมสันต์  จิณณวาโส" อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) "คุณพิสิษฐ์ สุนทรีรัตน์" รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทหาร ตำรวจ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน นักเรียน นักศึกษา
 เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
 เข้าร่วมโครงการ 1,000 คน  เพื่อเป็นโครงการสนองต่อแนวพระราชดำริ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและน้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ให้กว้าง ขวาง ส่งเสริมการปลุกจิตสำนึกและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากร  และฟื้นฟูระนิเวศทางทะเลและชายฝั่งให้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีพของประชาชน
           "คุณภิมุข สิมะโรจน์" ผู้ช่วยรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 จะดำเนินกิจกรรมรณรงค์ ในด้านต่างๆในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในช่วงปี 2554 โดยเน้นประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมีความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาศมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา
      "คุณเกษมสันต์ จิณณวาโส" อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  บอกว่า เพื่อสนองแนวพระราชดำริ ด้านการอนุรักษ์
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและเผยแพร่ให้กลุ่มเป้าหมายและสาธารณชนทั่วไปได้รับทราบ และน้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ให้กว้างขวาง ส่งเสริมการปลุกจิตสำนึกและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งให้ฟื้นคืนความสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีพของประชาชน
       นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ได้จัดกิจกรรมฟื้นฟูสัตว์น้ำ  ฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่ประสบวาตภัย  ปลูกพืชฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน  การเก็บขยะในแนวปะการัง และการฟื้นฟูแหล่งวางไข่เต่าทะเล ฯลฯ กิจกรรรมต่างๆเหล่านี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่จะต้องดำเนินโครงการกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง
      ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าว นอกจากจะมีพิธีการหล่อแท่งปะการังเทียมแล้ว "คุณภิมุข สิมะโรจน์" ผู้ช่วยรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ "คุณเกษมสันต์ จิณณวาโส" อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  หน่วยงานราชการต่างๆ ประชาชน รวมทั้งตัวผมเองยังได้ร่วมกันปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ อีกด้วย...!!!
                            นวย  เมืองธน
******************************

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

"บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน"คลื่นแห่งความจงรักภักดี

         "ตะลอนตามอำเภอใจ"-ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่คนไทยสามารถร่วมแสดงความจงรักภักดี ผ่านเสียงเพลงในโครงการ "บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน" ที่กองทัพบก ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เชิญชวนคนไทยร่วมแสดงความจงรักภักดี ผ่านเสียงเพลงในโครงการดังกล่าว เพื่อหวังใช้ดนตรีเป็นสื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้เกิดความรักและความปรองดองของคนในชาติ "ตะลอนตามอำเภอใจ" มีโอกาสไปร่วมงานแถลงข่าวโครงการ "บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน"  ณ ห้องประชุม 211 อาคาร 2 กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน เมื่อวันอังคารที่ 5 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา
        ถือเป็นโครงการยิ่งใหญ่แห่งปี เพื่อเชิญชวนประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนของชาติ ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ผ่านการประกวดแต่งเพลงและเล่นดนตรีสากลร่วมสมัยระดับมัธยม การร่วมร้องบทเพลงอันยิ่งใหญ่ของประชาชนทุกหมู่เหล่า ภายใต้ชื่อ "บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน"
     โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก  คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อาจาย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตกรชื่อดัง ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วยศิลปิน นักแสดง นักร้องชื่อดัง หลากหลายรุ่น อาทิ  ผู้พันเบิร์ด-พ.ท.วันชนะ 
 สวัสดี ที่หลายคนชื่นชมและประทับใจในในบทบาท "สมเด็จพระนเรศวรฯ" จากภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ  "เป้ย-ปานวาด เหมมณี" นักแสดงที่มีบทบาทโด่งดังแนวเซ็กซี่ จนหลายคนแอบปลื้มกันมากมาย ควงคู่มากับหวานใจ  "เต็ม-วุฒิสิทธิ์ สืบสุวรรณ" หรือ "เต็ม UHT"นักร้องหนุ่ม  นอกจากนี้ยังมีศิลปินนักร้องรุ่นใหญ่ แนวเพลงปลุกใจอย่างอาจารย์สันติ ลุนเผ่  และเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการประกวดกว่า 100 คน มาร่วมแสดงความจงรักภักดี ภายในงาน และมี "นุ้ย- สุจิรา อรุณพิพัฒน์" ดารา พิธีกร  นางสาวไทยประจำปี 2544 เป็นพิธีกรในงานครั้งนี้
           พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก บอกว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยความวิริยอุตสาหะและพระปรีชาสามารถ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีความผาสุกร่มเย็นมาตลอด
       ดังนั้น เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เจริญพระชนมายุ 84  พรรษา ในปี 2554 จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนชาวไทยจะร่วมกันแสดงความจง

รักภักดีต่อพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ กองทัพบก ซึ่งนอกจากมีหน้าที่หลักใน
   การป้องกันประเทศแล้ว ยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการธำรงค์รักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขออาสาเป็นแกนหลักในการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันสร้างคลื่นแห่งความจงรักภักดีและความปรองดองของคนในชาติครั้งยิ่งใหญ่ส่งต่อไปทั่วประเทศ ผ่าน

     โครงการบทเพลงรักแห่งแผ่นดิน โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ เยาวชนคนรุ่นใหม่
     คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน บอกว่า นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งของประชาชนชาวไทยที่ได้เกิดและอาศัยอยู่ภายใต้
พระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ กลุ่ม ปตท.รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งและยินดีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โดยเชิญชวนให้ประชาชนร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีผ่านบทเพลงอันไพเราะ รวมทั้งสนับสนุนการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ด้วย เพราะเล็งเห็นว่านอกจาก
จะช่วยปลูกฝังค่านิยมที่ดีแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย
ทั้งหมดนี้ถือเป็นภารกิจและความรับผิดชอบของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างที่ ปตท. ได้ดำเนินงานโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการรักษ์ป่าสร้างคน 84 ตำบลวิถีพอเพียง โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ และโครงการ 1 ล้านกล้า ถวายพ่อ เป็นต้น
      สำหรับกิจกรรมหลักในโครงการบทเพลงรักแห่งแผ่นดินแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นการร่วมกันร้องเพลง "บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน" ของศิลปินและประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวฯ โดยมี "เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยะวัฒนะ" นักแต่งเพลงชื่อดัง เป็นผู้เขียนคำร้อง และสันติ ลุนเผ่ ให้เสียงร้องนำ ส่วนที่สองเป็นการจัดประกวดแต่งบทเพลงรักพร้อมวงดนตรีร่วมสมัยระดับมัธยมศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านเนื้อร้องและทำนองของบทเพลงที่แต่งเข้าประกวด โดยจะมีการโรดโชว์เพื่อไปคัดเลือกวงดนตรีจากทั่วประเทศ และระหว่างโรดโชว์ก็จะเชิญชวนประชาชนร่วมอัดเสียงร้องเพลง "บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน" เพื่อจะนำไปทำรีมิกซ์เป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายต่อไป
          การแข่งขันวงดนตรีสากลร่วมสมัยในครั้งนี้ไม่จำกัดประเภทเครื่องดนตรีที่เล่น เปิดโอกาสให้วงดนตรีเยาวชนระดับมัธยมศึกษาที่มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 6 คน ไม่เกิน 20 คน เข้าประกวด โดยต้องมีเพลงประกวดทั้งหมด 4 เพลง เพื่อแสดงความหลากหลายในความสามารถด้านดนตรี มีเพลงบังคับ 2 เพลง ได้แก่ เพลงพระราชนิพนธ์ 1 เพลง และเพลงแต่งใหม่ที่มีเนื้อร้องที่แสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดีในมุมมองต่างๆ รวมถึงการมอบความรักให้กันและกันเพื่อความปรองดองของคนในชาติอีก 2 เพลง เป็นเพลงเร็ว 1 เพลง เพลงช้า 1 เพลง (ไทยหรือสากลก็ได้) โดยจะเดินสายคัด
เลือกวงที่จะเป็นตัวแทนของแต่ละภาค (4 ภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคอีสาน ภาคกลางรวมตะวันออกตะวันตก ภาคเหนือ และภาคใต้) ภาคละ 3 วง รวม 12 วง มาแข่นขันในรอบชิงชนะเลิศในเดือนสิงหาคมนี้
        การคัดเลือกทั่วประเทศ แบ่งเป็น 4 ช่วงคือ วันที่ 20 – 22 พ.ค. 2554 รอบคัดเลือกภาคอีสาน ณ เซ็นทรัลพล่าซา ขอนแก่น วันที่ 18 – 19 มิ.ย. 2554 รอบคัดเลือกภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตก ที่ สยามพารากอน วันที่ 25 – 26  มิ.ย. 2554  รอบคัดเลือกภาคเหนือ  ที่ เซ็นทรัล แอร์พอร์ท เชียงใหม่  วันที่ 9 – 10 ก.ค. 2554 รอบคัดเลือกภาคใต้ ที่ เซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต และรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 11 – 14  ส.ค. 2554 ที่ สยามพารากอน บริเวณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1
    นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดนิทรรศการ "ต้นรักแห่งแผ่นดิน"  เพื่อ
นำเสนอเรื่องราวที่น่าประทับใจเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อาทิ เรื่องราวความผูกพันธ์ความรักในบรมวงศ์ศานุวงศ์ของพระองค์ท่าน ภาพชีวิตตอนยังทรงพระเยาว์ รวมถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ผ่านโครงการพระราชดำรินับพันโครงการทั่วประเทศ โดยจะจัดระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม 2554 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน (รอบชิงชนะเลิศของการประกวดวงดนตรีจะตัดสินกันในงานนิทรรศการนี้ด้วย)
     สำหรับ เยาวชนผู้สนใจสามารถดาวโหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ 
 www.thetreeofLOVES.com และส่งใบสมัครก่อนวันที่ 30 เมษายน 2554 ทั้งนี้ ผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ พร้อมเงินรางวัลสูงสุดมูลค่า 100,000 บาท และเพลงที่ชนะเลิศจะได้รับการปรับปรุงและเผยแพร่สู่สาธารณะ
       ช่วงสุดท้ายของ "ตะลอนตามอำเภอใจ" เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 จึงอยากเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ร่วมกันสร้างคลื่นแห่งความจงรักภักดีและความปรองดองของคนในชาติครั้งยิ่งใหญ่ส่งต่อไปทั่วประเทศ  ผ่าน"บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน"...!!!
                        นวย เมืองธน
******************************************